องค์กรต้านคอร์รัปชั่น ระดมสมองปลุกพลังประชาชนไม่เลือกคนทุจริตเข้าสภา

6 September 2017






องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)จัดเสวนาวิชาการรัฐบาลใหม่!คอร์รัปชันเก่า?ระดมความคิดเห็น-ยุทธวิธีภาคประชาชน หวังสร้างจิตสำนึกคนรุ่นเก่า-คนรุ่นใหม่ ลุกขึ้นป้องกันและร่วมกันต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันทุกรูปแบบอย่างยั่งยืน

นายประมนต์ สุธีวงศ์



นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACTกล่าวว่า ในช่วงนี้มีคดีทุจริตคอร์รัปชันหลายคดีที่ได้ตัดสินไปแล้ว ทั้งนักการเมืองข้าราชการ และนักธุรกิจซึ่งผู้กระทำผิดก็ได้รับบทโทษและติดคุกไปตามๆ กันซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงผลลัพธ์แห่งการกระทำ
ทุกวันที่ 6 กันยายนของทุกปี เป็นวันต่อต้านคอร์รัปชัน ซึ่งในปีนี้ ACT ได้ร่วมมือกับหลายภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงสถานศึกษาต่างๆ จัดเสวนาวิชาการในหัวข้อรัฐบาลใหม่!คอร์รัปชันเก่า?เพื่อปลุกพลังประชาชนให้การปฏิรูปสำเร็จโดยเร็วก่อนที่จะมีรัฐบาลใหม่


โดยประเด็นหลักมี 3 ประเด็น คือ 1.รัฐบาลปัจจุบันควรส่งมอบระบบบริหารที่มีส่วนดีและยังปฎิบัติอยู่ หรือที่ได้ปฎิรูปไปแล้ว หรือที่กำลังจะปฏิรูปเพื่อความยั่งยืนให้รัฐบาลใหม่ได้อย่างไร ยุทธศาสตร์ 20 ปีและติดตามการปฎิรูปของคณะกรรมการ 11 คณะที่แต่งตั้งแล้วมีความเหมาะสมหรือไม่อย่างไร
2.การเลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญปราบโกงจะทำให้ประชาชนมีความมั่นใจว่าจะได้นักการเมืองที่ดีได้แค่ไหนมีอะไรที่เราจะช่วยทำให้ได้นักการเมืองที่มีคุณธรรมและจริยธรรมมาบริหารบ้านเมือง
3. ประชาชนควรมีบทบาทอย่างไร ภายใต้รัฐธรรมนูญที่ส่งเสริมให้ประชาชนมีสิทธิและส่วนร่วมในการตรวจสอบรัฐบาลมากขึ้น

สำหรับวัตถุประสงค์การจัดเสวนาวิชาการในวันนี้ ต้องการให้สังคมไทยได้ตระหนักและรับรู้ถึงผลจากการเลือกคนดีเข้าไปนั่งในสภาฯ พร้อมกระตุ้นให้ประชาชนเกิดความเกลียดชังการทุจริตคอร์รัปชัน ที่เป็นมหันตภัยร้าย ที่มีผลกระทบต่อประชาชนคนไทยกว่า 65 ล้านคน รวมถึงภาคเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง อันนำไปสู่การล่มสลายของประเทศ
พร้อมทั้งปลุกเร้าสังคมไทยทุกภาคส่วนให้ลุกขึ้นมาร่วมกันต่อสู้ไม่ให้เกิดการโกง และต่อต้านคนโกง ควบคู่กับการระดมความคิดเห็นถึงยุทธวิธีของแต่ละภาคส่วนในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันทุกรูปแบบ และทุกขนาดอย่างยั่งยืน

การจัดงานวันต่อต้านคอร์รัปชัน เริ่มมาตั้งแต่ปี 2554 ที่ผ่านมาได้บรรลุเป้าหมายระดับหนึ่ง สำหรับการปลูกผังจิตสำนึกที่จะมารวมพลังเพื่อต่อต้านการคอร์รัปชัน โดยปีที่แล้วได้จัดงานภายใต้ชื่อ “กรรมสนองโกง” ที่ต้องการเตือนสติผู้ที่กำลังคิดกระทำผิด ให้รับรู้ถึงผลแห่งกรรมที่นำไปสู่บทลงโทษต่างๆ
นายประมนต์ กล่าว แนวทางการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ทุกคนในประเทศจะต้องช่วยทำให้เกิดเป็นวาระแห่งชาติ ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำพร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด มีกระบวนการยุติธรรมที่รวดเร็วและเป็นธรรม

นอกจากนี้จะต้องขับเคลื่อนให้มีการปรับปรุงกระบวนการทำงานของราชการ ที่ให้บริการประชาชนอย่างรวดเร็วมีประสิทธิภาพและลดการใช้ดุลพินิจเพื่อป้องกันการเรียกและรับสินบนควบคู่กับการรณรงค์เพื่อปรับเปลี่ยนทัศนคติ และพฤติกรรมของสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเยาวชนไทยให้รังเกียจการทุจริตและไม่ยอมรับการทุจริต เพราะเยาวชนถือว่าเป็นพลังที่สำคัญที่จะขับเคลื่อนประเทศในอนาคต


นายบรรยง พงษ์พานิช ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าการรณรงค์เรื่องการทุจริตคอร์รัปชันในประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมาพบว่าประสบผลสำเร็จเล็กน้อย ซึ่งจะเห็นได้จากค่าดัชนีคอร์รัปชันของประเทศที่ยังสูงอยู่ในปัจจุบัน

ทั้งนี้ หากต้องการให้การทุจริตคอร์รัปชันหมดจากประเทศไทย จะต้องเน้นในเรื่องของการปลูกผังคุณธรรมและจริยธรรม โดยยึดหลักคนที่มีส่วนได้ส่วนเสียหรือเสียเปรียบมาปกป้องและรักษาผลประโยชน์ของตัวเอง ซึ่งจะนำไปสู่ผลสำเร็จในการรงณรงค์การทุจริตคอร์รัปชัน

นอกจากนี้ จะต้องเพิ่มบทลงโทษสำหรับผู้กระทำผิด ซึ่งจะทำให้ผู้ที่คิดจะกระทำผิดเกิดความสำนึกในสิ่งที่กำลังจะทำหรือทำไปแล้ว ควบคู่กับการลดอำนาจของหน่วยงานภาครัฐ เพราะที่ผ่านมาประเทศไทยมีการใช้งบประมาณปีละ 2.9 ล้านๆ บาท โดยกว่า 70-80% ถูกใช้ไปกับการดำเนินการในเรื่องต่างๆ และอีก 20% ใช้ไปกับงบสวัสดิการของประชาชนเมื่อเทียบกับ GDP ของประเทศ ซึ่งต่างจากการใช้งบประมาณของกลุ่มประเทศยุโรป ที่กว่า 50% ใช้งบประมาณสวัสดิการ

“มิติที่อยากเสนอแนะคือ “กระบวนการเทพ” ซึ่งจะต้องมีความโปร่งใสในข้อมูลแบบโปรแอททีฟ ซึ่งเป็นการเปิดเผยข้อมูลแบบมาตรฐานเดียวกับการจดทะเบียนของภาคเอกชน คอบคู่กับการสร้างกลไกต่างๆ และส่งเสริมภาคประชาสังคมให้มีส่วนร่วม” นายบรรยง กล่าว


องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น ACT ปลุกพลัง