'จีน-มะกัน' เปิดศึก! ผันสินค้าท่วมไทย

21 June 2018








สงครามการค้าโลกเปิดศึกเต็มรูปแบบ! หลัง 'จีน แคนาดา เม็กซิโก อียู' ดาหน้าตอบโต้สหรัฐฯ ดีเดย์ 6 ก.ค. อินทรีฟัดมังกรขึ้นภาษีกีดกันกว่า 1,300 รายการ จับตาสินค้าอิเล็กทรอนิกส์-เกษตร ไหลบ่าทุบผู้ประกอบการ-เกษตรกรไทยอ่วม ... สรท. - พาณิชย์ เตรียมถกผู้ส่งออกรับมือ หวั่นกระทบการค้า 3.9 ล้านล้าน ตลาดหุ้นร่วงหนัก

สงครามการค้าโลกได้ระเบิดขึ้นจริงแล้ว หลังจากคืนวันที่ 15 มิ.ย. ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ประกาศเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนอย่างเป็นทางการ 1,102 รายการ ขณะที่ จีนก็ประกาศตอบโต้ด้วยการขึ้นภาษีสินค้าจากสหรัฐฯ 649 รายการ โดยสินค้ากลุ่มแรกในส่วนฝั่งสหรัฐฯ 818 รายการ และฝั่งจีน 545 รายการ จะมีอัตราภาษีเพิ่ม 25% คิดเป็นมูลค่าประมาณ 3.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มีผลบังคับใช้พร้อมกันตั้งแต่วันที่ 6 ก.ค. นี้




ส่งออกไทยมีได้-เสีย
นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) หรือ สภาผู้ส่งออก เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า สรท. ได้เชิญสมาชิกในกลุ่มอุตสาหกรรมต่าง ๆ หารือในวันที่ 25 มิ.ย. นี้ เพื่อประเมินผลกระทบว่าจะมีมากน้อยเพียงใดและจะรับมืออย่างไร ในเบื้องต้น ฝ่ายเศรษฐกิจของ สรท. ได้ทำการวิเคราะห์ผลกระทบต่อประเทศไทย พบมีทั้งแง่ลบและแง่บวก โดยแง่ลบ เป็นไปได้ว่า สินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ของจีน (เป็นสินค้าส่งออกของจีนไปสหรัฐฯ สัดส่วนถึง 21% ของภาพรวม) ที่ได้รับผลกระทบจากการขึ้นภาษีของสหรัฐฯ อาจจะไหลกลับเข้ามายังอาเซียนและไทย ขณะที่ สินค้าเกษตรของสหรัฐฯ ที่ถูกจีนตอบโต้ขึ้นภาษี ซึ่งไทยเป็นผู้ผลิตที่สำคัญด้วย เช่น เนื้อหมู เนื้อไก่ และเครื่องในจะถูกสหรัฐฯ กดดันให้ยอมรับการนำเข้ามากขึ้น จะกระทบกับผู้ประกอบการและเกษตรกรในประเทศได้

ส่วนด้านบวก ไทยอาจได้รับอานิสงส์ส่งสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์และชิ้นส่วนไปสหรัฐฯ ทดแทนสินค้าจีนได้เพิ่มขึ้น รวมถึงส่งออกสินค้าเกษตร เช่น หมู ไก่ ผลไม้ไปตลาดจีน เพื่อทดแทนสินค้าจากสหรัฐฯ ได้เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ยังสามารถนำเข้าสินค้าเครื่องจักรและเทคโนโลยีจากจีน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในต้นทุนที่ต่ำลง เพราะเมื่อสินค้าจีนมีปัญหาก็จะปรับราคาลงเพื่อระบายสินค้า




"ผลกระทบทางอ้อมเมื่อมีสินค้าจีนและสินค้าจากสหรัฐฯ เข้ามาแข่งขันในโซนเอเชียมากขึ้น จะกระทบกับการส่งออกของไทยไปยังภูมิภาคนี้ อย่างไรก็ดี ทาง สรท. ยังคงคาดการณ์ส่งออกของไทยในปีนี้จะขยายตัวได้ที่ 8% เพราะช่วงครึ่งแรกคาดจะยังขยายตัวได้ดี จากโมเมนตัม 4 เดือน ที่ขยายตัวสูงถึง 11.5% แต่ครึ่งหลังจะเป็นอย่างไรนั้น คงต้องจับตาสงครามการค้าอย่างใกล้ชิดว่า จะกระทบมากน้อยแค่ไหน"


