บัวหลวงชวนออมหุ้นซื้อทุกวันเสนอ3ทางเลือกรายตัว-ตามตลาด

15 November 2017






บล.บัวหลวงฯ บุกธุรกิจการออมหุ้นสมํ่าเสมอทุกเดือนนาน 2 ปี ใช้เทคโนโลยีช่วยเลือกซื้อทุกวัน เป้าหมายต้องการให้คนไทยมีเงินออมและได้ผลตอบแทนที่ดีขึ้น

นายพิเชษฐ สิทธิอำนวย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บัวหลวง จำกัด(มหาชน) หรือ BLS เปิดเผยว่า บริษัทได้นำฟินเทคมาพัฒนาเป็นนวัตกรรมทางการเงิน โดยใช้ระบบการบริหารพอร์ตแบบอัตโนมัติมาให้บริการคนอยากออมหุ้นทุกเดือนเพื่อการลงทุนระยะยาวเป็นเวลา 2 ปี ผ่านกลยุทธ์การลงทุนทั้งหมด 3 รูปแบบได้แก่ SAP 001, DCA และ VA กำหนดวงเงินลงทุนขั้นตํ่า 1 หมื่นบาทต่อเดือน เพื่อสร้างวินัยในการลงทุน คิดค่าธรรมเนียมในการให้บริการครั้งแรกจำนวน 1,070 บาท และค่าคอมมิสชันในการซื้อแต่ละเดือน

พิเชษฐ สิทธิอำนวย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน)



ทั้งนี้ ขอเชิญชวนผู้สนใจให้ไปสมัครใช้บริการได้ที่บูธของบริษัทในงาน SET in the City 2017 ระหว่างวันที่ 16-19 พฤศ จิกายน 2560

นายบรรณรงค์ พิชญากร กรรมการผู้จัดการ กิจการค้า บล.บัวหลวงฯ กล่าวว่า ลูกค้าที่ชอบลงทุนหุ้นรายตัว สามารถเลือกกลยุทธ์ SAP 001 ที่ใช้โปรแกรมในการเลือกหุ้นที่อยู่ใน SET 100 ที่มีการเติบโตมีกำไร และกองทุนรวมอีทีเอฟ BMSCITH ของบลจ.บางกอกแคปปิตอลฯ ซึ่งบริษัทเปิดให้บริการมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2559 ที่ผ่านมา ทำผลงานได้ดีมาก ทั้งจากระบบที่มีการปรับปรุง และภาวะตลาดหุ้นที่ดีขึ้นด้วย จนถึงขณะนี้มีลูกค้าจำนวน 1,000 คน มีลูกค้าใหม่ประมาณ 50% บริษัทบริหารเงินเดือนละ 18 ล้านบาท บางคนลงทุนถึง 2 แสนบาทต่อเดือน

บรรณรงค์ พิชญากร



“SAP 001 ระบบเลือกหุ้นให้โดยพิจารณาถึงปัจจัยพื้นฐานและการวิเคราะห์ทางเทคนิค เหมาะสำหรับคนที่ไม่มีเวลาในการติดตามตลาด แต่ก็มีลูกค้าบางคนที่ทนดูหุ้นแกว่งไม่ได้ ขอถอนเงินออกก่อนครบกำหนด 2 ปี” นายบรรณรงค์กล่าว

สำหรับนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนเกาะตามแนวโน้มตลาด เหมาะลงทุนแบบ DCA (Dollar-Cost Averaging) และ VA (Value Averaging) ที่ทยอยซื้อ กองทุนรวมอีทีเอฟ เฉลี่ยรายวัน เนื่องจากไม่ทราบว่าจะซื้อในวันไหนดีที่สุด จากการเก็บสถิติหุ้นฮอต บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ในช่วง 2 ปี พบว่าผลตอบแทนสูงสุดถึง 40% ต่อปี และตํ่าสุด 30% ส่วน ดัชนี MSCI สูงสุด 6% และตํ่าสุด 3% ต่อปีสะท้อนถึงจังหวะในการเข้าลงทุนมีส่วนสำคัญ และการลงทุนในระยะยาวจะได้รับผลตอบแทนที่ดีกว่าระยะสั้น

“2 กลยุทธ์นี้ต่างกันที่ DCA จะซื้อด้วยจำนวนเงินที่เท่ากันทุกเดือน เหมาะสำหรับลูกค้าที่มองหุ้นขึ้นตลอด ส่วน VA ซื้อตามมูลค่าพอร์ตเป้าหมาย หากราคาอีทีเอฟหรือมูลค่าพอร์ตสูงขึ้นจนถึงเป้าหมาย ระบบจะไม่ซื้อเพิ่ม ทำให้มีเงินสดเหลือไว้สำหรับการลงทุนในช่วงที่ราคาลดลง จึงเหมาะกับภาวะหุ้นสวิง” นายบรรณรงค์กล่าว ทั้งนี้ DCA และ VA มี 2 กลยุทธ์ให้เลือกคือ ลงทุนใน BMSCITH และ BEST 100

นายบรรณรงค์ ยังกล่าวอีกว่า ธนาคารกรุงเทพบรรลุเป้าหมายการเพิ่มจำนวนลูกค้าให้บัวหลวงทั้งปีแล้ว ปัจจุบันบริษัทมีลูกค้าเกือบ 2.8 แสนบัญชี ในแต่ละเดือนเคลื่อนไหวประมาณ 28-29% และปรับปรุงวิธีการจัดสรรหุ้นไอพีโอให้กับลูกค้ารายย่อย จากเดิมที่ให้ผู้แนะนำเลือกลูกค้าเอง มาเป็นการกระจายให้ถึงมือลูกค้ามากขึ้นตามจำนวนที่บริษัทกำหนด

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,313 วันที่ 12 - 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560


หุ้น บัวหลวง การออม