"สนธิรัตน์" กางแผนรับมือสินค้าเกษตรล่วงหน้า -ใช้นโยบายด้านการตลาดนำการผลิต

9 June 2018






“สนธิรัตน์” กางแผนรับมือสินค้าเกษตรล่วงหน้าเป็นรายตัว พร้อมใช้นโยบายด้านการตลาดนำการผลิตเข้าไปส่งเสริมให้เกษตรกรเพาะปลูก ก่อนหาตลาดรองรับทั้งในและต่างประเทศ เผยราคาข้าวยังพุ่งต่อเนื่อง ข้าวเปลือกหอมมะลิราคาดีสุดรอบ 10 ปี แนะเกษตรกรอย่าเพิ่มผลผลิต ให้เน้นคุมคุณภาพ และเพาะปลูกข้าวที่ตลาดต้องการทั้งข้าวพื้นนิ่ม และข้าว กข43 ส่วนข้าวโพดราคาพุ่งไม่แพ้กัน 9.50-9.70 บาท ต่อกก. และมันสำปะหลัง 3.15 บาทต่อกก. สูงสุดรอบ 10 ปีเช่นกัน ด้านเกษตรกรรวมตัวขอบคุณ หลัง “พาณิชย์”ช่วยเหลือจนมีรายได้เพิ่มขึ้น
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยในการปาฐกถาพิเศษ “สถานการณ์พืชผลการเกษตรของไทย” ที่จัดโดยสมาคมการค้าพืชไร่ ว่า กระทรวงพาณิชย์มีแผนในการดูแลราคาสินค้าเกษตรสำคัญของประเทศ ทั้งข้าวเปลือก ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง และสินค้าเกษตรอื่นๆ เป็นรายตัว โดยได้มีการประเมินสถานการณ์ล่วงหน้าทุกรายการ และวางแผนช่วยเหลือเป็นการล่วงหน้า โดยเฉพาะการช่วยเหลือด้านการตลาดที่จะนำนโยบายการตลาดนำการผลิตมาใช้ ด้วยการส่งเสริมและผลักดันให้เกษตรกรเพาะปลูกตามที่ตลาดต้องการ และกระทรวงพาณิชย์จะช่วยหาตลาดรองรับให้ ทั้งการจำหน่ายภายในและส่งออกต่างประเทศ รวมถึงการจำหน่ายผ่านช่องทางการค้าออนไลน์

ทั้งนี้ ในส่วนของราคาข้าวปัจจุบัน พบว่า ราคายังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการที่ประเทศ ผู้นำเข้าข้าวสำคัญ เช่น แอฟริกา จีน ยังมีความต้องการซื้อข้าวเพิ่ม และไทยชนะการประมูลขายข้าวให้กับหลายประเทศ เช่น อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์และมาเลเซีย ทำให้มีความต้องการข้าวเพื่อส่งมอบ ทั้งในรูปแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) และรัฐต่อเอกชน (จีทูพี) และไทยยังอยู่ระหว่างการเจรจาตกลงราคาซื้อขายข้าวจีทูจีกับจีน 1 แสนตันที่ 6 รวมทั้งติดตามและเจรจาให้จีนซื้อข้าวจีทูจีสัญญา 1 ล้านตันที่ 2 ซึ่งหากสำเร็จ ก็จะทำให้มีตลาดรองรับผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้น โดยคาดว่าปีนี้ไทยจะส่งออกข้าวได้ไม่ต่ำกว่า 10 ล้านตัน เพิ่มจากเป้าเดิมที่กำหนดไว้ที่ 9.5 ล้านตัน

อย่างไรก็ตาม จากการที่ข้าวเปลือกหอมมะลิมีราคาสูงขึ้น โดยปัจจุบันราคาส่งออกอยู่ที่ตันละ 1,295 เหรียญสหรัฐ และราคาข้าวเปลือกหอมมะลิอยู่ที่ตันละ 18,800 บาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ที่ตันละ 11,200 บาท โดยเป็นราคาที่สูงสุดในรอบ 10 ปี ซึ่งกระทรวงพาณิชย์มีความกังวลว่าเกษตรกรจะหันมาเพาะปลูกกันมากขึ้น และเมื่อผลผลิตออกมามาก ก็จะส่งผลกระทบต่อราคาได้ จึงขอให้เกษตรกรเพาะปลูกเท่าเดิม และเน้นการควบคุมคุณภาพให้ดี รวมทั้งหันไปเพาะปลูกข้าวที่มีศักยภาพและตลาดต้องการสูง โดยเฉพาะข้าวพื้นนุ่น เช่น ข้าวกข21 กข59 เพื่อชิงตลาดจากเวียดนาม และข้าว กข43 ที่มีโอกาสทางการตลาดสูงมาก

