ร้านสะดวกซื้อแข่งดุเซเว่นฯงัดแสตมป์ระลอกใหม่ปลุกยอดขาย

29 July 2017






ร้านสะดวกซื้อแข่งดุ “แฟมิลี่มาร์ท” ซุ่มจัดระเบียบหลังบ้าน พร้อมเดินหน้าขยายสู่ 3,000 สาขาในอีก 3 ปี ด้าน “เซเว่นอีเลฟเว่น” ส่ง “คาแรกเตอร์ซานริโอ” แสตมป์ระลอกใหม่ ปลุกกำลังซื้อหน้าฝน

แม้วันนี้ “เซเว่นอีเลฟเว่น” จะเป็นผู้นำร้านสะดวกซื้อในเมืองไทย ด้วยจำนวนสาขาที่มีมากถึง 1 หมื่นแห่งทั่วประเทศ แต่ธุรกิจร้านสะดวกซื้อยังเปิดกว้างสำหรับแบรนด์อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น “แฟมิลี่มาร์ท” หรือ “เทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส” ที่ยังคงเปิดเกมแข่งขัน ด้วยกลยุทธ์รูปแบบต่างๆ

โดยนายอครินทร์ ภูรีสิทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัล แฟมิลี่มาร์ท จำกัด ผู้บริหารร้านสะดวกซื้อ “แฟมิลี่มาร์ท” เปิดเผยว่า เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ และให้มีมาตรฐานเดียวกัน บริษัทจึงมุ่งนำเทคโนโลยีและสื่อดิจิตอลเข้ามาพัฒนา และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้มากยิ่งขึ้น ด้วยการจัดทำสังคมออนไลน์ขึ้นภายในองค์กร ภายใต้ชื่อ “เวิร์คเพลส” (Workplace) ซึ่งเป็นแอพพลิเคชัน ที่ถูกพัฒนาโดยเฟซบุ๊ก ซึ่งเวิร์คเพลส จะช่วยลดขั้นตอนการสื่อสาร ทำให้เข้าถึงข่าวสาร การรับรู้ และการส่งต่อข้อมูลที่รวดเร็วยิ่งขึ้น และสามารถโต้ตอบแบบทูเวย์ คอมมิวนิเคชันได้ จึงเกิดความคล่องตัวยิ่งขึ้น

อครินทร์ ภูรีสิทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัล แฟมิลี่มาร์ท จำกัด



สำหรับแฟมิลี่มาร์ทถือเป็นค้าปลีกรายแรกที่นำเวิร์คเพลสเข้ามาใช้เป็นเครื่องมือในการสื่อสารตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา และเริ่มใช้จริงจังในเดือนกรกฎาคม ซึ่งพบว่า สามารถสื่อสารได้สะดวก รวดเร็ว ขณะที่ในองค์กรขนาดใหญ่ เริ่มเป็นที่นิยมแพร่หลายมากขึ้น

นอกจากนี้แฟมิลี่มาร์ท ยังให้ความสำคัญกับการใช้โซเชียล มีเดีย ในการทำกิจกรรมทางการตลาด รวมถึงการสร้างแบรนด์ และการจัดโปรโมชัน ซึ่งล่าสุดบริษัทได้เปิดตัวไลน์สติกเกอร์ “น้องมะม่วง” เพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการเข้าถึงลูกค้า และสามารถสื่อสารนำเสนอข้อมูลโปรโมชัน สินค้าและบริการต่างๆ ให้กับลูกค้าได้ โดยพบว่าปัจจุบันมีผู้ดาวน์โหลดไลน์สติกเกอร์แล้ว 4-5 ล้านราย และบริษัทยังมีแอพพลิเคชัน FamilyMart Thailand เพื่อให้ลูกค้าสามารถดาวน์โหลด สะสมแต้ม เลือกดูสินค้าใหม่ และสถานที่ตั้งสาขา ได้ด้วย

“ปัจจุบันแฟมิลี่มาร์ท มีสาขากว่า 1,150 แห่งทั่วประเทศ และมีแผนจะเปิดอีก 60 แห่งในครึ่งปีหลัง และตั้งเป้าหมายที่จะมีสาขาครบ 3,000 แห่ง ภายในปี 2563 ด้วยจำนวนพนักงานกว่า 6,000 คน และจะเพิ่มมากขึ้นในอนาคต การสื่อสารและการนำเสนอข้อมูลสินค้าและบริการต่างๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญและต้องมีความรวดเร็วใน การใช้เวิร์คเพลส มาเป็นเครื่องมือช่วยจึงเป็นสิ่งจำเป็น”

ทั้งนี้เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการ บริษัทยังมีแผนขยายการให้บริการรับชำระเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อี-วอลเลตกับพันธมิตรรายอื่นๆเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันที่มีให้บริการอาลีเพย์ รวมทั้งการร่วมกับบางกอก สมาร์ท การ์ด ซิสเทม ให้บริการชำระเงินผ่านบัตรแรบบิท ผ่านร้านแฟมิลี่มาร์ท 60 แห่งทั่วกรุงเทพฯ ด้วย และยังเริ่มเปิดให้บริการส่งพัสดุ Kerry Express แห่งแรกที่สาขาฮอลิเดย์ อินน์ สีลม และบริการดีลิเวอรี โดยโก มาร์ท (Go Mart) จาก Gobike ในพื้นที่เขตสาทร สีลม และสุรวงศ์ ถือเป็นบริการใหม่ๆ ที่จะสร้างให้แฟมิลี่ มาร์ทแตกต่างจากร้านสะดวกซื้อรายอื่นด้วย

