ฉาย บุนนาค : "ห้ามขายเหล้าวันพระใหญ่" ลิดรอนสิทธิเสรีภาพหรืออคติทางการเมือง?

31 July 2018






ช่วงเข้าพรรษาทีไร เรามักได้เห็นบทความที่สะท้อนถึงความคิดเห็นที่แตกต่างเรื่อง “กฎหมายห้ามขายสุราในวันพระใหญ่” ในประเทศของเรา

ก่อนอื่นเราควรรู้ที่มาของกฎหมายห้ามจำหน่ายสุราในวันพระใหญ่ทั้งหลาย ว่าเริ่มประกาศใช้ในปี 2552 ยุครัฐบาลของ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” โดยมีออกมา 2 ฉบับ

หลักใหญ่ใจความ คือ “ห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษา ยกเว้นแต่ให้มีการจำหน่ายในโรงแรม เพื่อเป็นการส่งเสริมนโยบายการท่องเที่ยวในประเทศไทย และกระตุ้นเศรษฐกิจอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว”

ต่อมาในปี 2558 ยุครัฐบาล คสช. ของ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ได้ออกประกาศฉบับที่ 3 เรื่องกำหนดวันห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยมีรายละเอียดเพิ่มเติมโดยได้สั่งให้ยกเลิกประกาศฉบับที่บังคับใช้ในรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์

และให้เพิ่มวันพระใหญ่ที่ห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มเหล่านี้เข้าไปอีกหนึ่งวันคือ “วันออกพรรษา”

และสั่งห้ามโรงแรม (ที่เคยได้รับการงดเว้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว) จำหน่ายเครื่องดื่มเหล่านี้ด้วยเช่นกัน
กฎหมายข้อนี้คงเป็นเรื่องแปลกหากประเทศไทยของเราไม่ใช่ “ดินแดนพุทธภูมิ” ที่ “พุทธศาสนา” มีความเจริญรุ่งเรืองมากที่สุดประเทศหนึ่งในโลก และ “ศีล 5” หรือ “เบญจศีล” คือข้อปฏิบัติตนเบื้องต้นของพุทธศาสนิกชน เพื่อควบคุมความประพฤติทางกาย วาจา และใจ ให้ตั้งอยู่ในความดีงาม ปกติสุข และเพื่อลดการเบียดเบียนซึ่งกันและกันในสังคม

“สุราเมรยมัชชปมาทัฏฐานา เวรมณี” คือศีลข้อ 5 ที่บัญญัติว่า “ควรละเว้นจากการดื่มสุราและเมรัย อันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท”..... ดังนั้นการออก “กฎหมายห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันพระใหญ่” คือ นโยบายสนับสนุนที่ดีจากภาครัฐเพื่อคนไทย

ด้านข้อเสียของการดื่มสุรามีมากมายอย่างไม่ต้องพูดถึงอยู่แล้วเพราะสุราก่อให้เกิดปัญหานานัปประการทั้งด้านสังคมและเศรษฐกิจ เช่น ปัญหาอุบัติเหตุ ปัญหาอาชญากรรมเพราะเหตุทะเลาะวิวาท ปัญหาสุขภาพ ปัญหาครอบครัว ปัญหาหนี้สินการเงินและ ปัญหาเยาวชน (ซึ่งคืออนาคตของชาติ)

สาเหตุทั้งหมดทั้งมวลก็เพราะ “สุราทำให้ขาดสติ… การขาดสติส่งผลให้พลั้งเผลอและประมาทต่อการดำรงชีวิต จนไปสร้างทั้ง มโนกรรม (คิดไม่ดี) กายกรรม (ทำไม่ดี) และ วจีกรรม (พูดไม่ดี)”



หลายบทความนำแง่มุมด้านประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรมไทย พุทธ และต่างชาติ ต่างศาสนาและมาผสมผสาน อคติส่วนตัวทางการเมืองแห่งโลกโลกิยะ เพื่อโจมตีนโยบายรัฐบาลว่า “จำกัดสิทธิเสรีภาพประชาชน” บ้าง “ทำลายเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว” บ้าง

“ทำลายร่องรอยหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของวัฒนธรรม” บ้าง  (เพราะวันพระใหญ่เว้นวันเข้าพรรษาเพิ่งมาประดิษฐ์สมัยรัตนโกสินทร์นี้เอง ดังนั้นการบังคับห้ามขายสุราไม่ได้มีมาแต่เดิม)

บ้างก็พยายามไปเปรียบเทียบถึงความเชื่อและธรรมเนียมปฏิบัติศาสนาอื่นๆ และนำมาเป็นข้อวิจารณ์ โดยไม่คำนึงถึงขนบธรรมเนียมประเพณีไทย

บทความเหล่านี้ ได้รับการแชร์จำนวนมากสร้างความเห็นแย้งมากมาย แต่หากเราถอดกรอบคิดแห่งอคติและความเห็นส่วนตัวด้านการเมืองเราจะได้บทความเรื่องเล่าประวัติศาสตร์และวาทกรรมที่สละสลวย แต่หากเราถอดกรอบแห่งศีลธรรมและตรรกะออกไปด้วย สิ่งที่เหลืออาจเป็นเพียงกองขยะตัวอักษรกองหนึ่ง

สำหรับประเทศไทย “กฎหมายห้ามขายสุราในวันพระใหญ่” ไม่ใช่การจำกัดสิทธิเสรีภาพแต่อย่างใด เพราะรัฐบาลไม่ได้ห้ามให้ประชาชนดื่มสุรา

นโยบายรัฐที่สนับสนุนหลักศีลธรรม ด้วยเจตนารมณ์ที่ดีต่อประชาชน หากถูกมองเป็นลบเพียงเพราะแนวคิดอคติและความเห็นต่างทางการเมือง คงน่าเสียดายซะเหลือเกิน

|คอลัมน์ : ฉาย บุนนาค
|โดย : ฉาย บุนนาค
|หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ หน้า 18 ฉบับ 3388 ระหว่างวันที่ 2-4 ส.ค.2561


งดเหล้าเข้าพรรษา ห้ามขายเหล้าวันพระใหญ่