ส่วนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปัจจุบันราคาก็เพิ่มขึ้นมาก โดยความชื้น 30% ราคา 7.50-7.70 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) เมื่อเทียบกับปีก่อน 5.00-5.10 บาทต่อกก. ความชื้น 14.5% ราคา 9.50-9.70 บาทต่อกก. เทียบกับปีก่อนที่ 6.70-6.90 บาทต่อกก. ส่วนราคาโรงงานอาหารสัตว์รับซื้ออยู่ที่ 10.25-10.55 บาทต่อกก. สูงกว่าปีก่อนที่ 7.90-8.00 บาทต่อกก. ซึ่งราคายังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูง เพราะเป็นช่วงปลายฤดูเก็บเกี่ยว โดยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ฤดูกาลใหม่ กระทรวงพาณิชย์ได้เตรียมแผนและมาตรการสำหรับรับมือไว้ล่วงหน้าแล้ว ทั้งการประสานผู้ผลิตอาหารสัตว์ และสหกรณ์ผู้เลี้ยงสัตว์เข้าไปรับซื้อ การใช้มาตรการขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ ผู้รวบรวมที่รับซื้อข้าวโพด เพื่อให้สามารถติดตามดูแลได้ การเชื่อมโยงการซื้อขายระหว่างเกษตรกร ผู้รวบรวม และโรงงานอาหารสัตว์ และกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาการกำหนดสัดส่วนการนำเข้าข้าวสาลีต่อการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โดยจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของทุกฝ่าย

สำหรับมันสำปะหลัง ปัจจุบันราคาหัวมันสด เชื้อแป้ง 25% ราคา 3.15 บาทต่อกก. ซึ่งเป็นราคาสูงที่สุดในรอบ 10 ปีเช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นผลสำเร็จมาจากการที่กระทรวงพาณิชย์ ได้เดินหน้าหาตลาดส่งออกให้กับผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ทั้งตลาดจีน ญี่ปุ่น เกาหลี และหาตลาดใหม่ เช่น ตุรกี และนิวซีแลนด์ ร่วมมือกับสมาคมที่เกี่ยวข้องกับมันสำปะหลังในการทำตลาด และยังได้ใช้มาตรการกำหนดให้ผู้ซื้อ ผู้จำหน่าย ผู้ครอบครองมันสำปะหลัง ต้องแจ้งปริมาณ สถานที่เก็บ รวมถึงการผลักดันให้นำมันสำปะหลังไปใช้ในการผลิตเอทานอล และที่สำคัญ ได้กำกับดูแลการนำเข้ามันสำปะหลังจากประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้า จนกระทบต่อราคาภายในประเทศ

นายทรงศักด์ ส่งเสริมอุดมชัย นายกสมาคมการค้าพืชไร่ กล่าวว่า สมาคมฯ และเกษตรกร ขอขอบคุณกระทรวงพาณิชย์ โดยเฉพาะนายสนธิรัตน์ และทีมงานของกระทรวงพาณิชย์ที่ได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือเกษตรกร ทั้งการรับฟังปัญหา การช่วยหาวิธีการแก้ไขปัญหา การดำเนินมาตรการหาตลาดรองรับให้กับผลผลิตของเกษตรกร จนทำให้ปีนี้ ราคาข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมันสำปะหลัง มีราคาดี ไม่มีปัญหา ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น มีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น

“ในการเดินทางมาครั้งนี้ของนายสนธิรัตน์ ท่านได้บอกกับพวกเราว่า กระทรวงพาณิชย์จะไม่ทอดทิ้งเกษตรกร จะทำงานอย่างหนักเพื่อดูแลเกษตรกร โดยท่านยังได้ชี้แจงถึงสถานการณ์การผลิตสินค้าเกษตรของไทย ทั้งด้านความต้องการใช้ กำลังการผลิต การตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยใช้นโยบายการตลาดนำการผลิต เพื่อให้เกษตรกรนำไปใช้เป็นข้อมูลการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการ ซึ่งถือเป็นมิติใหม่ในการดูแลสินค้าเกษตร ซึ่งเกษตรกรพอใจและพร้อมที่จะปฏิบัติตาม” นายทรงศักด์กล่าว


สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ Thansettakij