ศึกมอเตอร์ไซค์ไฮบริด‘ยามาฮ่า’ปาดหน้า‘ฮอนด้า’-ยืนยันขยับไป‘อีวี’แน่

21 July 2018






ค่ายรถจักรยานยนต์ชักธงรบสงครามไฮบริด  “ยามาฮ่า”ชิงจังหวะเปิดตัวก่อน“ฮอนด้า”  2 วัน ส่ง “แกรนด์ ฟีลาโน่” เครื่องยนต์ 125 ซีซี มอเตอร์ไฟฟ้า เคาะราคา 5.5 หมื่นบาท ส่วนค่ายหลังใช้ “พีซีเอ็กซ์” ขุมพลัง 150 ซีซี เป็นพื้นฐาน พร้อมแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน คาดราคาทะลุ 1 แสนบาท

แม้จะนัดช่วงเวลาเปิดตัวรถจักรยานยนต์ไฮบริดในเมืองไทยเอาไว้ล่วงหน้าสำหรับ “ฮอนด้า” และ “ยามาฮ่า”  แต่ถึงเวลาจริงมีประเด็นให้พูดถึงพอสมควร เมื่อยามาฮ่ารีบจัดงานในวันที่ 16 กรกฎาคม 2561 ก่อนหน้าฮอนด้าที่โปรโมตในสื่อสังคมออนไลน์ว่า “พีซีเอ็กซ์”  ถือเป็นรถจักรยานยนต์ไฮบริด รุ่นแรกของโลก เตรียมเปิดตัววันที่ 18 กรกฎาคมนี้

อย่างไรก็ตาม ประเด็นการปาดหน้าเปิดตัวอาจจะไม่ใช่สาระสำคัญเมื่อพิจารณาจากแผนธุรกิจและรถที่ทั้ง 2 ค่ายนำมาพัฒนาเป็นขุมพลังไฮบริด โดย “ยามาฮ่า” เลือกใช้ “แกรนด์ ฟีลาโน่” (Grand Filano) ซึ่งเป็นรถรุ่นที่ขายดีของค่าย แต่วางเครื่องยนต์แค่ 125 ซีซี ต่างจากฮอนด้า ที่ขยับขึ้นไปเป็นรุ่น“พีซีเอ็กซ์” (PCX) เครื่องยนต์ 150 ซีซี พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าช่วยสนับสนุนในการขับขี่ ซึ่งเป็นไปตามที่เคยประกาศก่อนหน้า นี้และเปิดตัวให้เห็นก่อนยามาฮ่าในงานโตเกียว มอเตอร์โชว์ 2017 ปลายปีที่แล้ว



เหนืออื่นใด ระบบไฮบริดของรถทั้ง 2 รุ่น มีหลักการทำงานต่างกันเล็กน้อย เพราะของฮอนด้าจะใช้มอเตอร์ไฟฟ้า ช่วยเสริมการทำงานของเครื่องยนต์ในหลายๆ จังหวะเน้นช่วงเร่งแซง ส่งผลโดยตรงกับสมรรถนะการขับขี่และลดภาระของเครื่องยนต์ลง พร้อมแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนที่คอยสนับสนุนอย่างเต็มที่  ต่างจากยามาฮ่า ที่ระบุว่าเครื่องยนต์บลูคอร์เจเนอเรชัน ใหม่ 125 ซีซี จะมีมอเตอร์/เจเนอเรเตอร์ ช่วยสตาร์ตและส่งกำลังให้ในช่วงออกตัวเท่านั้น

สำหรับรถจักรยานยนต์ไฮบริด 2 รุ่นนี้ถูกพัฒนาให้ตอบโจทย์ด้านสมรรถนะการขับขี่ ทั้งอัตราเร่ง ความนุ่มนวล ประหยัดนํ้ามันและลดมลพิษ ซึ่งมาพร้อมระบบดับเครื่องยนต์อัตโนมัติเมื่อรถจอดหยุดนิ่ง

นางสาวจินตนา อุดมทรัพย์ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทจะเริ่มส่งมอบ “แกรนด์  ฟิลาโน่ ไฮบริด” ตั้งแต่วันที่ 18 กรกฎาคมนี้ และตั้งเป้าหมายยอดขาย 7,000 คันต่อเดือน เพิ่มขึ้นจากรุ่นเดิมที่ขายได้ 5,000 คันต่อเดือน และปีหน้าจะปรับการผลิต แกรนด์ ฟีลาโน่ เป็นรุ่นไฮบริดทั้งหมด

สำหรับยามาฮ่า แกรนด์ ฟิลาโน่ เปิดตัวตั้งแต่ปี 2556 โดยมียอดขายในปีแรก 11,000 คัน ปี 2557  ขายได้ 15,000 คัน ,ปี 2558 ขายได้ 42,000 คัน , ปี 2559 ขายได้ 52,000 คัน และปี 2560 ขายได้ 55,000 คัน  โดยรถรุ่นนี้อยู่ในเซ็กเมนต์ออโตเมติก ที่มีแนวโน้มการเติบโตต่อเนื่อง ดังจะเห็นจากตัวเลขการขายสะสม 6 เดือนแรกของปี 2561 มีจำนวน 85,774 คัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ทำได้ 80,457 คัน  คาดว่าตัวเลขจนถึงสิ้นปีจะมีจำนวน 186,000 คัน



“เราเลือกแกรนด์ ฟีลาโน่ เพราะเป็นรถในเซ็กเมนต์ออโตเมติกรุ่นที่ขายดีที่สุด และเราอยากเลือกเทคโนโลยีที่ดีที่สุดมาใส่ไว้ในรุ่นนี้ ในส่วนของราคาหากวัดจากรุ่นปกติ ก็เพิ่มขึ้นมา 4,000 บาท ซึ่งถือเป็นราคาที่คุ้มค่า และฟีเจอร์ที่ใส่เข้ามาทำให้เรามั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับที่ดี ส่วนแบตเตอรี่เรารับประกัน 3 ปี 3 หมื่นกิโลเมตร และราคาของแบตก็เพิ่มขึ้นไม่มากเมื่อเทียบกับตัวเดิม”

อย่างไรก็ตาม รถรุ่นใหม่นี้จะผลิตและขายในประเทศไทย และยังไม่มีแผนการส่งออก ส่วนตลาดต่างประเทศ ที่จะเปิดตัวคือเวียดนาม แต่จะเป็นโมเดลที่ผลิตจากโรงงานในเวียดนาม และอาจจะใช้ชื่อรุ่นที่แตกต่างกับในไทย

“การนำเทคโนโลยีไฮบริดไปใส่ในรุ่นอื่นๆ เพิ่มหรือไม่ตอนนี้คงต้องรอดูกระแสตอบรับก่อนขณะที่รถจักรยาน ยนต์ไฟฟ้าที่ยามาฮ่าทำในตลาดต่างประเทศนั้น ในเบื้องต้นตอบได้ว่ามาในไทยแน่เพราะอยู่ในแผน แต่ระยะเวลาหรือเปิดตัวเมื่อไรยังบอกไม่ได้”นางสาวจินตนากล่าว

สำหรับ“แกรนด์ ฟีลาโน่ ไฮบริด” เครื่องยนต์ขนาด 125 ซีซี ตั้งราคาขายในรุ่น Standard  ไว้ 55,500 บาท และรุ่นเบรก ABS 62,000 บาท ส่วน “ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์” พิกัดเครื่องยนต์ 150 ซีซี พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน ที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนมากกว่า คาดว่าราคาขายเกิน 1 แสนบาทแน่นอน

หน้า 32-33 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,384 วันที่ 19 - 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561