ยุทธศาสตร์‘ไมโครซอฟท์’สร้างทักษะดิจิทัลคนไทย 10 ล้านคน

15 ส.ค. 2564 เวลา 9:43 น. 117

ไมโครซอฟท์ เปิด ยุทธศาสตร์ปี 2022“ปีแห่งการเดินหน้า” มุ่งสานต่อการสร้างมาตรฐานไอที สร้างทักษะดิจิทัลคนไทย 10 ล้านคน สร้างวิถีใหม่ ขับเคลื่อนการสรรสร้างนวัตกรรมผนึกพันธมิตรรอบด้านสร้างการเติบโต

นายธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหม่ บริษัทไมโครซอฟท์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่ายุทธศาสตร์ไมโครซอฟท์ปีงบประมาณ 2022 นั้นยังมุ่งเดินหน้าสิ่งที่ทำมาในปีงบประมาณ 2021 โดยให้เป็น “ปีแห่งการเดินหน้า” เพื่อร่วมสร้างหนทางใหม่ๆ ให้คนไทย องค์กรไทย และสังคมไทยได้เดินหน้ากันต่อไปจากสถานการณ์ในปัจจุบัน ในยุคของการใช้ชีวิตและทำงานในแบบเวิร์กฟอร์มโฮม หรือ รีโมท ที่แทบทุกอย่างต้องมีดิจิทัลเข้ามาเกี่ยวข้อง

ทั้งนี้จะมุ่งเน้นการสร้างมาตรฐานใหม่ โดยไมโครซอฟท์ได้ร่วมงานกับหลายภาคส่วนในประเทศไทยเพื่อยกระดับมาตรฐานทางเทคโนโลยี โดย MicrosoftTeams และ Microsoft 365 ผ่านการตรวจประเมินมาตรฐานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศ จากสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) ขณะที่ไมโครซอฟท์มีผลิตภัณฑ์บริการและมาตรการสนับสนุนองค์กรไทย ที่ต้องการยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูล ส่วนการประยุกต์ใช้ AI ได้ร่วมมือกับนักวิชาการและหน่วยงานภาครัฐ ให้คำปรึกษาเพื่อกำหนดกรอบและทิศทางการใช้ AI ให้เกิดประโยชน์ จนเกิดเป็นแผนงาน Responsible AI Framework ที่คณะรัฐมนตรีได้ลงมติรับรองเพื่อนำไปบังคับใช้ไปปีนี้

การสร้างทักษะใหม่ ไมโครซอฟท์มีเป้าหมายที่จะสร้างทักษะดิจิทัลให้กับคนไทยเกินกว่า 10 ล้านคน โดยได้ร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการกระจายความรู้และทักษะเชิงดิจิทัลผ่านเครือข่ายบุคลากรครู 470,000  คน ซึ่งครอบคลุมนักเรียนกว่า 6.65 ล้านคน และนักเรียนอาชีวะอีก 1 ล้านคนรวมเป็นกว่า 8.12 ล้านคน และได้ร่วมมือกับที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) และกระทรวงการอุดมศึกษาฯทำให้หลักสูตรด้านทักษะไมโครซอฟท์จาก LinkedIn Learning และ Microsoft Learn for Educators ถูกผสานเข้ากับแผนการสอนในมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ครอบ คลุมนักศึกษาและคณาจารย์ 2.3 ล้านคน

ขณะเดียวกันได้ร่วมมือกับ กระทรวงแรงงาน ช่วยให้แรงงานไทยกว่า 4 ล้านคน เข้าถึงการเรียนการสอนทักษะดิจิทัลผ่านเว็บไซต์กรมพัฒนาฝีมือแรงงานและไมโครซอฟท์ยังได้เปิดหลักสูตรการสอนทักษะคลาวด์ ทั้ง Azure Cloud, Azure Data & AI และ Power BI พร้อมด้วยการสอบรับประกาศนียบัตรรับรองทักษะสำหรับการทำงาน โดยขณะนี้มีคนทำงานไอทีร่วมเรียนในหลักสูตรดังกล่าว 30,000 คน นอกจากนี้ไมโครซอฟท์ยังจะนำโครงการ Enterprise Skills Initiative (ESI) เข้ามาเปิดตัวในประเทศไทยในปีนี้ เพื่อมุ่งยกระดับทักษะด้านเทคโนโลยีเชิงลึกของบุคลากรในองค์กรขนาดใหญ่อีกด้วย

