svasdssvasds

โควิดเร่งชำระเงินดิจิทัลผู้บริโภค 72% เลือกจ่าย‘พร้อมเพย์’

12 ก.ค. 2564 เวลา 6:40 น. 148

เอซีไอ เวิลด์ไวด์ เผยผลสำรวจการชำระเงินคนไทย ชี้โควิด-19 เร่งให้เกิดการชำระเงินผ่านระบบดิจิทัลอย่างรวดเร็ว ระบุ 72% เลือกใช้วิธีการชำระเงินแบบเรียลไทม์ผ่านพร้อมเพย์ ขณะที่ผู้บริโภค 40% ใช้วิธีชำระเงินแบบเดิม เช่น เงินสด บัตรเครดิต และบัตรเดบิต น้อยลง

ผลสำรวจของ เอซีไอ เวิลด์ไวด์ (ACI Worldwide) และยูกอฟ (YouGov) ระบุว่าผู้บริโภคไทยในปัจจุบันนิยมชำระเงินแบบเรียลไทม์ (Real-Time Payment) มากกว่าการชำระด้วยเงินสดและโมบายล์วอลเล็ท โดยในปี 2564 ผู้บริโภคไทย 72% เลือกใช้วิธีการชำระเงินแบบเรียลไทม์ เช่น พร้อมเพย์ (PromptPay) เป็นช่องทางหลักในการชำระเงิน ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่าการใช้เงินสด ที่ผู้บริโภคเลือกใช้ 63% และดิจิทัลวอลเล็ทที่ต้องโอนเงินเข้าบัญชีหรือบัตรเติมเงิน ที่ผู้บริโภคเลือกใช้ 49%

ความจำเป็นที่ต้องเปลี่ยนรูปแบบการชำระเงินเนื่องจากการระบาดของโควิด-19 เป็นปัจจัยเร่งให้เกิดการเปลี่ยนไปใช้วิธีการชำระเงินแบบเรียลไทม์อย่างรวดเร็ว และนับตั้งแต่เกิดการระบาดของโควิด-19 ผู้บริโภคไทย 40% ใช้วิธีชำระเงินแบบเดิมเช่น เงินสด บัตรเครดิต และบัตรเดบิต น้อยลง และส่งผลให้ผู้บริโภค 66% ใช้วิธีการชำระเงินแบบเรียลไทม์มากกว่าเดิม เมื่อเทียบกับช่วงก่อนการระบาด

การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ผู้บริโภคในปัจจุบันคาดหวังว่าจะได้รับประสบการณ์แบบเรียลไทม์ผ่านอุปกรณ์โมบายเป็นหลัก แต่การชำระเงินมักทำได้อย่างล่าช้า การพัฒนาระบบชำระเงินแบบเรียลไทม์ช่วยให้ผู้บริโภค ผู้ประกอบการ และสถาบันการเงินสามารถชำระเงินจ่ายบิล และโอนเงินได้ทันที แม้ว่าเงินสดถือเป็นวิธีการชำระเงินแบบ “ทันที” มาโดยตลอด แต่ระบบชำระเงินแบบเรียลไทม์ที่เกิดขึ้นนี้เป็นแนวทางการใช้เงินสดชำระเงินเข้าสู่ยุคดิจิทัล ย่นระยะเวลาชำระบัญชีที่รวดเร็วขึ้น ทั้งยังมีการแจ้งเตือนและการรายงานข้อมูลอย่างครบถ้วน

นายเลสลี่ ชู กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียของเอซีไอ เวิลด์ไวด์ กล่าวว่า “ความเปลี่ยนแปลงนี้สร้างความท้าทายให้กับสถาบันการเงิน ธนาคารและผู้ประกอบการที่ต้องสนองความคาดหวังและต้องการของผู้บริโภค องค์กรเหล่านี้จำเป็นที่จะต้องเร่งปรับปรุงระบบและการดำเนินงานให้ทันสมัย แม้ต้องเผชิญกับความท้าทายที่มีสาเหตุจากโควิด-19 ก็ตาม แต่หากมองอีกมุมหนึ่ง องค์กรจะสามารถขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจด้วยการเข้าร่วมในระบบนิเวศด้านการชำระเงินแบบเรียลไทม์ที่เพิ่งเกิดขึ้นในภูมิภาคนี้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการคิดค้นสิ่งใหม่และปฏิรูปองค์กร ควบคู่ไปกับการลดค่าจ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานและการดำเนินงาน”

รายงานของเอซีไอ เวิลด์ไวด์ และยูกอฟ ยังระบุว่า ผู้บริโภคไทยคาดหวังว่าจะสามารถใช้ประโยชน์จากการชำระเงินแบบเรียลไทม์ในต่างประเทศได้เหมือนกับที่ใช้อยู่ในประเทศ เพื่อรองรับการสั่งซื้อสินค้าจากประเทศ อื่นๆ รวมถึงการเดินทางระหว่างประเทศเมื่อสามารถเดินทางได้ซึ่งผู้บริโภคคาดหวังความโปร่งใสความปลอดภัย และความสะดวกในการชำระเงินว่าจะอยู่ในระดับสูงกว่าประสบการณ์ที่เคยได้รับจากการเดินทางก่อนเกิดโควิด-19 โดย 2 ใน 3 หรือราว 66% ของผู้บริโภคไทยที่เคยเดินทางไปต่างประเทศคาดว่าตนเองจะใช้บริการชำระเงินแบบเรียลไทม์เพิ่มขึ้นในการเดินทางครั้งต่อไป

ขณะที่ 70% ระบุว่าความสามารถในการใช้ช่องทางการชำระเงินตามที่ต้องการขณะเดินทางไปต่างประเทศจะกลายเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากขึ้น และด้วยเหตุนี้ ผู้บริโภคกว่า 35% คาดว่าในการเดินทางครั้งถัดไปจะลดการใช้วิธีการชำระเงินแบบเดิมเช่น เงินสด และ ผู้บริโภค 74% ระบุว่าความปลอดภัยในการชำระเงินและการป้องกันการฉ้อโกงมีความสำคัญเพิ่มขึ้นขณะที่ผู้บริโภค 68% กล่าวว่าความโปร่งใสของอัตราแลกเปลี่ยนนับว่ามีความสำคัญมากขึ้นกว่าในอดีต

หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3,695 หน้า 19 วันที่ 11 - 14 กรกฎาคม 2564