รัฐมนตรีดีอี แบบไหน ตรงใจ ‘ซีอีโอ’

28 มี.ค. 2562 เวลา 3:00 น. 1.1k

ในที่สุดผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา ปรากฏว่าพรรคพลังประชารัฐ มีคะแนนเป็นอันดับ 1 ส่งผลให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้กลับมาเป็นว่าที่นายกรัฐมนตรีอีก 1 สมัย แต่ต้องรอผลรับรองอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในวันที่ 9 พฤษภาคม 2562

อย่างไรก็ตามในช่วงรับรองผลจาก กกต. นั้นพรรคที่มีคะแนนสูงสุดกำลังต่อสายตรงกับพรรคขนาดกลางเพื่อฟอร์มทีมรัฐบาล โดย ครม.ภายใต้รัฐบาลพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา โฉมหน้าจะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมหรือไม่นั้นอีกไม่นานก็คงรู้ผล

หากแต่ช่วงรอยต่อการปรับเปลี่ยนรัฐบาล “ฐานเศรษฐกิจ” ได้รวบรวมความคิดเห็นของซีอีโอ เกี่ยวกับคุณสมบัติรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือดีอี เป็นแบบใดติดตามอ่านได้จากบรรทัดถัดจากนี้

รัฐมนตรีดีอี แบบไหน  ตรงใจ ‘ซีอีโอ’

 

เข้าใจเทคโนโลยี

นายวิชัย เบญจรงคกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.เบญจจินดา โฮลดิ้ง (BCH) และ ประธานบริหาร บจก.ยูไนเต็ดอินฟอร์เมชั่นไฮเวย์ (UIH) เป็นคนมีความรู้ด้านการบริหารจัดการและเข้าใจเทคโนโลยีเพียงพอกับการนำไปใช้ประโยชน์กับการพัฒนาประเทศ เป็นคนมีความสุจริตเป็นธรรม มองประโยชน์ส่วนรวม มีคุณธรรมในการสร้างความเสมอภาคและส่งเสริมการแข่งขันที่เป็นธรรมโปร่งใส กล้าคิดกล้าทำไม่คิดในกรอบคิดของข้าราชการประจำ

รัฐมนตรีดีอี แบบไหน  ตรงใจ ‘ซีอีโอ’

วิชัย เบญจรงคกุล

จัดการสะสางระเบียบกติกาและกฎหมายในวงการดิจิทัลให้ทันสมัย ผลักดันให้มีการติดตามตรวจสอบการดำเนินการและความคุ้มค่าของงบการลงทุนในภาครัฐวิสาหกิจต่างๆ ภายใต้กระทรวง ให้กระทรวงดีอี เป็นแกนนำในการจัดการระเบียบโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมทั่วประเทศในพื้นที่ทุกพื้นที่ของราชการและสาธารณะ ปรับและลดหน่วยงานที่ซํ้าซ้อนในกระทรวง เป็นต้น

รัฐมนตรีดีอีในฐานะเลขานุการคณะกรรมการดีอี ต้องผลักดันคณะอนุกรรมการโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งมีปลัดดีอีเป็นประธานคณะในการทำงานร่วมกับ กสทช.ในการกำกับและออกระเบียบตลอดจนกฎหมายในการกำหนดมาตรฐานต่างๆ ในการดำเนินการให้บริการโครงสร้างพื้นฐานของโครงข่ายกิจการโทรคมนาคมและการสื่อสารรวมถึงการกระจายภาพและเสียง (Telecommunication and Broadcast Infrastructure) ให้ชัดเจนเป็นมาตรฐานสากลและมีความเป็นธรรม ซึ่งจะสร้างประโยชน์กับการพัฒนาประเทศ

กระทรวงดีอี ต้องไม่ทำให้เกิดการผูกขาดหรือรูปแบบการให้สัมปทานในกิจการที่อยู่ในการดูแล โดยหน่วยงานต่างๆ ในทุกกระทรวงและส่วนการปกครอง ให้รัฐบาลโอนย้ายหน่วยงานและหน้าที่ความรับผิดชอบด้านกิจการโครงข่ายระบบสื่อสารมวลชน (Broadcasting Infrastructure) มารวมในกระทรวงดีอี และการกำกับดูแลภายใต้การดูแลของหน่วยงาน กสทช.