ด้านร้านเซเว่นอีเลฟเว่น โดยบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) พบว่า ล่าสุดได้เปิดแคมเปญแสตมป์ใหม่ ภายใต้ชื่อ “แสตมป์รักเมืองไทย” โดยครั้งนี้ใช้ธีมคาแรกเตอร์ “ซานริโอ” (Sanrio) เป็นจุดขาย เริ่มสะสมแสตมป์ได้ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม-23 พฤศจิกายน 2560 และใช้แลกซื้อได้ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม-15 ธันวาคม 2560 โดยไฮไลต์จะมีทั้งแสตมป์ปกติ และแสตมป์ออนไลน์ (M-Stamp) โดยใช้บาร์โค้ด หรือกดเบอร์โทรศัพท์มือถือ เพื่อสะสมแต้ม โดยการสะสมออนไลน์ ผ่าน M-Stamp จะได้รับแสตมป์เพิ่มอีก 1 บาททันที อีกทั้งหากจ่ายเงินผ่าน Ture Money Wallet จะได้รับแสตมป์เพิ่มอีก 1 บาทเช่นกัน

โดยเบื้องต้นพบว่ามีสินค้าเข้าร่วม 200-300 รายการ และจะสลับสับเปลี่ยนกันไปในทุกๆ 15-20 วัน อาทิ ไส้กรอก นํ้าอัดลม ขนมปัง ซอสปรุงรส นมเปรี้ยว ชาเขียว เป็นต้น โดยมีของพรีเมียมให้สะสมได้เต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นชุดกล่องไมโครเวฟ ใช้แสตมป์สะสม 69 บาท หรือ 3,450 แต้ม แผ่นรองนั่ง 179 บาท หรือ 8,950 แต้ม โต๊ะปิกนิกพับได้ 329 บาท หรือ 16,450 คะแนน และเตียงเอกเขนกพับได้ 789 บาท หรือ 39,450 คะแนน นอกจากนี้หากไม่แลกรับของพรี?เมียม สามารถนำไปใช้แทนเงินสด หรือชำระค่าธรรมเนียม หรือร่วมทำบุญ ได้อีกด้วย

ขณะที่ก่อนหน้านี้เทสโก้ โลตัส ได้เปิดตัวแคมเปญสะสมแสตมป์ใหม่สำหรับ เทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรสภายใต้ชื่อ “แก๊งแสนซนยกพลมาป่วน” โดยนำกระแส Tsum Tsum เหล่าตุ๊กตาดิสนีย์ยอดฮิตในญี่ปุ่นมาเป็นสินค้าพรีเมียม ทั้งโดราเอมอน, มิกกี้เมาส์, สนูปปี้, บีดั๊ก, กังฟู แพนด้า พร้อมปรับธีมการแลกรับสินค้าให้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นร่มแก๊งซ่า กล่องต่อตัว เบาะหรรษา และชุดเครื่องนอนจอมซน โดยแคมเปญนี้จะจัดขึ้นภายในเทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรสกว่า 1,500 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี และจะมีไปจนถึงวันที่ 27 กันยายน 2560

นายมาร์ค รัฟลีย์ ประธานกรรมการฝ่ายการตลาด เทสโก้ โลตัส กล่าวว่า เทสโก้ โลตัส ให้ความสำคัญกับการทำตลาดแบบออมนิ แชนเนล มากขึ้น หลังจากที่พบว่าพฤติกรรมผู้บริโภคหันมานิยมช่องทางออนไลน์มากขึ้น แต่ขณะเดียวกันพบว่ามีลูกค้าส่วนหนึ่งที่ยังนิยมเลือกซื้อสินค้าจากหน้าร้าน ดังนั้นบริษัทจึงเพิ่มการทำตลาดแบบออมนิ แชนเนลมากขึ้น ด้วยการผสมผสานทั้ง 2 รูปแบบและสร้างแรงจูงใจ สื่อสารกับลูกค้า ซึ่งจะทำให้เข้าถึงลูกค้ามากขึ้น

โดยปัจจุบันบริษัทให้บริการทั้งเทสโก้ โลตัส ช้อป ออนไลน์ การร่วมกับแฮปปี้ เฟรช ให้บริการดีลิเวอรีส่งสินค้าถึงบ้าน การให้บริการ Click&Collect การบริการสั่งสินค้าออนไลน์ และมารับเองที่สาขา ซึ่งในปีที่ผ่านมาพบว่า ได้รับความนิยมอย่างสูง ส่งผลให้มียอดการสั่งซื้อเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 400% อย่างไรก็ดีในอนาคตบริษัทจะเพิ่มช่องทางการสื่อสารกับลูกค้าซึ่งปัจจุบันมีอยู่กว่า 39 ล้านคน ในทุกๆ แพลตฟอร์ม ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงและต่อยอดให้เกิดเป็นรายได้ด้วย

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,282 วันที่ 27 - 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2560


ร้านสะดวกซื้อ แข่งดุ แฟมิลี่มาร์ท เซเว่นอีเลฟเว่น แสตมป์รักเมืองไทย