ทุบ ศก.โลก หดปีละ 0.2%
นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า สงครามการค้าถือได้ว่า มีผลเต็มรูปแบบแล้ว หลังจากจีน แคนาดา เม็กซิโก และสหภาพยุโรป (อียู) ได้ประกาศตอบโต้ขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้ นางคริสติน ลาการ์ด ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ได้ออกมาระบุว่า สงครามการค้าจะส่งผลให้เศรษฐกิจโลกช่วง 4 ปี (2560-2563) จะชะลอตัว หรือ ลดลงถึงปีละ 0.2% ทั้งนี้ องค์การการค้าโลก (WTO) ได้หมดความหมายแล้ว นับแต่สหรัฐฯ ประกาศขึ้นภาษีเหล็กและอะลูมิเนียมจากทั่วโลก เมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา




"สินค้าที่มองว่า จีนจะส่งเข้ามาขายในไทยและอาเซียนมากขึ้น หลังจากถูกสหรัฐฯ กีดกันอยู่ในกลุ่มที่จีนได้ดุลการค้าสหรัฐฯ เยอะ ๆ ได้แก่ เครื่องจักร เครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ เสื้อผ้า รองเท้า คาดจะเห็นผลกระทบที่ชัดเจนในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้"


พาณิชย์สั่งจับตาใกล้ชิด
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า ที่ผ่านมา หน่วยที่เกี่ยวข้องของกระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามประเมินสถานการณ์การค้ามาเป็นระยะ รวมถึงผลกระทบจากการขึ้นภาษีตอบโต้กัน ซึ่งมีทั้งด้านบวกและด้านลบกับการส่งออกของไทย ครั้งนี้ที่ สหรัฐฯ-จีน ประกาศขึ้นภาษีตอบโต้กันอย่างเป็นทางการในเร็ว ๆ นี้ ทางกระทรวงคงเชิญเอกชนหารืออีกครั้ง




ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สินค้าจีน 1,102 รายการ ที่จะถูกสหรัฐฯ เก็บภาษีเพิ่มในครั้งนี้ ส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่อยู่ภายใต้แผนยุทธศาสตร์พัฒนาเศรษฐกิจ "เมด อิน ไชน่า 2025" ของจีน ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าไฮเทคเพิ่มมูลค่า อาทิ หุ่นยนต์ อากาศยาน เครื่องจักรกลอุตสาหกรรม และยานยนต์ ซึ่งจีนออกมาระบุว่า นอกจากสินค้า 545 รายการ ที่จะขึ้นภาษีตอบโต้สหรัฐฯ ตั้งแต่วันที่ 6 ก.ค. นี้ แล้ว ยังมีสินค้าล็อตต่อไปที่จะประกาศเก็บภาษีเพิ่มเติมหลังจากนี้ แต่ยังไม่ได้กำหนดวัน กลุ่มหลังจากนี้จะมีถ่านหิน น้ำมันดิบ น้ำมันเบนซิน และเครื่องมือการแพทย์ รวมอยู่ด้วย

สำหรับสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน ที่ระเบิดขึ้นในครั้งนี้ สร้างความกังวลไปทั่วโลกและโดยเฉพาะภายหลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. ที่ผ่านมา ฉุดให้มีแรงขายหุ้นขนาดใหญ่ออกมากดดันบรรยากาศการลงทุนต่อเนื่อง ทำให้มูลค่าตามราคาตลาดรวม (มาร์เก็ตแคป) ของตลาดหุ้นไทยลดลง 474,939 ล้านบาท




อนึ่ง การค้าไทย-จีนในปี 2560 มีมูลค่ารวม 2.51 ล้านล้านบาท โดยไทยส่งออก 9.97 แสนล้านบาท (สัดส่วน 12% ของการส่งออกไทยไปทั่วโลก) นำเข้า 1.51 ล้านล้านบาท ไทยขาดดุลการค้าจีน 5.17 แสนล้านบาท ส่วนการค้าไทย-สหรัฐฯ ปี 2560 มีมูลค่ารวม 1.40 ล้านล้านบาท โดยไทยส่งออก 8.98 แสนล้านบาท (สัดส่วน 11% ของการส่งออกไปทั่วโลก) นำเข้า 5.08 แสนล้านบาท ไทยเกินดุลการค้าสหรัฐฯ 3.90 แสนล้านบาท รวมการค้าไทย-จีน ค้าไทย-สหรัฐฯ ปี 2560 มีมูลค่ารวมกว่า 3.92 ล้านล้านบาท ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าในครั้งนี้


……………….
หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,375 วันที่ 21-23 มิ.ย. 2561 หน้า 02

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
กรมส่งเสริมสหกรณ์นำทีมจัดซื้ออาลีบาบาลุยสวนทุเรียนส่งออกจีนปีละ 8 แสนลูก
ราคาน้ำมันดิบปรับลด ท่ามกลางความวิตกต่อสงครามการค้าสหรัฐ-จีน




จีน สหรัฐอเมริกา ฐานเศรษฐกิจ สงครามการค้า Thansettakij