แก้ก.ม.ดึงดูดนักลงทุน

นายยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ก่อตั้ง บริษัท วงใน มีเดีย จำกัด กล่าวว่า เข้าใจบริบทของโลก Digital ในปัจจุบัน มีประสบการณ์จริงใน industry tech/digital มีสายสัมพันธ์กับผู้ประกอบการ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับ Digital ในไทย หรืออย่างน้อยก็มีความพยายามเข้าหาเพื่อสร้างสัมพันธ์ สามารถผลักดันนโยบายให้เกิดได้จริง ภายใต้ข้อจำกัดของกระทรวง

รัฐมนตรีดีอี แบบไหน  ตรงใจ ‘ซีอีโอ’

ยอด ชินสุภัคกุล

สิ่งที่อยากให้ผลักดันอันดับแรกๆ 1. แก้กฎหมายเพื่อเพิ่มความสะดวกและความดึงดูดในการทำธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจ startup เช่น เรื่องหุ้น preferred shares, เรื่อง esop หรือเรื่องการ waive capital gain tax กรณีขายบริษัทนอกตลาด (ไม่เช่นนั้นทุกคนก็ตั้ง holding company ที่สิงคโปร์หรือฮ่องกงหมด) และ 2. เรื่องการสร้างคน โดยเฉพาะ technology builder เช่น software engineers, data scientists, UX designer รวมทั้งให้คนสาขาอาชีพเหล่านี้รวมทั้งบริษัทที่พัฒนาเทคโนโลยีได้สิทธิประโยชน์ทางด้านภาษี ไม่เช่นนั้นเราก็จะเป็นประเทศนำเข้าเทคโนโลยีตลอดไป

 

พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

นายณัฐนัย อนันตรัมพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์ ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ITEL กล่าวว่า รัฐมนตรีดีอี ควรมีคุณสมบัติที่จะผลักดันนโยบายด้านดิจิทัลซึ่งควรให้ ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐานเป็นหลักเพราะโครงสร้างพื้นฐานจะเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาดิจิทัลอีโคโนมีในอนาคต โครง สร้างพื้นฐานที่ควรให้การสนับสนุนคือโครงข่ายทางด้านโทรคมนาคมและดาต้าเซ็นเตอร์เพราะจะเป็นหัวใจหลักของการพัฒนาในอนาคต

รัฐมนตรีดีอี แบบไหน  ตรงใจ ‘ซีอีโอ’

ณัฐนัย อนันตรัมพร

สิ่งแรกที่ควรบริหารจัดการนั่นก็คือ พัฒนาคุณภาพโครงสร้างพื้นฐานให้ทัดเทียมกับประเทศชั้นนำในโลก หากวิเคราะห์ความพร้อมในการก้าวสู่ยุค Digital Economy จะพบว่าประเทศไทยยังตามหลังประเทศใกล้เคียง เช่น เกาหลีใต้และมาเลเซียอยู่พอสม ควร โดยประเทศไทยอยู่อันดับ 62 ของโลกจากดัชนีความพร้อมโครงข่าย (Network Readiness Index) ในปี 2559 โดยไทยยังสามารถพัฒนาในด้านต่างๆ ได้อีกมากไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานการใช้งานของทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจและภาคประชาชนในปี 2561 ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับ 60 ของโลกในด้านความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ซึ่งเป็น 1 ใน 12 เสาหลักสำคัญของการวัดผลความสามารถในการแข่งขันของประเทศกว่า 140 ประเทศทั่วโลก อีกทั้งยังเป็นอันดับ 64 ในด้านการปรับตัวเข้าใช้เทคโนโลยี (ICT Adoptation) ซึ่งเป็นหัวข้อที่ปรับเปลี่ยนขึ้นมาใหม่ในการทำวิจัยในปีนี้ด้วย 

รายงาน โดย ไอที

หน้า 10 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3456 ระหว่างวันที่ 28 - 30 มีนาคม 2562

รัฐมนตรีดีอี แบบไหน  ตรงใจ ‘ซีอีโอ’

แท็กที่เกี่ยวข้อง