นาซ่าเผยภาพถ่ายดาวเทียม โซลาร์ฟาร์มใหญ่ที่สุดอยู่ที่จีน

09 มี.ค. 2560 เวลา 13:00 น. 768
ความมั่นคงด้านพลังงานเป็นหนึ่งในเสาหลักสำคัญด้านความมั่นคงของประเทศ มหาอำนาจทั้งหลายจึงพยายามทุกวิถีทางที่จะสร้างความมั่นใจว่า มีแหล่งพลังงานที่เพียงพอหล่อเลี้ยงความต้องการใช้งานภายในประเทศอย่างยั่งยืน และด้วยความที่พลังงานจากฟอสซิลไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ หรือถ่านหิน มีปริมาณร่อยหรอลงเรื่อยๆ หลายประเทศจึงพยายามส่งเสริมอุตสาหกรรมพลังงานทดแทน ไม่ว่าจะเป็นโซลาร์ฟาร์ม ฟาร์มกังหันลม พลังงานชีวมวล พลังงานไฮโดรเจน รวมถึงพลังงานนิวเคลียร์ ขึ้นมาเป็นแหล่งพลังงานแห่งอนาคต

เมื่อเร็วๆนี้ องค์การนาซ่า ได้เผยแพร่ภาพถ่ายทางอากาศของบริเวณที่เป็นโซลาร์ฟาร์มขนาดใหญ่ที่สุดในโลก กล่าวกันว่าเมื่อมองมาจากอวกาศก็ยังเห็นได้ ซึ่งก็คือ โซลาร์ฟาร์มแห่งเขื่อนหลงหยางเสีย (Longyangxia Dam Solar Park) ในมณฑลชิงไห่ของประเทศจีน อันที่จริงตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกา จีน และอินเดีย ต่างสลับกันครองตำแหน่งเจ้าของโซลาร์ฟาร์มขนาดใหญ่ที่สุดในโลกมาโดยตลอด โดยก่อนหน้านี้ในปี 2557 โซลาร์ฟาร์มโทปัซในมลรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯซึ่งมีกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้า 550 เมกะวัตต์ ยังครองตำแหน่งแชมป์อยู่ แต่ 1 ปีหลังจากนั้น ตำแหน่งโซลาร์ฟาร์มขนาดใหญ่ที่สุดในโลกก็ตกเป็นของโซลาร์สตาร์ ฟาร์ม ในรัฐแคลิฟอร์เนียเช่นกันแต่มีกำลังผลิตขยับขึ้นเป็น 579 เมกะวัตต์ ก่อนที่จะเสียแชมป์อย่างรวดเร็วให้กับโครงการโซลาร์ฟาร์มในอินเดีย (โครงการพลังงานแสงอาทิตย์คามุติ) ที่มีกำลังการผลิต 648 เมกะวัตต์ ในปี 2559

[caption id="attachment_133977" align="aligncenter" width="503"] นาซ่าเผยภาพถ่ายดาวเทียม โซลาร์ฟาร์มใหญ่ที่สุดอยู่ที่จีน นาซ่าเผยภาพถ่ายดาวเทียม โซลาร์ฟาร์มใหญ่ที่สุดอยู่ที่จีน[/caption]

อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดกลายเป็นอดีตแชมป์ทันที เมื่อโซลาร์ฟาร์มขนาดมหึมาแห่งเขื่อนหลงหยางเสียในประเทศจีนเปิดดำเนินการในปีนี้ โซลาร์ฟาร์มดังกล่าวมีแผงโซลาร์เซลล์ติดตั้งเป็นบริเวณกว้างขวาง (ประมาณ 10 ตารางไมล์) ในทะเลทรายบนที่ราบสูงของมณฑลชิงไห่ ใช้แผงโซลาร์เซลล์มากกว่า 4 ล้านแผง มีกำลังผลิตกระแสไฟฟ้า 850 เมกะวัตต์ ปัจจุบัน จีนครองแชมป์ประเทศที่มีกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์รายใหญ่ที่สุดในโลก คือประมาณ 77 กิกะวัตต์ (สถิติ ณ สิ้นปี 2559)

อย่างไรก็ตาม กระแสการเติบโตของอุตสาหกรรมโซลาร์ฟาร์มที่เกิดขึ้นทั่วโลกในเวลานี้ ทำให้องค์การนาซ่าทำนายว่า โซลาร์ฟาร์มแห่งเขื่อนหลงหยางเสียจะครองตำแหน่งอยู่ได้ไม่นาน เพราะเวลานี้ อีกหนึ่งโครงการที่ดูไบภายใต้ชื่อ “โมฮัมเหม็ด บิน ราชิด อัลมัคทุม โซลาร์ปาร์ค” กำลังเดินหน้าก่อสร้างเฟส 3 ที่จะมีกำลังการผลิตเพิ่มเติมจากของเดิมอีก 800 เมกะวัตต์ ขณะที่จีนเองก็มีแผนก่อสร้างโซลาร์ฟาร์มอีก 1 แห่งในมณฑลหนิงเสียทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งตั้งเป้าไว้ว่าจะโค่นแชมป์ที่เคยมีมาให้กระเด็นกระดอนตกเวทีด้วยกำลังผลิตที่ 2,000 เมกะวัตต์เลยทีเดียว

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,242 วันที่ 9 - 11 มีนาคม พ.ศ. 2560