BMWจัดทัพสู้ศึกเอสยูวี X2 X3 คันทรีแมน ประกอบในประเทศ ปลื้มยอดขายทะลุ 1 หมื่นคัน

7 February 2018






ปรับภาษีสรรพสามิตไม่มีผล! เมื่อบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทยยังทำยอดขายปี 2560 ได้เกิน 1 หมื่นคัน ซึ่งถือเป็นครั้งแรก และอัตราเติบโต 43% ยังสูงสุดเมื่อเทียบกับทั่วโลก ส่วนปีนี้จัดทัพใหญ่เน้นเอสยูวีประกอบในประเทศทั้ง เอ็กซ์2 เอ็กซ์3 มินิ คันทรีแมน แต่หยุดนำเข้าเอ็มพีวี “ซีรีส์2” แอกทีฟและแกรนด์ทัวเรอร์

ปี 2560 ถือเป็นอีกหนึ่งปีแห่งความประทับใจของบีเอ็ม ดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เมื่อรถทุกแบรนด์ทำยอดขายโตถ้วนหน้า ทั้ง “บีเอ็มดับเบิลยู” 10,020 คัน เพิ่ม 43% เมื่อเทียบกับปี 2559 ซึ่งเป็นสถิติการเติบโตที่สูงที่สุดในเครือข่ายบีเอ็ม ดับเบิลยู ทั่วโลก ส่วน “มินิ” ทำได้ 1,010 คัน เพิ่มขึ้น 11% และบิ๊กไบค์ “บีเอ็ม ดับเบิลยู มอเตอร์ราด” ขายไป 2,001 คัน เติบโต 10%

ในส่วนรถยนต์บีเอ็ม ดับเบิลยูที่ทำยอดขายทะลุ 1 หมื่นคันเป็นครั้งแรกตั้งแต่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย โดยปัจจัยความสำเร็จในปีที่แล้ว ส่วนหนึ่งมาจาก เอ็กซ์1 และซีรีส์ 5 รุ่นประกอบในประเทศ พร้อมเสริมทัพ ซีรีส์3 ปลั๊ก-อินไฮบริด 330e รุ่น Iconic ราคา 2.259 ล้านบาท ขณะเดียวกันการเพิ่มขุมพลังปลั๊ก-อินไฮบริดในรถยนต์หลายรุ่นยังทำให้เซ็กเมนต์รถยนต์ลูกผสมนี้ขยายตัวถึง 269% เมื่อเทียบกับปี 2559

ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมาบีเอ็ม ดับเบิลยู เป็นหนึ่งในค่ายรถยนต์ที่ได้รับผลกระทบเต็มๆจากการเปลี่ยนวิธีคิดการเก็บภาษีสรรพสามิตจากราคาหน้าโรงงานมาเป็นราคาขายปลีก ที่เริ่มใช้ในเดือนสิงหาคม ทว่าค่ายใบพัดสีฟ้าก็เอาตัวรอดด้วยการใช้โปรแกรม BSI มาเป็นเครื่องมือในการปรับโครงสร้างราคาของตนเอง

จากเดิมที่บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศ ไทย เคยขายรถพร้อมโปร แกรมดูแลและบำรุงรักษารถ BSI 5 ปี หรือ 1 แสนกิโลเมตร แต่การเปลี่ยนแปลงใหม่จะเริ่มต้นด้วยแพ็กเกจ BSI สแตนดาร์ด เหลือแค่ 3 ปี หรือ 6 หมื่นกิโลเมตร นั่นส่งผลให้ลูกค้าที่ซื้อบีเอ็มดับเบิลยูคันใหม่จ่ายค่าตัวรถถูกลง (แต่ถ้าลูกค้าอยากได้แพ็กเกจ BSI 5 ปี หรือ 1 แสนกิโลเมตร อาจจะต้องเพิ่มเงิน 4 หมื่นบาทเมื่อเทียบกับการซื้อรถในอดีต)

“ปีที่แล้วเราปรับโปรแกรมบำรุงรักษารถยนต์ BMW Services Inclusive (BSI) และ MINI Service Inclusive (MSI) ซึ่งมาพร้อมตัวเลือกแพ็กเกจการ บริการและการรับประกันรูปแบบใหม่ ที่ผ่านการคัดสรรให้เหมาะสมกับความต้องการในการขับขี่เฉพาะตัวของแต่ละบุคคลได้ดียิ่งขึ้น” นายสเตฟาน ทอยเชอร์ต ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยกล่าวและว่า

การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ในปี 2560 เป็นผลมาจากความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นในด้านของการปรับโฉมและการเปิดตัวรถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ๆ การขยายทางเลือกด้านบริการหลังการขาย และการเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับลูกค้าจนสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าในยุคนี้ได้ดียิ่งขึ้น
“ด้วยเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายที่ครอบคลุมหลากหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย และวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการขับเคลื่อนนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและปลั๊กอิน ไฮบริด เราพร้อมที่จะทำให้ปี 2561 เป็นอีกหนึ่งปีแห่งความสำเร็จอันยอดเยี่ยมของเรา” นายทอยเชอร์ต กล่าวสรุป

