‘มิชลิน’ เปิดตัวยางใหม่เล็งเจาะตลาดโออีเอ็ม

22 August 2018






ตลาดยางทดแทนแนวโน้มเติบโต มิชลินเปิดแผนครึ่งปีหลัง ด้วยการส่งรุ่นใหม่ ไพรมาซี่ 4 ชูจุดเด่นดอกยางปลอดภัยทั้งตอนใหม่และใกล้หมดดอก พร้อมขยายเข้าสู่โออีเอ็ม ประเดิมป้อนโตโยต้า โคโรลล่า อัลติส ใหม่

นายเอกชัย คหการบำรุง ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจ B2C บริษัท สยามมิชลิน จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมตลาดยางรถยนต์อาร์อีเอ็ม(ทดแทน)ในประเทศไทยเติบโตไปในทิศทางเดียวกับยอดขายรถใหม่ โดยแต่ละปีมียอดขายรวมประมาณ 9-10 ล้านเส้น หรือเติบโตราว 4%

ขณะที่แผนการตลาดของมิชลินในครึ่งปีหลังได้เปิดตัว ‘มิชลินไพรมาซี่4’  (MICHELIN Primacy 4)ยางรุ่นล่าสุดในตระกูล“ไพรมาซี่’ ที่มาพร้อมแนวคิด “อายุยางเปลี่ยน ความมั่นใจไม่เคยเปลี่ยน”   (Safe When New, Safe When Worn)  โดยยางรุ่นใหม่นี้มาพร้อม 2 เทคโนโลยีเอกสิทธิ์เฉพาะมิชลินที่ใช้เวลาออกแบบพัฒนา 3 ปี



ประกอบไปด้วยเทคโน โลยี EverGrip™ ที่มีร่องรีดนํ้าแบบใหม่ ถูกออกแบบให้มีพื้นที่ในการรีดนํ้าเพิ่มขึ้น 50% ทั้งเมื่อยางใหม่และใกล้หมดดอก เพื่อให้สมรรถนะการยึดเกาะถนนเปียกที่ดีและปลอดภัยแม้เมื่อยางผ่านการใช้งานมานานจนใกล้หมดดอก และเทคโน โลยี Silent Rib รุ่น 2 ที่ช่วยลดเสียงรบกวนไม่ให้เข้าไปภายในห้องโดยสารด้วยแถบเนื้อยางเสริมระหว่างบล็อกดอกยางแบบเต็มหน้ายาง (Inter-Locking Bands)

“เราได้จัดกิจกรรมทดสอบยางรุ่นใหม่ ที่สวนนงนุช โดยเชิญผู้สื่อข่าวจากหลายประเทศมาร่วมสัมผัสกับยางรุ่นใหม่ และได้จำลองพร้อมทั้งมีการเปรียบเทียบยางยี่ห้ออื่นๆเพื่อให้สามารถเปรียบเทียบจุดเด่นของยางรุ่นใหม่ของเราได้  โดยข้อมูลที่เราได้ทำการทดสอบก่อนหน้านั้น พบว่าเมื่อเปรียบเทียบในกลุ่มยางใหม่ด้วยกัน

‘มิชลิน ไพรมาซี่ 4’ มีระยะเบรกสั้นกว่ายางแบรนด์อื่นๆ 2.5 เมตร และเมื่อเปรียบเทียบในกลุ่มยางใกล้หมดดอก ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 4’ มีระยะเบรกสั้นกว่ายางแบรนด์อื่นๆ 5.1 เมตร และเมื่อเทียบกับยางใหม่ของแบรนด์ อื่นๆ ยาง ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 4’ ที่ใกล้หมดดอกมีระยะเบรกสั้นกว่ายางใหม่ของแบรนด์อื่นๆ 1.8 เมตร”

www.piston.my



สำหรับยาง “มิชลิน ไพรมาซี่ 4” จะเริ่มวางตลาดตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมนี้เป็นต้นไป และมีจำหน่ายรวมทั้งสิ้น 31 ขนาด (ขอบ 15-19 นิ้ว) ครอบคลุมหลายรุ่น อาทิ โตโยต้า คัมรี , ฮอนด้า แอคคอร์ด, บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 3 และซีรี่ส์ 5, เมอร์เซเดส-เบนซ์  อี-คลาส และ ซี-คลาส

นายเอกชัย กล่าวเพิ่มเติมว่านอกเหนือจากผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่แล้ว กลยุทธ์การตลาดจะเน้นสร้างแบรนด์ มีการทำแบรนด์ให้ดูเด็กลง เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆและมีการสื่อสารการตลาดในรูปแบบต่างๆอาทิ ภาพยนตร์โฆษณา

นอกจากนั้นแล้วยังเตรียมเจาะตลาดโออีเอ็มหรือป้อนให้กับโรงงานผลิตรถยนต์เพิ่มเติม หลังจาก 4-5 ปีก่อนหน้านั้นสัดส่วนของตลาดนี้ลดลงโดยล่าสุดได้เตรียมผลิต ให้กับโตโยต้าโคโรลล่าอัลติส ใหม่

ขณะเดียวกันจะมีการพัฒนารูปแบบช่องทางการขายของร้านไทร์พลัส ที่มีจำนวน 117 แห่ง และมีแผนจะเปิดเพิ่มมากกว่า 10 แห่ง โดยไทร์พลัสจะมีรูปแบบร้าน 2 ขนาด ได้แก่ ไทร์พลัสไซส์ปกติ จะลงทุนมากกว่า 5-10 ล้านบาท และมีจำนวน 4 ช่องซ่อม ส่วนอีกหนึ่งรูปแบบคือ ไทร์พลัส เอ็กซ์เพรส ที่ลงทุนประมาณ 5 ล้านบาท มี 2 ช่องซ่อม เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าในเมือง ปัจจุบันเปิดให้บริการ 3 แห่ง และบริษัทมีเป้าหมายที่จะขยายให้ครอบคลุม

“เรามีร้านค้าส่งทั่วไปมากกว่า 2,000-3,000 แห่ง ส่วนโมเดิร์นเทรดมากกว่า 200 แห่ง และเรายังมีร้านMBA หรือมิชลิน บิสสิเนส อัลลายแอนซ์ จำนวน 150 ร้านค้า”