'ฉัตรชัย' นำคณะลุยพังงา! ติดตามงานกลุ่มจังหวัดใต้ฝั่งอันดามัน

16 March 2018






รองนายกรัฐมนตรี ‘พล.อ. ฉัตรชัย’ ติดตามการปฏิบัติราชการของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ ฝั่งอันดามัน

วันที่ 14 มี.ค. 2561 เวลา 10.30 น. พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี เดินทางไป จ.พังงา เพื่อประชุมติดตามการปฎิบัติราชการของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ ฝั่งอันดามัน (จ.ภูเก็ต, พังงา, กระบี่, ตรัง และระนอง) ณ ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดพังงา ศาลากลางจังหวัดพังงา โดยมี นายสิทธิชัย ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา ผู้ว่าราชการในพื้นที่เขตตรวจราชการที่ 7 หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ และเข้าร่วมประชุมฯ




รองนายกรัฐมนตรีรับฟังการบรรยายสรุปจากผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 5 จังหวัด ที่ได้รายงาน พร้อมนำเสนอขั้นตอนผลการดำเนินงานในประเด็นสำคัญของแต่ละจังหวัด ได้แก่

1.การดำเนินงานตามแผนงาน / โครงการของจังหวัด
2.การดำเนินงานตามนโยบายสำคัญของรัฐบาล อาทิ ความเหลื่อมล้ำของสังคมและการสร้างโอกาสเข้าถึงบริการของรัฐ การขับเคลื่อนการพัฒนาตามโครงการไทยนิยมยั่งยืนของจังหวัด
3.การพัฒนาการท่องเที่ยวที่ปลอดภัยและสะอาด
4.ผลการดำเนินงานตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี
5.ปัญหาสำคัญและแนวทางการแก้ไขปัญหาของจังหวัด
6.โครงการที่จังหวัดเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากงบประมาณจากงบกลางในอำนาจของรองนายกรัฐมนตรี




โอกาสนี้ รองนายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายและแนวทางการปฏิบัติราชการแก่ผู้ว่าราชการทั้ง 5 จังหวัด และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ว่า การตรวจราชการในวันนี้ เป็นการมาเพื่อตรวจเยี่ยมจังหวัดในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันเป็นครั้งแรก และที่กำหนดให้เป็น จ.พังงา เพราะเห็นว่าเป็นจังหวัดที่มีความสำคัญ รวมทั้งเพื่อมารับทราบผลการขับเคลื่อนการพัฒนาตามแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดในภาพรวม ปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานตามแผนงาน / โครงการต่าง ๆ ตลอดจนแนวทางการแก้ไขปัญหาที่สำคัญของจังหวัดที่ดำเนินการไปแล้ว และมีแผนในการแก้ไขปัญหาแบบบูรณาการอย่างไร รวมทั้งข้อเสนอเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ต้องได้รับการช่วยเหลือสนับสนุนผลักดัน เพื่อให้มีการพัฒนาที่มีความสอดคล้องกับแผนพัฒนาภาคใต้ฝั่งอันดามัน ต่อการพัฒนาด้านการเกษตร อาทิ การส่งเสริมให้เษตรกรปลูกพืชผสมผสาน ปลูกพืชที่มีการควบคุมคุณภาพ การหาช่องทางการตลาดเพื่อยกระดับรายได้ของเกษตรกรให้สูงขึ้นในระยะยาว การทำประมงอย่างยั่งยืนโดยไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ การพัฒนาด้านการบริหารจัดการน้ำ การดูแลผู้สูงอายุ ผู้ด้อยโอกาส ตลอดจนการดูแลสุขภาพอนามัย การลดความเลื่อมล้ำของสังคม  การสร้างโอกาสเข้าถึงบริการของรัฐ รวมถึงการขับเคลื่อนนโยบายที่สำคัญของรัฐบาล และการขับเคลื่อนการพัฒนาตามโครงการไทยนิยมยั่งยืน

อย่างไรก็ตาม รองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวว่า จากการรายงานของผู้ว่าราชการทั้ง 5 จังหวัด ทำให้ได้รับทราบประเด็นปัญหาของแต่ละพื้นที่ และวิธีการจัดการที่แตกต่างกันว่า แต่ละจังหวัดมีแผนงาน / โครงการที่สำคัญ มีแผนแก้ไขปัญหาแบบบูรณาการร่วมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องที่มีผลกระทบกับประชาชน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง หรือผลกระทบในเรื่องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และความเป็นอยู่ของประชาชน หากปล่อยปละละเลยอาจเกิดผลเสียหาย และทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน




พร้อมกันนี้ รองนายกรัฐมนตรีได้ฝากข้อเสนอแนะให้จังหวัดทั้ง 5 มีการดำเนินงานในรูปแบบต่าง ๆ  ดังนี้

1.โครงการไทยนิยม ยั่งยืน ซึ่งถือเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลในช่วงนี้ ว่า ขอให้ทุกภาคส่วนและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีการบูรณาการในการสร้างการรับรู้ให้กับประชาชนในทุกด้าน และค้นหาความต้องการที่แท้จริงของประชาชน เพื่อจัดทำโครงการฯ ตามกรอบการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ ซึ่งทุกจังหวัดจะต้องขับเคลื่อนโครงการไทยนิยมฯ ให้บังเกิดผลเป็นรูปธรรม มีความโปร่งใส

2.จังหวัดต้องให้ความสำคัญต่อการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน หรือสร้างความร่วมมือในการทำงานของทุกภาคส่วน พร้อมแนวทางพัฒนาตามห่วงโซ่คุณค่าให้ครอบคลุม เพิ่มศักยภาพการผลิตให้เกษตรกร การลดต้นทุนการผลิตยางพาราและปาล์มน้ำมัน การพัฒนาด้านการประมง การเพาะเลี้ยงชายฝั่งให้ครอบคลุมห่วงโซ่คุณค่า การพัฒนาเกษตรผสมผสาน การแปลรูปอาหารฮาลาล การพัฒนาโครงข่ายน้ำ และการบริการด้านจัดการท่องเที่ยวเพื่อลดปัญหาความแออัดและความเสื่อมโทรมของแหล่งท่องเที่ยว ที่เน้นให้ชุมชนรักษาความสะอาดและความปลอดภัย



3.การพัฒนาจังหวัด ต้องสอดคล้องกับการพัฒนาภาค มีความเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และนโยบายของรัฐบาล
4.ให้จังหวัดเร่งจัดทำแผนงาน / โครงการเร่งด่วน ที่ขอรับการสนับสนุนประมาณในกรอบวงเงินที่รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ฉัตรชัย สามารถอนุมัติได้  เมื่อได้รับการจัดสรรงบประมาณแล้ว ขอให้เร่งรัดดำเนินการโดยเร็ว ทำด้วยความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้  เพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน

ช่วงบ่าย รองนายกรัฐมนตรีและคณะเดินทางไปยังท่าเทียบเรือบ้านสามช่องเหนือ ต.กะไหล อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา เพื่อพบปะและเยี่ยมเยียนประชาชนใน 3 ชุมชน (ชุมชนบ้านสามช่องเหนือ ชุมชนบ้านท่าดินแดง และชุมชนโกไคร)




จากนั้นได้เดินทางโดยเรือ ไปตรวจเยี่ยมกิจกรรมการท่องเที่ยวของชุมชนบ้านสามช่องเหนือ ซึ่งมีการทำผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติและเปลือกไม้ พร้อมเยี่ยมชมบ้านพักแบบโฮมเตย์ ธนาคารหอยแครงเพื่อการท่องเที่ยว และการดำเนินกิจกรรมแพเรือแคนูโดยชุมชน ซึ่งรองนายกรัฐมนตรีได้ซักถามด้วยความสนใจพร้อมกล่าวว่า รู้สึกดีใจที่เห็นความร่วมมือร่วมใจของทุกฝ่ายที่จัดกิจกรรมพัฒนาการท่องเที่ยวของชุมชน ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตดั้งเดิม  สิ่งสำคัญ คือ จะต้องช่วยกันรักษาความสะอาดและความปลอดภัย เพื่อทำให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ สร้างรายได้ให้กับชุมชน รวมทั้งรักษาทรัพยากรธรรมชาติ เพราะถือเป็นสิ่งที่มีคุณค่า อีกทั้งขอให้ชุมชนได้มีความคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ที่เข้ากับยุคสมัยด้วย

ตอนท้าย รองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวย้ำว่า ขอให้ชุมชนได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของ ‘ในหลวง รัชกาลที่ 9’ มาปรับใช้ในการขับเคลื่อนชุมชนเพื่อให้สามารถพึ่งพาตัวเองได้ ควบคู่กับการนำหลักการประชารัฐของรัฐบาลมาเป็นกระบวนการในการพัฒนาชุมชนจนเกิดความเข้มแข็ง และสามารถแก้ปัญหาด้านสังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจชุมชน ได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยใช้การท่องเที่ยวในชุมชนมาเป็นเครื่องมือในการกระจายรายได้ แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ และขจัดปัญหาความยากจนตามนโยบายรัฐบาลได้อย่างยั่งยืน


……………….
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
"ฉัตรชัย" โวลั่น! รัฐบาลทำงาน 3 ปี ผลงาน 12 เท่า http://www.thansettakij.com/content/267593
"ฉัตรชัย" เผย EU พอใจการแก้ไขปัญหาประมงของไทย http://www.thansettakij.com/content/263079




พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ฐานเศรษฐกิจ จังหวัดภาคใต้ ฝั่งอันดามัน