กสทช.เผยวันที่ 13 ก.ค.วันสุดท้ายยืนยันตัวตนซิม 6 เบอร์ขึ้นไปก่อนถูกระงับ

13 มิ.ย. 2567 | 10:23 น.

นับถอยหลัง 13 ก.ค. วันสุดท้ายยืนยันตัวตน สำนักงาน กสทช. ขอความร่วมมือประชาชนที่ลงทะเบียนซิม 6 เบอร์ขึ้นไปต่อค่าย ยืนยันตัวตนรักษาสิทธิ์การใช้งานก่อนถูกระงับสัญญาณ

นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ  หรือ กสทช. เปิดเผยว่า ในวันที่ 13 ก.ค. 2567 จะเป็นวันครบกำหนดการยืนยันตัวตนสำหรับผู้ที่ลงทะเบียนซิมการ์ดตั้งแต่ 6-100 เลขหมาย เพื่อระงับยับยั้งการใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในการกระทำผิดหรือสนับสนุนการกระทำผิดกฎหมาย

สำนักงาน กสทช. ขอความร่วมมือประชาชนที่ได้ลงทะเบียนเปิดใช้ซิมการ์ดตั้งแต่ 6-100 เลขหมายต่อค่าย ดำเนินการยืนยันตัวตนกับผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในช่องทางที่ผู้ให้บริการแต่ละค่ายกำหนด หากเลยระยะเวลาดังกล่าวเลขหมายจะถูกระงับบริการ ไม่สามารถโทรออก ส่งข้อความสั้น (SMS) หรือใช้งานอินเทอร์เน็ตได้  

 

ทั้งนี้ จากข้อมูลผู้ให้บริการ ณ วันที่ 9 มิ.ย. 2567 มีผู้ใช้บริการดำเนินการยืนยันตัวตนและเลขหมายที่ใช้งานแล้วจำนวนทั้งสิ้น 1,446,766 เลขหมาย จากจำนวนเลขหมายที่เข้าข่ายต้องยืนยันตัวตน 3,981,251 เลขหมาย ซึ่งเลขหมายที่เหลืออีกกว่า 2.5 ล้านเลขหมายจะต้องทำการยืนยันตัวตนภายในวันที่ 13 ก.ค. นี้ มิฉะนั้นจะเข้าสู่กระบวนการระงับบริการ อย่างไรก็ดีแม้จะถูกระงับบริการแล้ว แต่หากเข้ามายืนยันตัวตนก็จะกลับมาใช้บริการได้อย่างต่อเนื่อง

 สำหรับรายละเอียดการยืนยันตัวตน กสทช. ได้ออกประกาศกำหนดให้มีการยืนยันตัวตนผู้ใช้บริการจำแนกเป็น 2 กลุ่ม คือ 1) กลุ่มผู้ลงทะเบียนซิมการ์ดตั้งแต่ 6-100 เลขหมาย และ 2) กลุ่มผู้ลงทะเบียนซิมการ์ด 101 เลขหมายขึ้นไป  

  นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล

ในส่วนของกลุ่มผู้ลงทะเบียนซิมการ์ดตั้งแต่ 101 เลขหมายขึ้นไปซึ่งครบกำหนดการยืนยันตัวตนเมื่อวันที่ 14 ก.พ. 2567 ขณะนี้มีผู้ใช้บริการได้ทำการยืนยันตัวตนแล้วจำนวนทั้งสิ้น 3,876,945 เลขหมาย จากจำนวนที่เข้าข่ายต้องยืนยันตัวตน 5,078,283 เลขหมาย ซึ่งเลขหมายที่ยังไม่ยืนยันตัวตนได้ถูกระงับบริการแล้ว

 “ผมขอความร่วมมือประชาชนที่ลงทะเบียนเปิดใช้ซิมตั้งแต่ 6 เบอร์ขึ้นไป ดำเนินการยืนยันตัวตนกับ ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้ถูกต้อง เหลือเวลาอีก 1 เดือน สำนักงาน กสทช. ไม่ได้ต้องการให้นโยบายนี้กระทบประชาชนปกติที่สุจริต แต่หากมีเบอร์จำนวนมาก ก็วิงวอนขอความร่วมมือ เพราะปัจจุบันการใช้เบอร์โทรศัพท์ในการกระทำความผิดทางเทคโนโลยีมีจำนวนมากขึ้น เป็นเรื่องที่ทุกภาคส่วนกำลังช่วยกันในเรื่องนี้” นายไตรรัตน์ กล่าว.