ที่นี่ไม่มีความลับ : วิเคราะห์ : การเมืองไทย หลัง‘ยิ่งลักษณ์’หนี!

30 August 2017








ที่นี่ไม่มีความลับ
โดย : เอราวัณ
วิเคราะห์ : การเมืองไทย หลัง‘ยิ่งลักษณ์’หนี!

การไม่มารับฟังคำพิพากษาของศาล หรือ “หนี” ในคดีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ก่อให้เกิดผลสะเทือนทางการเมืองในหลายมิติ เรียกได้ว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักสังเกตการณ์ทางการเมืองต้องปรับแนววิเคราะห์อนาคตการเมืองไทยกันใหม่



มองจากมุมของ ยิ่งลักษณ์ คือการกลัวติดคุก อย่างไม่ต้องสงสัยและไม่ต้องไปต่อว่าอะไรมาก เพราะพี่ชาย ทักษิณ ชินวัตร ก็หนีคำพิพากษา เมื่อ 9 ปีก่อน (2551) ในคดีทุจริตการประมูลซื้อที่ดินย่านถนนรัชดาภิเษก จากธนาคารแห่งประเทศไทย ยิ่งลักษณ์ เลือกที่จะหนีไปตั้งหลักรอฟังคำพิพากษาอยู่นอกเขตอำนาจศาลไทยมากกว่า “เสี่ยง” ติดคุกรออุทธรณ์ เหมือน บุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรมว.พาณิชย์และพวก



หากคำพิพากษาในวันที่ 27 กันยาบน 2560 ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองออกมาว่า “ผิด” แล้วต้องติดคุกจริง ยิ่งลักษณ์ และทักษิณ คงคิดว่าตัดสินใจถูกแล้วที่เลือก “หนี” ทิ้งลูกน้องให้ติดคุกดีกว่าให้น้องสาวติดคุก



ในกรณีศาลพิพากษายกฟ้องหรือพิพากษาว่าผิดแต่ให้รอลงอาญา ทักษิณและยิ่งลักษณ์ คิดว่า ตัวยิ่งลักษณ์สามารถกลับมาได้ เพราะจะมีโทษเพียงเล็กน้อยใน 2 ประเด็นคือ หนีหมายศาล และเข้าออกประเทศ โดยผิดกฎหมายเท่านั้น แต่ความเชื่อถือทางการเมืองหาได้กลับคืนมาไม่



ในมุมมิติ “พรรคเพื่อไทย” นี่คือการล้มละลายทางความเชื่อถือที่พลพรรคมีต่อคนในครอบครัวชินวัตร เพราะถึงที่สุด 2 พี่น้อง ซึ่งเป็นหัวเรือใหญ่ทางการเมืองของพรรค เลือก “เอาตัวรอด” มากกว่าสู้ “จนตายคา สนามรบ” เหมือนที่ประกาศไว้

พันธนาการที่ “ต้องสู้เพื่อทักษิณ” คงหมดลงด้วยพฤติกรรมของ 2 พี่น้องคู่นี้ แต่หากพลพรรคเพื่อไทยยังคิดไม่ออกก็มิสมควรเป็นผู้แทนประชาชนอีกต่อไป



นักสังเกตการณ์ทางการเมืองฟันธงตรงกันว่า แม้พรรคเพื่อไทยจะไม่ล่มสลายแต่คงถึงคราว “แพแตก” เป็นแน่  ส่วนที่ล่มสลายแน่คือ “ระบอบทักษิณ” ด้วยเหตุผล 2 ประการ คือ “การหมดความเชื่อถือและศรัทธา” ต่อตัว ทักษิณ ชินวัตร และการ “ไม่มีท่อส่งเสบียง” นั่นหมายถึง “กระสุน” จากทักษิณ ชินวัตร อีกต่อไป เพราะไม่มีประโยชน์อันใดที่จะทำพรรคการเมืองต่อด้วย “เป้าหมายที่จะกลับมาอีกครั้ง” เลือนรางเต็มที



อีกประการหนึ่งนักการเมืองในค่ายเพื่อไทย คงคิดได้ว่าการอยู่ในอาณัติ ทักษิณ ต่อไปจะนำไปสู่หายนะทั้งทางการเมืองและชีวิตปกติของตน จึงมีความเป็นไปได้สูงที่จะมีการย้ายค่ายย้ายรังใหม่ เกิดการล่มสลายของ “ระบอบทักษิณ” และ “แพแตก” ของพรรคเพื่อไทยแน่นอน ซึ่งจะเกิดประโยชน์กับพรรคการเมืองคู่แข่งอย่าง “ประชาธิปัตย์” ที่นั่ง “ตีขิม” รอเช่นเดียวกับพรรคการเมืองอื่นที่รอการล่มสลายทางการเมืองของ “ระบอบทักษิณ” ที่ผูกขาดมาถึง 16 ปี



แต่ที่ต้องวิเคราะห์กันมากกว่านั้นคือจะได้ประโยชน์กับพรรคการเมืองใหม่ ที่อาจจะเกิดขึ้นหรือไม่ และพรรคการเมืองใหม่นั้นจะมีบทบาทในการผลักดัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี รอบ 2 หลังการเลือกตั้งหรือไม่ มีแนววิเคราะห์ 2 แนวว่า ถ้าการเลือกตั้งเกิดขึ้นเร็ว (ตามโรดแมป) คือไม่เกินเดือนกันยายน 2561 นั่นแปลว่า กลุ่มอำนาจปัจจุบัน มิได้คิดตั้งใจ “สืบทอดอำนาจต่อ” เพราะไม่ได้คิดถึงกระบวนการสืบทอดอำนาจ “มากเกินไป



เนื่องจากกระบวนการจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่และการสร้างกลไกกระแสความนิยมต้องใช้เวลาพอสมควร แต่กรณีที่ “การเลือกตั้ง” ถูกยืดยาวออกไปด้วยเหตุผลต่างๆ  (แล้วแต่จะสรรหามา) นั่นหมายความว่ามีความพยายามสร้างกลไกในการสืบทอดอำนาจผ่านพรรคการเมืองที่มีอยู่ หรือการเกิดขึ้นของพรรคการเมืองใหม่ เป็นเรื่องที่ต้องจับตากันต่อไป แต่ทิ้งท้ายไว้ให้คิด “อำนาจ” ถ้าได้มาโดยธรรมชาติแบบไม่ตั้งใจหรือวางแผนไว้จะ “สง่างาม” กว่าการได้มาเพราะ “วางแผนสืบทอดอำนาจกัน” คงไม่มีใครอยากให้ “จบยุคทักษิณ เข้าสู่ยุค...” ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นว่า “หนีเสือปะจระเข้” ไปเสียเท่านั้น



คอลัมน์ : ที่นี่ไม่มีความลับ/หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ/ ฉบับ 3292 หน้า 16 ระหว่างวันที่ 31 ส.ค.-2 ก.ย.2560



ที่นี่ไม่มีความลับ ยิ่งลักษณ์