ด้านโปรดักต์ที่เป็นไฮไลต์ของบีเอ็มดับเบิลยูในปีนี้ ยังหนีไม่พ้นกลุ่มเอสยูวีด้วยการประเดิมเปิดตัว “เอ็กซ์2” เอสยูวีท้ายลาดแบบคูเป้ นั่นจะทำให้บีเอ็ม ดับเบิลยูมีเอสยูวีแทรกครบทุกอนุกรม“เอ็กซ์” ไล่ตั้งแต่ เอ็กซ์1, 2, 3, 4, 5, 6 และในอนาคตจะมีรุ่นใหญ่อย่าง “เอ็กซ์7” ตามมาอีกหนึ่งรุ่น (เปิดตัวในตลาดโลกปลายปีนี้)

สำหรับ“เอ็กซ์2” เป็นเอสยูวีหรือครอสโอเวอร์ที่บีเอ็ม ดับเบิลยูนิยามให้อยู่ในกลุ่ม SAC-Sports Activity Coupe (เหมือนเอ็กซ์ 4 กับ เอ็กซ์6) พัฒนาบนพื้นฐานรถขับเคลื่อนล้อหน้าเช่นเดียวกับ เอ็กซ์1 และ มินิ คันทรีแมน ซึ่งการทำตลาดในช่วงแรกจะเป็นรุ่นนำเข้าทั้งคัน X2 sDrive20i เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร เทอร์โบ 192 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีดชุดใหม่ พร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงานบางกอกมอเตอร์โชว์ 2018 เดือนมีนาคมนี้ คาดว่าราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท

ขณะเดียวกันบีเอ็มดับเบิลยู ยังมีแผนขึ้นไลน์ประกอบในประเทศ และอาจจะได้เห็นในช่วงปลายปีนี้ พร้อมทางเลือกขุมพลังดีเซล 4 สูบ 2.0 ลิตร เทอร์โบ 190 แรงม้า ขับเคลื่อน 4 ล้อ X2 xDrive20d ส่วนรถที่มีความอเนกประสงค์เช่นกันแต่ไม่เป็นที่นิยมในเมืองไทยอย่าง “ซีรีส์ 2” แอกทีฟ และแกรนด์ทัวเรอร์ อาจจะหยุดการนำเข้าและขายเท่าที่เหลืออยู่ในสต๊อกให้หมดไป

นอกจาก “เอ็กซ์2” ครอสโอเวอร์สายพันธุ์ใหม่ที่หวังเข้ามาจับกลุ่มวัยรุ่น ปีนี้บีเอ็มดับเบิลยูยังคึกคักกับการมาของรุ่นประกอบในประเทศ “เอ็กซ์3” และ“มินิ คันทรีแมน”

โดย“เอ็กซ์3 โฉมใหม่” เปิดตัวรุ่นนำเข้า X3 xDrive20d xLine ช่วงปลายปีที่แล้ว กับเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ 2.0 ลิตร เทอร์โบ 190 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ 8 วินาที ชุดแต่ง xLine ล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้วลาย Y-spoke และอุปกรณ์ใหม่ที่เคยใช้ใน ซีรีส์ 5 และซีรีส์7 อย่าง BMW Display Key กุญแจควบคุมการล็อกและปลดล็อกรถด้วยสัญญาณวิทยุทางไกล พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลต่างๆของรถ ตลอดจนระบบควบคุม iDrive สั่งงานด้วยระบบสัมผัสและจอแสดงผลความละเอียดสูงขนาด 10.25 นิ้ว พร้อมระบบการสั่งงานด้วยการเคลื่อนไหวของมือ BMW gesture control

โดย X3 xDrive20d xLine รุ่นนำเข้านี้ราคา 3.699 ล้านบาท แต่รุ่นประกอบในประเทศที่จะพร้อมในช่วงไตรมาส3 ปีนี้ ราคาขายจะลดลงมาเหลือ 3 ล้านบาทต้นๆ

ขณะที่ มินิ คันทรีแมน โฉมใหม่ เจเนอเรชันที่ 2 รหัสตัวถัง F60 ถูกนำเข้ามาเปิดตัวในเมืองไทยอย่างเป็นทางการที่งานบางกอก มอเตอร์โชว์2017 โดยแบ่งการขาย 3 รุ่นย่อยคือ “คูเปอร์” 2.339 ล้านบาท “คูเปอร์ เอส” 2.699 ล้านบาท และ “คูเปอร์ เอส ไฮทริม” 2.999 ล้านบาท พร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร เทอร์โบ 192 แรงม้า ซึ่งรุ่นประกอบในประเทศหรือผลผลิตจากโรงงาน บีเอ็มดับเบิลยูแมนูแฟคเจอริ่ง จังหวัดระยอง จะพร้อมส่งมอบได้ตั้งแต่ช่วงกลางปีนี้เป็นต้นไป

ทั้งนี้ โรงงานบีเอ็มดับเบิลยูกรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย ปัจจุบันประกอบทั้ง บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 1,3,5,7 เอ็กซ์1,3,4,5 ไม่รวมบิ๊กไบค์บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด อีกหลายรุ่น

...จากทุกแผนงานและดูความพร้อมของโปรดักต์บีเอ็มดับเบิลยูแล้ว มีแนวโน้มสูงที่ตัวเลขยอดขายสูงสุดในปี 2560 จะโดนทุบสถิติใหม่อีกครั้ง

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,337 วันที่ 4 - 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561


บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย บีเอ็ม ดับเบิลยู บางกอก มอเตอร์โชว์2017