ดาเรน ไวท์ Passion Humble Realistic กุญแจแห่งความสำเร็จ

20 April 2017





คอฟฟี่เวิลด์ ร้านกาแฟชื่อดังที่คนไทยรู้จักมากว่า 20 ปี ในวันนี้ได้ปรับตัวและขยายสาขาเพิ่มเติมมากมาย ด้วยเป้าหมายธุรกิจภายใต้การนำของ "ดาเรน ไวท์" กรรมการผู้จัดการ บริษัท จีเอฟเอ คอร์ปอเรชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้บริหารแบรนด์คอฟฟี่เวิลด์ และยังมีแบรนด์ภายใต้จีเอฟเอ อื่นๆ อีก ประกอบด้วย คอฟฟี่ เวิลด์ โกลด์, ครีมแอนด์ฟัดจ์, ครีมแอนด์ฟัดจ์โกลด์, นิวยอร์กฟิฟท์เอเวนัวเดลี และคอฟฟี่ เวิลด์ เรสเตอรองท์

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์ของคนไทย ที่นิยมดื่มกาแฟมากขึ้น ทำให้เกิดแบรนด์ร้านกาแฟมากมายทั้งแบรนด์ไทยและอินเตอร์ ตลาดร้านกาแฟระอุขึ้นมากมาย แข่งขันกันชิงลูกค้าอย่างดุเดือด "ดาเรน" บอกว่า สภาพตลาดที่เปลี่ยนไป ทำให้คอฟฟี่เวิลด์หยุดนิ่งไม่ได้ ต้องมีการปรับตัว เพื่อรักษาแบรนด์ให้ยังคงเป็น Top of Mind ของคนไทยต่อไป หลังจากเข้ามารับหน้าที่ผู้นำทัพ เมื่อ 4-5 ปีก่อน "ดาเรน" จัดหนักทันทีด้วยการปรับโฉมร้านคอฟฟี่เวิลด์ สู่ดีไซน์ใหม่ที่เรียกว่า ลอฟต์สไตล์ ตกแต่งภายในร้านด้วย เหล็ก อิฐ และไม้ สร้างบรรยากาศที่ดูเป็นกันเอง พร้อมบริการที่สนองตอบความต้องการของลูกค้า

"จากสภาพการแข่งขันที่เกิดขึ้น เราไม่ได้กลัว แต่เราตื่นตัว เราต้องดูสถานการณ์ ดูเทรนด์ของตลาด ศึกษาไลฟ์สไตล์ของลูกค้า จาก 20 ปีที่แล้ว คนไทยมาร้านกาแฟเพราะต้องการดื่มกาแฟ แต่ตอนนี้ นอกจากต้องการกาแฟหรือเครื่องดื่มอื่นๆ แล้ว ยังต้องการสิ่งอื่นๆ เพิ่มขึ้น การเข้าร้านกาแฟกลายเป็นไลฟ์สไตล์ มานั่งคุย นั่งทำงาน และเจรจาธุรกิจ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ต้องทำคือ ที่นั่งต้องสบาย มีไวไฟให้ใช้ มีปลั๊กไฟให้เสียบชาร์ตอุปกรณ์สื่อสาร"

ในหน้าที่ของ "ดาเรน" เขาต้องเมกชัวร์ว่า แบรนด์คอฟฟี่เวิลด์เปลี่ยนไปรับนวัตกรรมที่ลูกค้าต้องการได้ทัน และหลายๆ ครั้งที่เขามีโอกาสเดินทางไปประเทศอื่นๆ ก็จะดูเทรนด์แล้วนำไอเดียจากต่างประเทศมาประยุกต์ใช้

"คอฟฟี่เวิลด์เปิดร้านใหม่ทุกเดือน เมื่อเปิดแล้ว ทุกๆ 1-3 เดือน ก็ต้องมามอนิเตอร์ร้านตอบโจทย์ผู้บริโภคในทำเลนั้นๆ หรือไม่ ถ้าไม่ตรง ก็ต้องปรับ และเมื่อครบ 1 ปี ก็ต้องมาดูอีกว่า ต้องปรับอะไรเพิ่มเติมอีกหรือเปล่า"

