ประยุทธ์จับเข่าคุยกับชาวหนองบัวลำภู ลั่น "ใช้ประชารัฐ" แก้ไขความยากจน

23 March 2018






- 23 มี.ค. 61 - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนว่า "เมื่อวันที่ 22 มี.ค. ผมได้ไปตรวจราชการ ที่จังหวัดหนองบัวลำภูเพื่อติดตามการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลของข้าราชการในพื้นที่ ตลอดจนรับฟังปัญหาต่างๆ ทั้งความต้องการ และปัญหาของประชาชนในพื้นที่ด้วย ได้มีโอกาสได้ร่วมเวทีประชาคมหมู่บ้าน ตอนนี้เขามีการทำเวทีประชาคมหมู่บ้านครั้งที่ 2 จากการทำงานของชุดทำงานลงไป ของโครงการไทยนิยมยั่งยืน ซึ่งมีผู้นำท้องถิ่นและประชาชนในพื้นที่กว่า 300 คนเข้าร่วมและให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นนะครับ ขอบคุณมาก ก็เป็นโอกาสดีที่ผมได้ “จับเข่าคุยกัน” และรับทราบปัญหา และความต้องการจากปากพี่น้องประชาชนโดยตรง ไม่ใช่งานการเมือง เป็นการทำงานลักษณะประชารัฐนะครับ เนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีรายได้น้อยที่สุด เป็นอันดับที่ 76 นะครับอาทิ เรื่องน้ำกินน้ำใช้ ความต้องการประปาหมู่บ้าน แก้ไขซ่อมแซม ที่สะอาด ถูกหลักอนามัย ให้ทุกคนมีสุขภาพดี จะได้มีแรงทำงานเพื่อครอบครัว ไม่ป่วยไข้ ไม่ต้องเสียเงินรักษาพยาบาลโดยไม่จำเป็น การขุดลอกคูคลอง ขุดเจาะบ่อน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรนอกฤดูกาล กลุ่มทอผ้าได้ขอให้จัดหาสถานที่แสดงสินค้า ซึ่งก็คงต้องนำรูปแบบ “ตลาดประชารัฐ” เข้ามาบริหารจัดการช่วยด้วยนะครับ


ประเด็นปัญหาและข้อเสนอเหล่านั้น ก็จะถูกบรรจุไว้ในโครงการไทยนิยมยั่งยืน ซึ่งมีกลไกระดับล่างดูแล และติดตามการทำงาน อย่างใกล้ชิดต่อไป โดยมีหลักการบริหารโครงการไทยนิยมยั่งยืนที่สำคัญ คือ “การบริหาร 2 ทาง” ทั้งจากบนลงล่าง และจากล่างขึ้นบน ปรับให้ตรงกันนะครับ ด้วยการรับฟังปัญหาจากพื้นที่ เหมือนในวันนี้นะครับ นอกจากนี้ การพัฒนาไทยนิยมยั่งยืนจะเป็น “กลจักรขับเคลื่อนประเทศ” โดยมีประชาชนเป็นแกนกลาง และการ “ระเบิดจากข้างใน” นะครับ เข้มแข็งด้วยตัวเอง แทนการขับเคลื่อนประเทศด้วยนโยบายทางการเมืองนะครับ แล้วก็มีตัวแทนในพื้นที่ ก็ไม่เท่าเทียม ก็มีความเหลื่อมล้ำ ในเรื่องของการกระจายรายได้ การสร้างนวัตกรรม อะไรก็แล้วแต่นะครับ อย่างเช่นที่ผ่านมา ดังนั้น คนไทยทุกคนต้องช่วยกัน ผมอยากให้เข้าใจว่า รัฐบาลกำลังสร้างสถาปัตยกรรมในการแก้ปัญหาความยากจน ของไทยเองนะครับที่เรียกว่า “ไทยนิยม ยั่งยืน”


เราจะต้องเริ่มจากการสร้างหลักคิดที่ถูกต้อง อาทิ เห็นประโยชน์จากการปลูกพืชที่หลากหลายแทนการปลูกพืชเชิงเดี่ยว ทีราคานับวันจะตกต่ำนะครับ ถ้าเราปลูกมากเกินไป การปลูกพืชอินทรีย์ซึ่งมีราคาสูงเป็นที่ต้องการของตลาด ก็มีขั้นตอนก่อนจะไปเป็นพืชอินทรีย์ เรามีเกษตรปลอดภัย มี GAP นะครับ เหล่านี้ ท้ายสุดก็ไปสู่เกษตรอินทรีย์อย่างเต็มรูปแบบนะครับ คือการไม่ใช้สารเคมีเลยนะครับก็ขอให้ติดตามในเรื่องเหล่านี้ด้วยราคาจะต่างกันทั้งหมดนะครับ ทั้งในและนอกประเทศ การทำเกษตรแปลงใหญ่ เพื่อจะลดต้นทุนการผลิต เพิ่มอำนาจในการต่อรอง ส่งเสริมการรวมกลุ่มทำกิจกรรมเป็นที่มาของความสามัคคีปรองดองในหมู่คณะ การส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน หาอัตลักษณ์ นะครับ หรือสร้างขึ้นมา อัตลักษณ์ ประจำถิ่น “หาจุดขาย ขยายจุดเด่น” สร้างเรื่องราว สตอรี่ที่เราเคยพูดกันบ่อยๆ เสมอนะครับสร้างสตอรี่ให้ได้ที่ไม่เหมือนใคร คนที่ผ่านมาก็จะแวะนะครับ พื้นที่นั้น เพื่อจะท่องเที่ยว หรือไม่ก็ไม่ผ่านเลยไปเหมือนเดิมนะครับ กลายเป็นเมืองผ่านทั้งหมด สิ่งสำคัญๆ ในพื้นที่ก็เลยไม่ได้ปรากฏออกมา เพราะฉะนั้นเป็นเรื่องที่ในท้องที่ต้องเริ่มเองก่อนด้วยนะครับ