ยุทธศาสตร์‘ไมโครซอฟท์’สร้างทักษะดิจิทัลคนไทย 10 ล้านคน

สร้างวิถีใหม่ โดยมุมมองไมโครซอฟท์ คาดว่า 8 วิถีใหม่ที่ขับเคลื่อนการสรรสร้างนวัตกรรม ประกอบด้วย 1. Anywhere, Everywhere: การที่เราจะทำอะไรก็ได้ ที่ไหนก็ได้ ผ่านระบบดิจิทัลไม่ว่าจะเป็นการเรียน การเล่น การติดต่อสื่อสาร หรือการใช้ชีวิต, 2. Digital First World: การที่ทุกอย่างเป็นดิจิทัล ทำให้ระบบทุกอย่างจะถูกออกแบบมาเพื่อการนี้ รวมไปถึงโมเดลธุรกิจที่ต้องมีดิจิทัลเป็นหัวใจ, 3. Cloud Economy: ระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยคลาวด์, 4. New Gen of Business & Intelligence: ก้าวต่อไปของการยกระดับธุรกิจด้วยข้อมูล, 5. Strategic Economy Partnership: สร้างความร่วมมือด้วยจุดมุ่งหมายและกลยุทธ์ที่ชัดเจน มุ่งสู่ความสำเร็จได้ดีขึ้น, 6. Citizen Developers: พลเมืองนักพัฒนา เมื่อทุกคนสามารถนำเทคโนโลยีมาพัฒนางานของตัวเองได้, 7. Economy of Trust: เมื่อความไว้วางใจต้องมาก่อน เป็นรากฐานในการออกแบบทุกผลิตภัณฑ์และบริการ ให้ทุกภาคส่วนได้ประโยชน์ไปด้วยกัน และ 8. Sustainable Development Goal: ตั้งเป้าหมายในด้านสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการทำธุรกิจแบบยั่งยืน

โดยปีนี้ ไมโครซอฟท์จะมีผลิต ภัณฑ์และบริการใหม่ๆ มากมายเข้ามาตอบสนองต่อความต้องการและวิถีชีวิต ที่เปลี่ยนแปลงไป ให้สอดรับกับทั้งสถาน การณ์ปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต อาทิผลิตภัณฑ์และบริการในกลุ่ม Power Platform หรือ บริการใหม่ Windows 365 ที่ผู้ใช้สามารถเข้าถึงแอพข้อมูล คอนเทนต์และการตั้งค่าทุกอย่างของเครื่องพีซีในองค์กรได้จากอุปกรณ์ใดก็ได้ ที่ไหนก็ได้ ส่วนแพลตฟอร์มคลาวด์ Azure ก็มีโซลูชั่นที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์เฉพาะตัวของแต่ละอุตสาหกรรม โดยมีทั้งคลาวด์อาซัวร์เพื่อสถาบันการเงิน เพื่อการแพทย์เพื่อภาคการผลิต เพื่อองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร และเพื่อกลุ่มค้าปลีกโดยเฉพาะ

 

สร้างการเติบโต ไมโครซอฟท์ยังคงทำงานกับเครือข่ายพันธมิตร ครอบคลุมทุกภาคส่วนและหลากหลายอุตสาหกรรมในประเทศไทย เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตอย่างทั่วถึง สำหรับอุตสาหกรรมไอทีไทยในปีนี้การ์ทเนอร์คาดว่าจะมีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นราว 4.9% ขณะที่การใช้จ่ายกับบริการคลาวด์สาธารณะ (public cloud)ของไทยมีแนวโน้มขยายตัว 31.7% สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 23.1% ทั้งนี้ไมโครซอฟท์เล็งเห็นว่าผลิตภัณฑ์และบริการในกลุ่ม Power Platform, Intelligent Endpoint, Data & AI, Microsoft Teams, Azure, Dynamics และโซลูชั่นเพื่อความปลอดภัย มีแนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่งที่สุด

สร้างความมั่นใจ การเป็นแพลต ฟอร์มที่ไว้ใจได้ ยังคงเป็นหัวใจสำคัญในการออกแบบทุกผลิตภัณฑ์และบริการของไมโครซอฟท์ ด้วยหลักการพื้นฐานที่ครอบคลุมทั้งการปกป้องทุกภาคส่วนจากภัยไซเบอร์ การรองรับมาตรฐานทั้งในเชิงกฎหมายและภาคอุตสาหกรรมต่างๆ การเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเหมาะสม และการเสริมสร้างความมั่นใจในเทคโนโลยีให้องค์กรเลือกใช้งานได้โดยไม่กังวล

สร้างความยั่งยืน เมื่อเร็วๆ นี้ ไมโครซอฟท์ได้เปิดตัว Cloud for Sustainability กลุ่มโซลูชั่นคลาวด์ใหม่ล่าสุดที่มุ่งช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถปฏิบัติงานได้อย่างยั่งยืนยิ่งขึ้น ผ่านทาง การติดตามข้อมูล ทำรายงานสรุป และวัดประสิทธิภาพการทำงานในด้านการลดผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อม จึงทำให้องค์กรที่ใช้งานสามารถรับรู้ รายงานลด และชดเชยการปล่อยมลภาวะของตนเองได้ดียิ่งขึ้น

หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3,705 หน้า 19 วันที่ 15 - 18 สิงหาคม 2564

แท็กที่เกี่ยวข้อง