ระยองศึกษาระบบขนส่งมวลชนรับมืออีอีซีหวังเป็นศูนย์กลางอาเซียน

6 May 2018






"ระยอง" ลุยศึกษาระบบขนส่งมวลชน รองรับประชาชน-นักท่องเที่ยว หวังเป็นศูนย์กลางอาเซียน พร้อมรับมืออีอีซี ดันเศรษฐกิจโตกระฉูด คาดสร้างรายได้ 10% ของจีดีพีภายใน 3-5ปีข้างหน้า ด้านนักลงทุนต่างชาติจ่อรุมชิงเค้กร่วมลงทุน ประสานมหาวิทยาลัยจากจีน เร่งผลิตบุคลากร หวังสร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน

เรือโทศตวรรษ อนันตกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เผยว่า การพัฒนาโครงข่ายการคมนาคมและการขนส่งภายในจังหวัดระยอง ถือเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากตลอดหลายปีที่ผ่านมา จังหวัดระยองได้มีการเติบโตและการพัฒนาอย่างรวดเร็ว แต่ระบบขนส่งต่างๆ กลับได้รับการพัฒนาช้ากว่าที่ควรจะเป็น ส่งผลให้ประชาชนชาวระยอง ได้รับผลกระทบด้านการขนส่งและการจราจร รวมทั้งปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนนและการสูญเสียทางเศรษฐกิจอื่นๆ ซึ่งไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีกเป็นปริมาณมาก



ด้านนายมนตรี ชนะชัยวิบูลวัฒน์ ที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง กล่าวว่า ในขณะนี้ จังหวัดระยองอยู่ระหว่างการว่าจ้างสถาบันการศึกษาของจังหวัดระยอง เพื่อศึกษาความเหมาะสมและความเป็นไปได้ในระบบขนส่งมวลชนของจังหวัดระยอง ทั้งในเส้นทางหลัก และเส้นทางรองในหลายรูปแบบ อาทิ รถประจำทางบีอาร์ที รถไฟรางเบา (แทรม) รถไฟรางเดี่ยว(โมโนเรล) รวมถึงรถไฟฟ้าด่วนพิเศษ เพื่อเป็นการรองรับการเดินทางของประชาชนในพื้นที่ และนักท่องเที่ยว ที่คาดว่าจะเดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมาก ทั้งยังเป็นศูนย์กลางทางด้านอุตสาหกรรมต่างๆ และการขนส่งในภูมิภาคอาเซียนด้วย



ทั้งนี้ จากนโยบายของรัฐบาลในการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่มีหลายโครงการสำคัญในพื้นที่จังหวัดระยอง ประกอบด้วย โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาเป็นเมืองการบินภาคตะวันออก โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน โครงการรถไฟทางคู่เชื่อม 3 ท่าเรือ โครงการก่อสร้างมอเตอร์เวย์หมายเลข 7 และโครงการพัฒนาท่าเรือมาบตาพุด ระยะที่ 3 นั้น จังหวัดระยองอยู่ระหว่างการเตรียมบุคลากร เพื่อรองรับอุตสาหกรรมต่างๆ ของโครงการ และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน โดยได้มีการประสานงานกับมหาวิทยาลัยของประเทศจีน 5 แห่ง ในการผลิคบุคลากรด้านวิศวกรรมระบบราง รองรับการก่อสร้างและการซ่อมบำรุง ของโครงการรถไฟความเร็วสูง และรถไฟทางคู่ด้วย



"ในตอนนี้รัฐบาล โดยสำนักงานอีอีซี อยู่ระหว่างการทำการตลาด เพื่อเชิญชวนนักลงทุนต่างชาติมาร่วมลงทุนในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งล่าสุดพบว่ามีนักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจมาร่วมลงทุนเป็นจำนวนมาก ทั้งยุโรป อเมริกา จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และออสเตรเลีย"

นายมนตรี กล่าวอีกว่า สำหรับโครงการพัฒนาพื้นที่ อีอีซีนั้น จะช่วยสร้างมูลค่าทางด้านเศรษฐกิจของพื้นที่และประเทศเติบโตอย่างมหาศาล โดยในปัจจุบัน จังหวัดระยองสามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยกว่า 7% ของจีดีพี อย่างไรก็ตาม คาดการณ์ว่าภายใน 3-5 ปีข้างหน้านี้ จังหวัดระยอง จะสร้างรายได้ถึง 10% ของจีดีพี โดยอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ จะเป็นด้านของปิโตรเคมี และเชื่อว่าอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างจะเติบโตตามด้วย



"โดยจากการที่ผมได้หารือร่วมกับหอการค้าจังหวัดระยอง และสมาคมอสังหาริมทรัพย์นั้น ผมได้ให้คำแนะนำให้ดำเนินการตามมติของคณะกรรมร่วม ภาครัฐและเอกชนจังหวัดระยอง หรือ กรอ. จังหวัดระยอง ได้มีการตั้งศูนย์ประสานงานอีอีซีแห่งแรก และช่วยตรวจสอบโครงการต่างๆ ว่าเป็นอย่างไร หรือกระทบประชาชนหรือไม่" นายมนตรี กล่าว





ระยอง อู่ตะเภา อีอีซี ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก ระบบขนส่งมวลชน