สร้างการท่องเที่ยวภายในชุมชนของเราเองโดยคนในประเทศของเราเอง โดยคนในพื้นที่ของเราก่อน แล้วก็จะสร้างแพร่กระจายออกไปในการประชาสัมพันธ์ไปภายนอก รัฐบาลก็จะไปเติมเต็มเหล่านั้นนะครับ เพราะฉะนั้นทุกคน ทุกพื้นที่ก็มีโอกาสจะได้ประโยชน์จากการท่องเที่ยวเหล่านั้นนะครับ ทุกคนควรมีส่วนร่วมในกิจกรรมเพื่อชุมชนและสังคมของตนนะครับ ต้องใส่ใจสิทธิของตัวเอง ต้องรู้ว่าเราได้สิทธิ์อะไรบ้าง จะได้ไม่มีใครมาหาประโยชน์จากสิทธิของเราเช่นที่กำลังสอบสวนกันอยู่วันนี้นะครับ หลายคนไม่ทราบว่าตัวเองจะได้สิทธิเท่าไร อย่างไรนะครับขอให้เพียงรับเงินอย่างเดียว ไม่ถูกต้องนะครับ ต้องช่วยกัน 2 ทางจะได้ไม่ทุจริต กันอีกต่อไป รัฐบาลมีหน้าที่ทำงานเพื่อประชาชน โดยการดูแลผู้มีรายได้น้อย สร้างความเข้มแข็งแก่ เพิ่มขีดความสามารถของประชาชน ประเทศก็จะได้ตามไปด้วยนะครับในส่วนของโครงสร้างพื้นฐาน ความปลอดภัยบนท้องถนน น้ำอุปโภค บริโภค น้ำประปา น้ำบาดาล ที่ขอมานะครับเราก็จะรีบจัดการโดยเร็ว อาจจะต้องใช้งบประมาณอื่นเข้าไปเสริมด้วยนะครับ


สำหรับโครงการไทยนิยมยั่งยืนนั้น ก็ขอให้นักศึกษา - อสม. - กำนัน - ผู้ใหญ่บ้าน และ อปท. นะครับ ช่วยกัน ให้ความร่วมมือ เข้าไปร่วมด้วยนะครับ กับคณะทำงานในแต่ละพื้นที่ของตน เพราะหลายอย่างนั้นใช้งบของไทยนิยม หลายอย่างใช้งบของฟังชั่น คืองบของรายจ่ายประจำนะครับ หลายอย่างก็ไปใช้งบของงบสะสมของท้องถิ่นนะครับ เพราะฉะนั้นทุกคนต้องมีส่วนร่วมนะครับ ไม่ยอ่างนั้นไม่ทราบว่าจะทำอะไรยังไง ก็ไม่เกิดการสอดประสานบูรณาการกันนะครับ ก็ไม่เกิดผลสัมฤทธิ์ขึ้นมาเหมอนเดิมนั่นแหละ ใช้เงินไป แล้วก็ไม่เกิดประโยชน์นะครับ เพราะฉะนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ นะครับ นายกท้องถิ่น แต่ละระดับนะครับ ก็ขอให้ ร่วมมือกันให้มีการบริหารจัดการให้ได้นะครับในการจัดทำโครงการ แล้วก็ใช้จ่ายงบประมาณตามวัตถุประสงค์ทุกประการนะครับ เพื่อให้เกิดหลักคิดและสร้างกลไก “ประชารัฐ” ในการช่วยกันทำงานพัฒนาบ้านเมือง ประเทศชาติ ให้ตอบสนอง ตรงความต้องการของประชาชน ในแต่ละพื้นที่ให้ได้โดยเร็วนะครับ เราจะมานั่งแก้ปัญหาเดิมๆ กันตลอดไป 10-20 ปี ไม่ไหวแล้วนะครับ เราต้องไปทำกิจการใหม่ๆ แก้ปัญหาเรื่องใหม่ๆ อันนี้เราแก้มาไม่รู้กี่สิบปีแล้วนะครับ เป็นประชาธิปไตยมา 80 กว่าปี แล้ว บางอย่างยังแก้ไม่ได้ ต้องช่วยแก้วันนี้แล้วนะครับ วันหน้าเราจะได้ทันคนอื่นเขานะครับ หรือนำเขาบ้าง”


พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประชารัฐ ปัญหาความยากจน