จีนบุกขั้วโลกเหนือ เปิดทางใหม่เดินเรือ

14 ก.พ. 2561 | 06:15 น.
จีนขยายขอบเขตโครงการเส้นทางสายไหมยุคใหม่ทางทะเล (maritime silk road) ครอบคลุมอีก 2 ภูมิภาคสำคัญ คือลาตินอเมริกาและขั้วโลกเหนือ (อาร์กติก) หวังเพิ่มปริมาณการค้าทางเรือและเปิดเส้นทางสำรวจทรัพยากรธรรมชาติในดินแดนขั้วโลก

TP10-3339-3C ในการพบปะกับบรรดาผู้นำประเทศในแถบลาตินอเมริกาและหมู่เกาะแคริบเบียน เมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ประกาศแผนยุทธศาสตร์เชื่อมโยงเส้นทางสายไหมทางทะเลกับภูมิภาคดังกล่าวเรียกว่า Trans-Pacific Maritime Silk Road เพื่อเพิ่มความร่วมมือระหว่างประเทศและกระตุ้นปริมาณการค้าที่ใช้เส้นทางเดินเรือข้ามทวีป ในเวลาไล่เลี่ยกันนั้นผู้นำจีนยังได้ประกาศเปิดตัวสมุดปกขาว Polar Silk Road ว่าด้วยเรื่องเส้นทางสายไหมเชื่อมขั้วโลก ซึ่งเป็นการเปิดเส้นทางเดินเรือและการสำรวจทางทะเลจากจีนสู่ดินแดนขั้วโลกเหนือที่กระทำได้ง่ายขึ้นจากการที่อุณหภูมิโลกร้อนทำนํ้าแข็งละลายจนกระทั่งกลายเป็นเส้นทางใหม่สำหรับการเดินเรือ

TP10-3339-1C มีเนื้อหาระบุในสมุดปกขาวดังกล่าวว่า จีนกำลังเล็งพัฒนาโครงการสำรวจนํ้ามัน ก๊าซธรรมชาติ แร่ธาตุ และพลังงานที่ไม่ใช่ปิโตรเลียม ตลอดจนพัฒนาการประมงและการท่องเที่ยวภายในเขตขั้วโลกเหนือ โดยจะให้ความร่วมมือรัฐบาลในพื้นที่ ให้ความเคารพและคำนึงถึงสังคมและวัฒนธรรมของท้องถิ่น ทั้งลาติน อเมริกาและขั้วโลกเหนือนับเป็น 2 ภูมิภาคล่าสุดที่ถูกรวมเข้าสู่ยุทธศาสตร์เส้นทางสายไหมยุคใหม่ของจีน ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อนโยบาย Belt and Road Initiative นโยบายดังกล่าวต้องการเชื่อมโยงจีนไม่ว่าจะด้วยทางบกหรือทางทะเล เข้ากับยุโรปตะวันออกกลางและภูมิภาคอื่นๆ ผ่านโครงการความร่วมมือมูลค่ามหาศาลที่จีนทำไว้กับมากกว่า 10 ประเทศที่อยู่บนเส้นทาง ล่าสุดนี้ จีนมีโครงการความร่วมมือกับรัสเซีย โดยจีนเป็นฝ่ายซื้อก๊าซธรรมชาติเหลวจากรัสเซียปีละ 4 ล้านตัน หากใช้เส้นทางเดิมที่ผ่านคลองสุเอซจะใช้เวลานานกว่า แต่หากใช้เส้นทางทะเลเหนือ ก็จะลดเวลาเดินทางไปได้ถึง 20 วัน
ad-bkk
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่ายุทธศาสตร์ใหญ่ของจีน ไม่ได้รวม 3 ชาติมหาอำนาจทางเศรษฐกิจเข้าไว้ด้วย นั่นก็คือ สหรัฐอเมริกา แคนาดา และญี่ปุ่น

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,339 วันที่ 11 - 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว