“วอลโว่ CBU-CKD” ราคาเดียว! ปูพรมปลั๊ก-อินไฮบริดทุกโมเดล

17 September 2017






ประธานใหม่ “วอลโว่” ประกาศ “นโยบายขายรถราคาเดียว” ทั้งรูปแบบนำเข้าสำเร็จรูปจากยุโรป หรือ รุ่นประกอบมาเลเซีย ประเดิม เอสยูวี “เอ็กซ์ซี 60 โฉมใหม่” ปลายปีนี้ และปีหน้าเตรียมเสริมทัพรุ่นเล็ก “เอ็กซ์ซี 40” ยืนยัน โมเดลใหม่ที่เปิดตัว จะมี “ปลั๊ก-อินไฮบริด” เป็นทางเลือกครบทุกรุ่น

เพิ่งเข้ามารับตำแหน่ง “เอ็มดี” ของวอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. ที่ผ่านมา สำหรับ “คริส เวลส์” ซึ่งถือเป็นช่วงที่วอลโว่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ ทั้งตัวโปรดักต์, เทคโนโลยียานยนต์, รูปแบบในการทำธุรกิจ อันสอดคล้องกับนโยบายระดับโลกของบริษัท พร้อมผลประกอบการเติบโตต่อเนื่อง และวางเป้าหมายในปี 2563 ยอดขายทั่วโลกของวอลโว่จะต้องถึง 800,000 คัน/ปี (ปี 2559 ขายได้ 5.34 แสนคัน)

สำหรับประเทศไทย วอลโว่ คาร์ ปิดยอดขายปีที่แล้ว 954 คัน โดยปีนี้ผ่านไปครึ่งทาง (ม.ค. - ก.ค. 2560) ทำได้กว่า 600 คัน เติบโต 40% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งเอ็มดีคนใหม่ของวอลโว่หวังจะรักษาอัตราการเติบโตนี้ไปจนถึงสิ้นปี (ดังนั้น ยอดขายปีนี้น่าจะถึง 1,400 คัน) พร้อมครองส่วนแบ่งในตลาดรถหรู 8% เพิ่มจากปีที่แล้วที่ทำได้ 4.8%

“วอลโว่เป็นแบรนด์รถยนต์หรู สัญชาติสวีเดน ที่คนทั่วโลกรู้จักมานานกว่า 90 ปี ด้วยศักยภาพและจุดแข็งที่ชัดเจนในการเป็นผู้นำระดับโลกด้านนวัตกรรมความปลอดภัยที่ปกป้องทุกชีวิตบนท้องถนน ทำให้ได้รับความเชื่อถือและไว้วางใจจากลูกค้าวอลโว่ทั่วโลก สำหรับประเทศไทย เราเป็นแบรนด์รถหรูอันดับที่ 3 โดยวางเป้าหมายชัดเจนว่า จะเป็นแบรนด์หรูที่เติบโตเร็วที่สุดในประเทศไทย” คริส เวลส์ กล่าว

ภายใน 2-3 ปีนี้ บริษัทจะมีรถยนต์โมเดลหลักเปิดตัว 5 รุ่น พร้อมพัฒนาเครือข่ายผู้จัดจำหน่าย ปรับภาพลักษณ์ใหม่ เพิ่มจำนวนโชว์รูม-ศูนย์บริการ ให้สอดคล้องกับยอดขาย และทุกดีลเลอร์ต้องมีกำไร ในส่วนของบริษัทยังตั้งเป้าหมายเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดให้ถึง 10%

ปัจจุบัน วอลโว่มีโชว์รูม-ศูนย์บริการ 12 แห่ง จาก 8 ดีลเลอร์ เหล่านี้เตรียมปรับภาพลักษณ์ตาม “คอร์ปอเรต ไอเดนติตี ใหม่” ให้ครบภายในระยะเวลา 2 ปี และปลายปีนี้จะเปิดโชว์รูม-ศูนย์บริการ เพิ่ม 1 แห่ง ปีหน้าอีก 1 แห่ง รวมเป็น 14 แห่งทั่วประเทศ

ในส่วนโปรดักต์ใหม่ ปลายปีนี้จะเปิดตัว “เอ็กซ์ซี 60” โฉมใหม่ และปีหน้าจะเปิดตัวรถยนต์ “เอสยูวี” ขนาดเล็กรุ่นใหม่ เข้ามาทำตลาด โดยรถยนต์ทุกรุ่นหลักของวอลโว่จะมีระบบขับเคลื่อนแบบปลั๊ก-อินไฮบริด เป็นทางเลือก

mp32-3297-a


“เราเป็นค่ายรถยนต์เจ้าแรก ที่ออกมาประกาศว่า ตั้งแต่ปี 2562 รถวอลโว่ที่ออกสู่ตลาดจะเป็นรถที่ใช้เครื่องยนต์ปลั๊ก-อิน ไฮบริด หรือ รถไฟฟ้าทั้งคัน และเราวางเป้าหมายที่จะเป็นผู้นำในด้านระบบความปลอดภัยอันล้ำสมัย ระบบการขับขี่อัตโนมัติและรถยนต์ไฟฟ้า” คริส เวลส์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม เอสยูวีขนาดเล็กกว่า “เอ็กซ์ซี 60” ที่คริส เวลส์ แย้มข้อมูลว่า เตรียมขายในเมืองไทยปีหน้า คงเป็นรุ่น “เอ็กซ์ซี 40” รถสายพันธุ์ใหม่ของวอลโว่ที่พัฒนาบนแพลตฟอร์ม CMA (Compact Modular Architecture) เตรียมเปิดตัวสู่สายตาชาวโลกภายในปีนี้ และพร้อมส่งมอบรถปีหน้า พร้อมขุมพลังใหม่เบนซิน 3 สูบ 1.5 ลิตร และรุ่นปลั๊ก-อินไฮบริด ที่ใช้รหัสว่า T5 Twin Engine

นอกจากนี้ คริส เวลส์ ยังมากับแผนงานใหม่ คือ ใช้ราคาเดียวกับรถยนต์ทั้งแบบนำเข้าทั้งคันจากยุโรป (CBU) และประกอบ (CKD) จากประเทศมาเลเซีย ซึ่งปกติวอลโว่และค่ายรถยนต์เยอรมนีจะรีบนำเข้ารถแบบแรกเข้ามาเปิดตัวก่อน จากนั้นค่อยตามด้วยรุ่นประกอบในประเทศมาเลเซีย ที่ไม่เสียภาษีนำเข้าและทำราคาได้ถูกกว่า

“ต่อไปนี้ จะไม่มีคำว่า CBU หรือ CKD แต่จะเป็นราคาเดียวตั้งแต่แรกเลย เพื่อความชัดเจนและสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้า โดยเรายืนยันว่า ไม่ว่ารถจะมาจากสวีเดน, เบลเยียม หรือมาเลเซีย จะมีคุณภาพและมาตรฐานในระดับสูงเหมือนกัน” คริส เวลส์ กล่าวสรุป

ดังนั้น รถยนต์รุ่นแรกของวอลโว่ที่มากับกลยุทธ์ราคาเดียว น่าจะเริ่มเห็นจาก “เอ็กซซี 60 โฉมใหม่” ที่ถูกส่งมาจากโรงงานทอร์สลานดา เมืองโกเตนเบิร์ก ประเทศสวีเดน โดยเจเนอเรชันแรกของเอสยูวีรุ่นนี้ ประสบความสำเร็จด้านยอดขายอย่างมาก ด้วยการครองสัดส่วน 30% ของยอดขายวอลโว่ทั้งหมด (ทั่วโลก)

การทำตลาดในเมืองไทย จะมีขุมพลังให้เลือกทั้งดีเซล 4 สูบ 2.0 ลิตร D4 และเบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร T5 รวมถึงปลั๊ก-อินไฮบริด T8 Twin Engine ส่วนรุ่นประกอบมาเลเซีย คาดว่า จะพร้อมตั้งแต่กลางปีหน้า

หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,297 วันที่ 17 - 20 กันยายน พ.ศ. 2560



ฐานเศรษฐกิจ วอลโว่ รถยนต์ ไฮบริด