จับชีพจร นโยบายท่องเที่ยว-ขนส่งทางอากาศ  6 เดือนรัฐบาลบิ๊กตู่

28 April 2015






ารเปลี่ยนแปลงรัฐบาลสู่ยุคบิ๊กตู่พล.. ประยุทธ์ จันทร์โอชาหลังได้เข้ามาบริหารประเทศเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม  2557 ซึ่งกว่า 6 เดือนที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าจากปัญหาการเมืองที่คลี่คลาย ได้ส่งผลบวกต่อธุรกิจการบินและการท่องเที่ยวที่มีอัตราการเติบโตที่ดี สะท้อนรายได้จากธุรกิจทั้ง 2 ด้านนี้ที่เริ่มฟื้นตัว และมีสัญญาณการเติบโตนับจากไตรมาสสุดท้ายของปีที่ผ่านมาจากตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาเที่ยวไทย 16.76 ล้านคน (ตุลาคม 2557-18 เมษายน 2558) เพิ่มขึ้น 15.42% สร้างรายได้ 8.24 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.81%



เปิดศักราชปีท่องเที่ยววิถีไทย


การเติบโตของการท่องเที่ยว หากไม่นับความเข้มแข็งของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในตัวมันเองแล้ว แรงขับเคลื่อนจากผู้กุมบังเหียนของภาครัฐ อย่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมถึงกระทรวงคมนาคม ก็มีส่วนสำคัญในการผลักดันนโยบายต่างๆในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ที่ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศ


โดยผลงานการทำงานของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาภายใต้การดูแลของเจ้ากระทรวงกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูรในช่วงที่ผ่านมา ก็มีผลงานหลักๆ หลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเปิดตัวแคมเปญปีท่องเที่ยววิถีไทย ขึ้นเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้การท่องเที่ยวไทยแล้ว ยังมีการเดินหน้าจัดทำยุทธศาสตร์ท่องเที่ยวปี 2563 เน้นบูรณาการงานภาครัฐให้ทำงานสอดคล้องกับเอกชน เพื่อวางรากฐานการลงทุนที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวในระยะยาว


การปัดฝุ่น โมเดล 8 คลัสเตอร์ให้เริ่มเกิดขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งปัจจุบันแผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวฉบับนี้เริ่มดำเนินการไปแล้วราว 70% และอยู่ระหว่างการหารือร่วมภาคประชาคมอย่างถี่ถ้วนเป็นรอบสุดท้ายก่อนจะนำเสนอไปยังคณะรัฐมนตรี(ครม.) คาดว่ากระบวนการทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายใน 2 เดือนนับจากนี้ เพื่อเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ พร้อมเปิดตัวแผนอย่างเป็นทางการประมาณเดือนกรกฎาคมนี้ การปรับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย (รีแบรนดิ้ง) อาทิ เมืองจักรยาน จ.น่าน การเน้นเรื่องของสปอร์ตทัวริซึม


ต่อเรื่องนี้นางกอบกาญจน์วัฒนวรางกูรรมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่าการดำเนินงานตลอด 6 เดือนที่ผ่านมาภาพรวมเป็นที่น่าพึงพอใจเพราะสามารถเดินตามกรอบระยะเวลาของแผนยุทธศาสตร์ได้อย่างเป็นระบบ อีกทั้งในแง่ของความเชื่อมั่นก็สามารถฟื้นตัวเลขนักท่องเที่ยวให้กลับมาเติบโตได้อย่างชัดเจน จึงเชื่อว่าในปีนี้เรายังจะสามารถดำเนินเป้าหมาย 2.2 ล้านล้านบาท ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยว 28.8 ล้านคนได้อย่างแน่นอน


ขณะที่อีก 6 เดือนนับจากนี้ จะมุ่งวางแผนงานการตลาดของท่องเที่ยวไทยให้ชัดเจน ไม่เน้นเพิ่มจำนวน แต่จะต้องเพิ่มรายได้ และสร้างกลุ่มรีพีตเตอร์ให้มาก เพื่อการท่องเที่ยวยั่งยืน โดยโครงการเบื้องต้นที่จะเกิดขึ้น เช่น อบรมเครือข่ายท่องเที่ยวในการเป็นเจ้าบ้านที่ดี , การเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าของที่ระลึก ตลอดจนสานต่อการท่องเที่ยวในพื้นที่ “12 เมือง ต้องห้ามพลาด


