สมาคมแบงก์รับลูก! งดทำธุรกรรม 'คริปโตเคอเรนซี' ชี้! JFin เข้าข่าย

14 February 2018






‘สมาคมแบงก์’ ขานรับ ‘แบงก์ชาติ’ งดทำธุรกรรม ‘คริปโตเคอเรนซี’ ทั้งการเปิดบัญชีและบัตรเครดิต ชี้! JFin เข้าข่าย

นายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย ในฐานะประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า จากการที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ทำหนังสือเวียนถึงสถาบันการเงินไม่ให้ทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินดิจิทัล (คริปโตเคอเรนซี) นั้น สมาคมธนาคารก็มีจุดยืนร่วมกันที่จะไม่สนับสนุนการลงทุนใน Crypto Currency เพื่อไม่ให้เป็นเครื่องมือในการทำธุรกรรมที่มีความเสี่ยงสูง รวมทั้งป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายกับผู้ที่ไม่รู้ เนื่องจากการลงทุนดังกล่าวมีความเสี่ยงค่อนข้างมาก ไม่มีปัจจัยพื้นฐานสนับสนุน จึงไม่สามารถหามูลค่าที่เหมาะสมสำหรับเงินสกุลนั้น ๆ ได้

ดังนั้น ตั้งแต่วันนี้หากธนาคารพาณิชย์พบว่า จะมีการเปิดบัญชีหรือใช้บัตรเครดิตเพื่อการทำธุรกรรมเกี่ยวกับ Crypto Currency ก็จะบล็อกไม่ให้ทำธุรกรรมดังกล่าว โดยในเบื้องต้นก็คงต้องเริ่มจากฝั่งผู้รับที่มีการจดทะเบียนในชื่อที่มีความเกี่ยวข้องกับธุรกรรมซื้อขายเงินสกุลดิจิทัลก่อน เนื่องจากในด้านของผู้จ่ายส่วนใหญ่เป็นบัญชีบุคคลที่ธนาคารไม่สามารถระบุวัตถุประสงค์ได้ ซึ่งในเรื่องของบัตรเครดิตก็เช่นกัน รวมถึงกรณีการออก ICO สกุล JFin ของบริษัท เจ เวนเจอร์ส บริษัทในเครือเจมาร์ท ก็ถือว่าเข้าข่ายเช่นกัน แต่ในอนาคตหากคณะกรรมการกำกับและตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) มีหลักเกณฑ์หรือกฎหมายออกมาชัดเจนสามารถซื้อขายได้ธนาคารก็พร้อมที่จะผ่อนคลายเช่นกัน




ด้าน นางทิพยสุดา ถาวรามร รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า ได้หารือกับกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย ( ธปท.) เห็นตรงกันว่า ประเทศไทยควรมีการกำกับธุรกิจนายหน้า และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเงินสกุลดิจิทัล โดยคลังเห็นว่า ก.ล.ต. ควรเป็นผู้ดูแล เพราะการซื้อขายเงินสกุลดิจิทัลคล้ายกับการซื้อขายในตลาดรอง  อย่างไรก็ตามเงินสกุลดิจิทัลไม่ใช่หลักทรัพย์ เพราะไม่สามารถระบุผู้ออกหลักทรัพย์ได้ ดังนั้น กำลังพิจารณาอยู่ จะใช้กฎหมายฉบับใดในการดูแล ซึ่ง ก.ล.ต. ขอเวลาในการศึกษากฎหมาย และจะนำเสนอความคืบหน้าต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังต่อไป

ส่วนกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกหนังสือเวียนขอความร่วมมือสถาบันการเงินไม่ให้ทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินดิจิทัลนั้น เห็นว่า เป็นการประกาศเตือนสถาบันการเงิน ซึ่งเป็นหน่วยงานในกำกับของ ธปท. อยู่แล้ว เพราะไม่ต้องการให้สถาบันการเงินลงทุนหรือแนะนำลูกค้าให้ลงทุน เพราะเงินสกุลดิจิทัลมีความผันผวนสูงมาก และนักลงทุนอาจจะเข้าใจผิดว่า เงินสกุลดิจิทัลเป็นสกุลเงินที่ได้รับการรับรอง (อ่านเพิ่มเติม : ธปท. สั่ง! สถาบันการเงินห้ามทำธุรกรรมที่เกี่ยวกับ 'คริปโตเคอเรนซี')

ส่วนกรณีที่ บริษัท เจมาร์ท จะเสนอขายเหรียญดิจิทัล เจฟิน เพื่อระดมทุน (ICO) ในวันที่ 14 ก.พ. นี้ นางทิพยสุดา กล่าวว่า เนื่องจากขณะนี้ ก.ล.ต. กำลังอยู่ระหว่างร่างกฎเกณฑ์กำกับดูแลการออก ICO ซึ่งยังไม่มีผลบังคับใช้ ดังนั้น ก.ล.จ. จึงยังไม่มีอำนาจในการควบคุมบริษัทจดทะเบียนหรือบริษัทต่าง ๆ ในการออก ICO เนื่องจากไม่ใช่หุ้นหรือตราสารหนี้ ดังนั้น นักลงทุนที่จะเข้าไปลงทุนจะต้องศึกษาว่า ผลตอบแทนที่ได้คืออะไร หรือหากจะเข้าไปเก็งกำไรก็จะต้องรู้ความเสี่ยง โดย ก.ล.ต. กำลังเร่งออกกฎเกณฑ์ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 1 เดือน และจะไม่มีผลย้อนหลังกับบริษัทที่ออก ICO ไปแล้ว





ธนาคารแห่งประเทศไทย ฐานเศรษฐกิจ สมาคมธนาคารไทย แบงก์ชาติ JFin คริปโตเคอเรนซี