จากประสบการณ์ในธุรกิจร้านกาแฟทั้งไทยและดูไบ รวมกว่า 11 ปี ผนวกเข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนออสเตรเลียอย่างเขา ที่นิยมการดื่มกาแฟอยู่แล้ว ทำให้ "ดาเรน" เข้าใจพฤติกรรมคนดื่มกาแฟได้ไม่ยาก และเมื่อรวมประสบการณ์การอยู่ในเมืองไทยมากว่า 13 ปี ยิ่งทำให้ "ดาเรน" สามารถบริหารธุรกิจร้านกาแฟในประเทศไทยได้อย่างเข้าใจวัฒนธรรมคนไทยมากยิ่งขึ้น

"ความท้าทายของการบริหารธุรกิจร้านกาแฟ สิ่งที่สำคัญ คือ ทำให้ธุรกิจเติบโต เราตั้งเป้าที่จะโตจากรายได้ และการขยายสาขา การพัฒนาโปรดักต์ บริการ และ โปรโมชัน เรามีเป้าขยายสาขา ทุกเดือน ปีนี้มีเป้าขยาย 15 สาขา ปีที่แล้วเปิด 12 สาขา ปีก่อน 5-6 สาขา ปัจจุบันคอฟฟี่เวิลด์มีทั้งสิ้น 95 สาขา และมีรายได้เติบโตเฉลี่ย 10% ต่อเนื่อง"

การบริหารงานของ "ดาเรน" เป็นแนวอนุรักษ์นิยม ไม่เร่งรีบ การปรับเปลี่ยนอะไรจะค่อยๆ ทำ เพราะคอฟฟี่เวิลด์มีทั้งลูกค้าเก่าที่ต้องดูแล หากเปลี่ยนแปลงอะไรมากๆ อาจส่งผลกระทบต่อลูกค้าเดิม ขณะเดียวกันก็ต้องหาลูกค้าใหม่เพิ่มเติม ทุกอย่างจึงทำแบบค่อยเป็นค่อยไป ภายใต้โมเดลของร้านคอฟฟี่เวิลด์ ที่บริหารอยู่ 3 รูปแบบ คือ คีออสสแตนด์อะโลน และทรักคอฟฟี่เวิลด์ ที่มีลักษณะเป็นรถโมบาย และยังมีแผนขยายธุรกิจในต่างประเทศ จากปัจจุบันที่มีอยู่6 ประเทศ ในลักษณะร่วมงานกับมาสเตอร์แฟรนไชส์ ได้แก่ อินดีย บังกลาเทศ มาเลเซีย ลาว จีน บาเรน และกำลังจะเปิด ที่กัมพูชา และเมียนมา

"ดาเรน" เล่าว่า เขาค่อนข้างโชคดีที่มีทีมงานดี มีประสบการณ์ ทำงานร่วมกับคอฟฟี่เวิลด์มากว่า 10 ปี การทำงานของเขา จึงเน้นการพูดคุย ระดมสมอง ให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ เขาเชื่อว่า การบริหารธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ไม่ควรตัดสินใจจากคนๆ เดียว สิ่งที่ควรทำคือการระดมสมอง ซึ่งอาจจะมีทะเลาะกันบ้าง มีความเห็นที่ต่างกันบ้าง แต่นั่นเป้นเรื่องของงาาน เมื่อตัดสินแล้วตามเสียงส่วนใหญ่งานก็ต้องเดินหน้า

คีย์ซักเซส ในการบริหารธุรกิจของ "ดาเรน" ตั้งอยู่บน 1. พื้นฐานความเป็นจริง (Realistic) 2. ถ่อมตน (Humble) และ3. ทำงานด้วยใจรัก (Passion) เมื่อเรารักแล้ว ก็จะสามารถทำงานได้ดี มีการเปิดใจพูดคุยกันตลอดเวลา ด้วยแนวทางการทำงานนี้ ทำให้ "ดาเรน" สามารถบริหารธุรกิจได้เติบโตต่อเนื่องทุกปีเฉลี่ยปีละ 10% ด้วยเป้ารายได้ในปีนี้ 400 ล้านบาท

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,254 วันที่ 20 - 22 เมษายน พ.ศ. 2560


ความสำเร็จ ดาเรน ไวท์