สร้างความแข็งแกร่งการบิน


ในด้านการขนส่งทางอากาศ บิ๊กจินพล...ประจิน จั่นตอง รัฐ มนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมกล่าวเปิด ใจว่าตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่ง  ต้องการให้เกิดเสรีการบินทำให้อุตสาหกรรมการบินของไทยแข็งแกร่งขึ้น และไทยจะต้องเป็นฮับการบินในอาเซียน รวมทั้งเอเชียเพื่อเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงไปยังทวีปอื่นๆดังนั้นผลงานตลอดช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา จากแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของไทย ระยะยาว พ..2558-2565 (ระยะ 8 ปี) จึงได้จัดวางแผนขับเคลื่อนโครงการสำคัญด้านการขนส่งทางอากาศ (ตารางประกอบ)เพื่อวางทิศทางที่ชัดเจนในการพัฒนาการขนส่งทางอากาศของไทยให้รองรับการเติบโตด้านการเดินทางท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง


โดยการเตรียมก่อสร้างท่าอากาศยานเพิ่มอีก 1 แห่ง ที่สนามบินเบตง การพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระยะที่ 2 ขยายการรองรับเที่ยวบินจาก 76 เที่ยวบินต่อชั่วโมง เป็น 80 เที่ยวบินต่อชั่วโมงรองรับผู้โดยสารจา 45 ล้านคนต่อปีเป็น 65 ล้านคนต่อปี ขยายการรองรับปริมาณสินค้าจาก 1.3 ล้านตันต่อปี เป็น 1.7 ล้านตันต่อปี พัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง เพิ่มการรองรับผู้โดยสารจาก 18 ล้านคนต่อปีเป็น 30 ล้านคนต่อปี การขยายสนามบินภูเก็ต รองรับผู้โดยสารจาก7.5 ล้านคนต่อปี เป็น 12.5 ล้านคนต่อปี และการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา รองรับผู้โดยสารจาก 8 แสนคนต่อปี เป็น 3 ล้านคนต่อปีในอนาคต


2 เดือนจากนี้เร่งสางงานล่าช้า


อย่างไรก็ตามแม้ในช่วงที่ผ่านมาการขับเคลื่อนโครงการด้านการขนส่งทางอากาศยังค่อนข้างล่าช้าไปบ้างอันเป็นผลจากบิ๊กจินต้องแก้ปัญหาเรื่องของกรมการบินพลเรือน (บพ.)ติดปัญหาการถูกชี้แจงข้อบกพร่อง จากองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) จึงต้องให้ความสำคัญในการปลดล็อกปัญหานี้ก่อน ซึ่งเขาวางเป้าหมายไว้ว่าภายในเดือนตุลาคมนี้ ต้องแก้ปัญหานี้จบ ทั้งยังมองว่าปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้ส่งผล
กระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยถึงขั้นร้ายแรง


เป็นไปไม่ได้ที่น่านฟ้าไทยจะไม่ทำการบินจากผล ICAO เพราะสายการบินพันธมิตรก็ยังบินได้ สายการบินลูกครึ่งก็ยังบินได้ ความต้องการการเดินทางยังมี แต่บางสายการบินอาจจะต้องชะลอการบินไปเพื่อรอตรวจใบอนุญาต และส่วนใหญ่ผลกระทบจะเกิดกับสายการบินชาร์เตอร์ไฟลต์ ทั้งยังเชื่อมั่นปัญหาที่
เกิดขึ้นนี้จะเป็นการพลิกวิกฤติเป็นโอกาสในการปรับรื้อโครงสร้างให้สมบูรณ์แบบ และจะเร่งแก้ไขปัญหาให้แล้วเสร็จ โดยปัจจุบันมีความชัดเจนที่จะต้องเร่งแยกเรกูเลเตอร์ และโอเปอเรเตอร์ รวมทั้งจัดทำแผนฉบับใหม่แจกแจงรายละเอียดการแก้ไขข้อบกพร่องที่มีนัยสำคัญ (SSC) กฎระเบียบของการบังคับใช้ และการจัดสรรบุคลากรใหม่พล...ประจินยืนยัน


ขณะที่โครงการต่างๆที่ล่าช้าเช่นการขยายสนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2  บิ๊กจินขอยืดเวลา 2 เดือนนับจากนี้เพื่อเร่งแผนงาน โดยระบุว่า ขณะนี้ได้รับแผนการลงทุนที่เป็นการปรับแผนใหม่ของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) แล้ว เตรียมนำเสนอซูเปอร์บอร์ดในการประชุมนัดหน้าก่อนนำเข้าครม. เป็นลำดับสุดท้าย


ทั้งหมดเป็นผลงานของ 2 หน่วยงานหลัก ต่อนโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและท่องเที่ยวไทย


Photo credit : Eric Bauer (https://www.flickr.com/photos/[email protected]/)



การท่องเที่ยว สนามบิน กระทรวงคมนาคม ธุรกิจการบิน การขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย