เทสต์ไดรฟ์ | Mercedes-Benz C200 ... หัวใจใหม่ผสานมอเตอร์ไฟฟ้า

30 June 2018








การดาสน์ไซซิ่ง (Downsizing) เครื่องยนต์ ยังเป็นแนวทางที่ค่ายรถยนต์ให้ความสำคัญและค่อย ๆ ปล่อยทีเด็ดออกมาในรถโมเดลใหม่

ถือเป็นงานใหญ่ที่เตรียมการวางแผนกันล่วงหน้า เพื่อพัฒนาเครื่องยนต์ให้มีขนาดเล็กลง แต่ยังคงพละกำลังสูงและกินน้ำมันพร้อมปล่อยไอเสียลดลง ท้าทายโจทย์ คือ กฎหมายควบคุมมลพิษของหลายประเทศที่เข้มงวดขึ้นเรื่อย ๆ ครับ

แม้ว่าในปัจจุบัน เรากำลังพูดถึงรถยนต์ไฟฟ้า ยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้ากันอย่างกว้างขวาง หรือ คาดการณ์ไปถึงการที่ค่ายรถยนต์จะหยุดลงทุนพัฒนาเครื่องยนต์สันดาปภายในด้วยซ้ำ

แต่เอาละครับ อยู่กับปัจจุบันกันก่อน ดูการพัฒนาเครื่องยนต์สันดาปภายในไปให้สุดทาง ซึ่งมีความลุ่มลึกสนุกสนาน เปิดมิติใหม่ของเทคโนโลยีให้เห็นทุกวัน

ล่าสุด ผมเดินทางไปลักเซมเบิร์ก ประเทศเล็ก ๆ ที่คั่นอยู่ระหว่างเยอรมนี ฝรั่งเศส เบลเยียม เพื่อไปลองขับเมอร์เซเดส-เบนซ์ ซี-คลาส ใหม่ หรือ รุ่นเฟซลิฟท์ของ W205 ก่อนเปิดตัวในเมืองไทยปลายปีนี้ (น่าจะเป็นเดือน ต.ค. หรือ พ.ย.)




ความน่าสนใจของตัวรถที่ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงชิ้นส่วนไปกว่า 50% เมื่อเทียบกับรุ่นเดิม ทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และระบบขับเคลื่อน ซึ่งการทดสอบมีครบทุกตัวถัง ซีดาน คูเป้ สเตชันแวกอน และเปิดประทุน

แต่ที่เป็นไฮไลท์และผมเลือกขับเป็นโมเดลแรก คือ C200 ซีดานที่ใช้เครื่องยนต์เบนซิน รหัส M264 บล็อกใหม่ขนาด 1.5 ลิตร เทอร์โบ (Twin-Scroll Turbo) พร้อมการสนับสนุนจากมอเตอร์ไฟฟ้า และประกบเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด




นั่นเท่ากับว่า ซี-คลาส ใหม่ จะมีทางเลือกแบบระบบขับเคลื่อน 'ไมลด์ไฮบริด' ที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ เรียกว่า EQ Boots ด้วยการใส่มอเตอร์/เจเนอเรเตอร์ เอาไว้ระหว่างเครื่องยนต์กับเกียร์ ช่วยเพิ่มกำลังให้เครื่องยนต์ได้ถึง 14 แรงม้า แรงบิด 160 นิวตัน-เมตร (และทำหน้าที่ปั่นไฟกลับไปเก็บในแบตเตอรี่และเป็นไดสตาร์ตเครื่องยนต์) ซึ่งเมืองไทยจะได้ใช้ระบบนี้กับตัวถังคูเป้ก่อน ส่วนรุ่นซีดานช่วงแรกจะเป็นเครื่องยนต์ดีเซล

การลองขับขุมพลังใหม่นี้ บนตัวถังซีดาน เส้นทางลักเซมเบิร์ก-เยอรมนี ระยะทางเกือบ 200 กม. มีทั้งผ่านหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่บังคับความเร็วไม่เกิน 50 กม./ชม. และเข้าออโตบาห์น ที่สามารถใช้ความเร็วได้ไม่จำกัด (บางช่วง)

ถ้าเทียบอารมณ์กับ C200 หรือ C180 ที่เคยขับผ่านมือมาบ้าง (ตั้งแต่ W204) ที่กำลังต่ำกว่า 200 แรงม้าเช่นกัน ผมว่า ซี-คลาส ใหม่ รหัส C200 ในภาพรวมขับดี ตอบสนองทันใจ และออกแนวนุ่มนวลกว่าพอสมควร (ส่วนหนึ่งเพราะเกียร์ 9 สปีดด้วย)

การตอบสนองของระบบขับเคลื่อนไม่ถึงหนักหน่วงรุนแรง แต่รู้สึกได้ถึงการขยับของพละกำลังในทุกย่านความเร็ว เพราะอย่าลืมว่า ในช่วงที่รอเวลาให้เทอร์โบบูส ก็มีพลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าเข้ามาเสริมช่วยก่อน

โดยเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร เทอร์โบ 184 แรงม้า ส่งกำลังลงสู่ล้อหลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ 7.7 วินาที ใช้งานทั่วไปคล่องตัว พร้อมช่วงล่างและการควบคุมค่อนข้างสมบูรณ์แบบ ขับในเมืองสบาย วิ่งทางไกลไม่เครียด ส่วนความเร็วสูงสุดที่ลองซัดบนออโตบาห์น ผมขยับไปได้ถึง 230 กม./ชม. (แต่กว่าจะถึงความเร็วนี้ ก็ต้องเข่นคันเร่งและใช้เวลาอยู่อึดใจหนึ่งเหมือนกัน)




ข้อดีของเครื่องยนต์บล็อกนี้ ยังมีเรื่องการปล่อยไอเสียที่เคลมตัวเลขไว้ 154-144 กรัมต่อกิโลเมตร และเชื่อว่าเมื่อทำตลาดในเมืองไทย ตัวนี้จะอยู่ไม่เกิน 150 กรัมต่อกิโลเมตร เพื่อประโยชน์ทางภาษีสรรพสามิต หรือ เสียในอัตรา 25%

อย่างไรก็ตาม ยังมีความน่าสนใจที่ต้องติดตาม เมื่อเมอร์เซเดส-เบนซ์ ใช้ระบบไมลด์ไฮบริด (หลักการ คือ มอเตอร์ไฟฟ้าเข้ามาเสริมการทำงานของเครื่องยนต์เพียงเล็กน้อย) จะถูกคิดภาษีสรรพสามิตในกลุ่มไฮบริด (โตโยต้า) และปลั๊ก-อินไฮบริด (หลายยี่ห้อ) ที่ได้อัตราต่ำสุด คือ 4% (ไอเสียไม่เกิน 100 กรัมต่อกิโลเมตร) หรือ 8% (ไอเสียไม่เกิน 150 กรัมต่อกิโลเมตร) ด้วยหรือไม่

ประเด็นนี้ยังไม่มีความชัดเจนจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เพราะเงื่อนไขการได้ภาษีสรรพสามิตอัตราพิเศษนี้ ต้องเป็นรถประกอบในประเทศและผลิตแบตเตอรี่ในไทย ตามเงื่อนไข BOI เมอร์เซเดส-เบนซ์ พร้อมลุยในแพ็กเกจใหญ่ของรถยนต์ไฟฟ้าอยู่แล้ว เพียงแต่รูปแบบของเทคโนโลยีไฮบริดที่แต่ละค่ายใช้แตกต่างกันไปเท่านั้นเอง (ถ้าเมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้ มาสด้ากับซูซูกิก็จะมาแนวทางนี้ด้วย)








ส่วนอัตราบริโภคน้ำมันที่เคลมไว้ในรุ่น C200 คือ 6.8-6.3 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ซึ่งการขับของผมในทริปนี้ได้ตัวเลขประมาณ 9 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร หรือประมาณ 11 กิโลเมตร/ลิตร ครับ (ทางด่วนก็ซัดเต็มเหนี่ยวตามความเร็วที่กำหนดและไม่กำหนด)

รวบรัดตัดความ ... ซี-คลาส W205 ถือเป็นโมเดลที่เปลี่ยนแปลงขุมพลังแบบฝุ่นตลบ ตั้งแต่เครื่องยนต์เบนซิน ดีเซล บลูเทคไฮบริด ปลั๊ก-อินไฮบริด และระบบส่งกำลัง เรียกว่า ในอายุการทำตลาดของรถโมเดลเดียวรุ่นนี้ มีการเปลี่ยนรูปแบบของขุมพลังมากเหลือเกิน แต่ก็ต้องยอมรับว่า เป็นการพัฒนาให้ดีขึ้นในทุกระดับ ขณะที่ โฉมเฟซลิฟท์ บ้านเราเตรียมประเดิมด้วยตัวถังซีดานเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร C220d และคูเป้เตรียมวาง 1.5 ลิตร เทอร์โบ C200 ส่วนรุ่นปลั๊ก-อินไฮบริดน่าจะตามมาปีหน้าครับ




……………….
คอลัมน์ : เทสต์ไดรฟ์ โดย กรกิต กสิคุณ

หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,378 วันที่ 28-30 มิ.ย. 2561 หน้า 32-33

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
รถหรูแห่โรดโชว์เมืองอุดรฯ โรลส์-รอยซ์จัดเทสต์ไดรฟ์เอาใจเศรษฐีอีสาน-สปป.ลาว
'Mazda CX-8' เพิ่มขนาด-ขยับความหรู




ฐานเศรษฐกิจ เมอร์เซเดส-เบนซ์ เบนซ์ Mercedes-Benz มอเตอร์ไฟฟ้า Thansettakij ซี-คลาส ใหม่ W205 ซีคลาสเฟซลิฟท์ ซี-คลาส W205 ซีคลาส c200 EQ Boost C220d