ไทยไลอ้อนแอร์เปิดรูตบินใหม่ รุกอินเดีย-ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ หวังปีหน้าธุรกิจโกยกำไรปีแรก

31 January 2018






ไทย ไลอ้อนแอร์ รับมอบเครื่องบินใหม่ปีนี้ไม่ตํ่ากว่า 4 ลำ ชูเซอร์วิสโบอิ้ง 737 MAX 9 โมเดลใหม่ของโลก โฟกัสรูตบินใหม่สู่อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ หวังปีหน้าธุรกิจเริ่มมีกำไร หลังขาดทุนบักโกรกไม่ตํ่ากว่า 2.5 พันล้านบาท แจงเหตุจากลงทุนขยายฝูงบิน-เทรนนิ่งเซ็นเตอร์ หนุนขยายเน็ตเวิร์กดันผู้โดยสารปีนี้แตะ 13 ล้านคน

นายอัศวิน ยังกีรติวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทไทย ไลอ้อน เมนทารี จำกัด เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ในปีนี้สายการบินมีแผนจะรับมอบเครื่องบินใหม่อีกไม่ตํ่ากว่า 4 ลำ ซึ่งเป็นเครื่องบินรุ่นใหม่ล่าสุดของโลก คือ โบอิ้ง 737 MAX 9 ซึ่งจะทยอยนำเข้ามาให้บริการในเดือนมีนาคมนี้เป็นลำแรก เพื่อขยายจำนวนฝูงบินเพิ่มจาก ปัจจุบันที่มีอยู่ 31 ลำ เป็นโบอิ้ง 737-800 และ 737-900 ER รวม 28 ลำ และแอร์บัสเอ 330 จำนวน 3 ลำ

อัศวิน ยังกีรติวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทไทย ไลอ้อน เมนทารี จำกัด



การขยายฝูงบินจะสอดรับกับแผนขยายเส้นทางบินใหม่ในปีนี้ ซึ่งสายการบินมีแผนเปิดจุดบินใหม่โดยในช่วงต้นปีนี้ จะเปิดบินตรงจากดอนเมืองไปยังเมืองโกจิ (โคชิน) ประเทศอินเดีย 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เป็นจุด บินที่ 2 ในอินเดีย จากปีที่ผ่านมาที่บินเข้าบอมเบย์แล้วได้รับการตอบรับที่ดีมาก และยังมองถึงการเปิดจุดบินสู่เมืองหลักของอินเดียในอีกหลายเมือง หลังจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) แจ้งว่าไทยมีสิทธิการบินเข้าเมืองหลักในอินเดียเพิ่มขึ้นมาอีกราว 6 พันกว่า ที่นั่ง และจะมีการเรียกสายการบิน เข้ามาหารือในเรื่องนี้เร็วๆ นี้

รวมทั้งยังมีแผนจะเปิดบินไปยัง 2 เมืองในญี่ปุ่น คือ นาริตะ และฟุกุโอกะ ในช่วงกลางปีนี้ ด้วยเครื่องบินแอร์บัสเอ 330 และมีแผนจะเปิดอีก 2 เมืองในเกาหลีใต้ คือ โซลและปูซาน ในช่วงหลังเดือนมิถุนายนนี้ ซึ่งเป็นการขยายเครือข่ายการบิน หลังจากไทยปลดธงแดงจากองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ได้สำเร็จ

อย่างไรก็ตามแม้จะมีการแข่งขันในเส้นทางเหล่านี้มากขึ้น แต่จากตลาดในเส้นทางนี้ที่มีการเติบโตสูงและด้วยกลยุทธ์การให้บริการของไทยไลอ้อนแอร์ ที่มีจุดเด่นเรื่องเครื่องบินใหม่ รวมถึงการให้บริการต่างๆ อย่างระบบบันเทิงบนเครื่องบินที่ให้บริการฟรี รวมถึงการทำการตลาดร่วมกับพันธมิตรต่างๆ มากขึ้น อย่างเอไอเอส ก็ทำให้สายการบินเป็นที่รู้จักในตลาดเพิ่มมากขึ้น

“ปีนี้เข้าสู่ปีที่ 5 ของการดำเนินธุรกิจ ซึ่งเราใช้เวลาไม่นานก็สามารถขยับขึ้นมาเป็นเบอร์ 2 ในธุรกิจโลว์คอสต์ แอร์ไลน์ส ภายใต้การให้บริการในปัจจุบันกว่า 13 เส้นทางบินภายในประเทศและ 20 เส้นทางบินระหว่างประเทศ (เฉพาะจีนบินกว่า 10 เส้นทางจากดอนเมือง, ภูเก็ต และอู่ตะเภา) ดังนั้นเราก็หวังต่อไปจะขยับมาเป็นเบอร์ 1 ในธุรกิจนี้ต่อไป”

นายอัศวิน ยังกล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาแม้สายการบินจะยังคงขาดทุนต่อเนื่องมาโดยตลอด ส่วนใหญ่เกิดจากการลงทุนต่างๆเพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ หนักๆ จะเป็นการรับมอบเครื่องบินที่ในช่วงแรกกำหนดไว้ที่ 10 ลำต่อปี ปีที่ผ่านมาก็ 7 ลำ เป็นต้น การลงทุนซิมูเลเตอร์ในเทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ ฝึกนักบินและลูกเรือ ลงทุนไปหลายร้อยล้านบาทที่นวนคร แต่จากการขยายฝูงบินและลงทุนด้านบุคลากรที่เกิดขึ้น ก็ทำให้เราสามารถเพิ่มการรองรับผู้โดยสารได้มากขึ้น

ในปีที่ผ่านมาสายการบินมีผู้โดยสารราว 10 ล้านคน เพิ่มจากปีก่อนราว 30% ในปีนี้คาดว่าจะเติบโตราว 25-30% หรือมีผู้โดยสารราว 12-13 ล้านคน ประกอบกับการรับมอบเครื่องบินไม่มากเหมือนช่วงแรก และในขณะนี้เราเพิ่งเริ่มต้นการหารายได้จากบริการเสริมมากขึ้นราว 10% เช่น การขายโฆษณาในเครื่องบิน การให้ผู้โดยสารเลือกที่นั่งในแถวต้นๆ ได้โดยคิดค่าบริการ เป็นต้น ก็น่าจะทำให้ในปี 2562 สายการบินก็น่าจะสามารถทำกำไรจากการดำเนินธุรกิจได้ ส่วนในแง่ของราคาขายตั๋วเครื่องบิน เส้นทางบินในประเทศส่วนใหญ่จะขายอยู่ที่ราคาราว 1,100-1,200 บาทต่อเที่ยวบิน ยกเว้นช่วงที่ทำโปรโมชันจะอยู่ที่ราว หลักร้อย หรือไม่ถึง 1,000 บาท ซึ่งก็เป็นการใช้กลไกราคาสำหรับการแข่งขัน เหมือนสายการบินต้นทุนตํ่าสายอื่นๆ

อนึ่งจากข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ พบว่า ตั้งแต่ปี 2556-2559 สายการบินมีภาวการณ์ขาดทุนรวมไม่ตํ่ากว่า 2.4 พันล้านบาท แต่มีการเติบโตของรายได้เพิ่มขึ้นจาก 35 ล้านบาทขึ้นมาเป็นกว่า 9.5 พันล้านบาทเมื่อปี 2559

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,335 วันที่ 28 - 31 มกราคม พ.ศ. 2561


ญี่ปุ่น อินเดีย เกาหลีใต้ ไทยไลอ้อนแอร์