‘ทรูมูฟเอช’ ขึ้นเบอร์ 2 ‘เอไอเอส’ ลั่น!ไม่ประมาท

08 มี.ค. 2560 เวลา 3:00 น. 368
หลังจาก บริษัท ทรูคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) แจ้งผลการดำเนินงานประจำปี 2559 สร้างความฮือฮาให้กับอุตสาหกรรมโทรศัพท์เคลื่อนที่ เพราะมีรายได้จากการให้บริการ และ EBITDA เพิ่มขึ้น 28% และ 54% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ไม่เพียงเท่านี้จำนวนผู้ใช้รายใหม่ใหม่เพิ่มขึ้น 5.4 ล้านรายก้าวขึ้นเป็นเบอร์ 2 แซง ดีแทค หรือ บริษัท โทเทิ่ลแอ็คเซ็สคอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) (ดูตารางประกอบ)

  แซงหน้า “ดีแทค”

เมื่อพลิกดูผลการดำเนินงานประจำปี 2559 ที่ บมจ.ทรู แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ ปรากฏว่ามีจำนวนลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น 24.53 ล้านรายโดยลูกค้าระบบเติมเงินและรายเดือน มีจำนวนผู้ใช้บริการรายใหม่สุทธิ 5.4 ล้านราย คิดเป็นสัดส่วน 75% ของจำนวนผู้ใช้บริการรายใหม่สุทธิในอุตสาหกรรม ซึ่งขยายฐานลูกค้าทรูมูฟเอช เพิ่มขึ้นเป็น 24.53 ล้านราย ส่งผลให้ทรูมูฟเอช ก้าวเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่อันดับ 2 เนื่องจาก ดีแทค มีจำนวนลูกค้าอยู่ที่ 24.5 ล้านราย จำนวนฐานลูกค้าน้อยกว่า ทรูมูฟเอช ถึง 3 หมื่นราย

ขณะที่รายได้จากการให้บริการ ในไตรมาส 4 ปี 2559 เติบโต 4.7% จากไตรมาสก่อนหน้า และ 27.1% จากไตรมาส 4 ปี 2558ส่งผลให้ส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 24.8% เมื่อเทียบกับ 20.9% ในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยปี 2559 ทรูมูฟเอช มีรายได้จากการให้บริการที่เติบโตร้อย 28.4% ในขณะที่ รายได้จากการให้บริการของผู้ประกอบการใหญ่รายอื่นในอุตสาหกรรมมีจำนวนรวมกันลดลง 0.2 % จากปีก่อนหน้า

  ไชน่าโมบาย เสริมเขี้ยวเล็บ

หลังจาก ทรู เปิดทางให้ ไชน่า โมบายล์ เข้ามาถือหุ้น 18% ด้วยการจัดสรรหุ้นแบบเฉพาะเจาะจง (Private Placement) มูลค่าประมาณ 2.86 หมื่นล้านบาท พร้อมการจัดสรรหุ้นสามัญใหม่เพื่อเสนอขายแก่ผู้ถือหุ้นเดิม (Rights offering) มูลค่าประมาณ 3.64 หมื่นล้านบาท

การเข้ามาเป็นพันธมิตร ของ ไชน่า โมบายล์ ทำให้สถานการณ์เงินแข็งแกร่ง และ นำไปสู่ความพร้อมการป็นผู้นำธุรกิจคอนเวอร์เจนซ์

“ 1 ปีกว่า ๆ ที่ ไชน่า โมบายล์ ทำให้กลุ่มทรูมีกำลังมากขึ้นในเรื่องของสถานะการเงิน ขณะที่การทำตลาดแบบผสมผสาน หรือ บันเดิล สินค้าในกลุ่มเดียวกันด้วยการนำสินค้า 2-3 อย่างในเครือมาผสมผสานการขายโมเดลแบบนี้ไม่แปลกเพราะต่างประเทศก็ทำตลาดในลักษณะนี้ แต่วันนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปเพราะผู้บริโภคดูอินเตอร์เน็ตมากกว่าติดจานดาวเทียม” แหล่งข่าวในวงการโทรคมนาคมให้ความเห็นกับ “ฐานเศรษฐกิจ”

 เป้าหมายคือเบอร์ 2

ก่อนที่ ทรู ชี้แจงต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานกรรมการบริหาร ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า การปรับโครงสร้างของกลุ่มทรู ด้วยการตั้งกรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) เพื่อเดินไปสู่เป้าหมายและความท้าทายใหม่ เป้าหมายที่สำคัญ คือการเพิ่มส่วนแบ่งตลาดในแง่รายได้ เพิ่มจาก 25% ให้เป็น 30% เพื่อไปสู่อันดับ 2 ของตลาดมือถือ การลดต้นทุน รวมถึงการผลักดันธุรกิจด้านซอฟต์ไซต์ ไปในระดับภูมิภาค เช่น ดิจิตอล คอนเทนต์ และการขยายตลาดบรอดแบนด์ที่ยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก รวมถึงการวางโครงข่าย

อย่างไรก็ตามตลอดปี 2559 ที่ผ่านมา กลุ่มทรูเดินหน้าสร้างโครงข่ายโทรคมนาคมที่ดีที่สุดอย่างต่อเนื่อง โดยโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ของทรูมูฟเอช ทั้ง 4.5G/4G 3G และ 2G มีความครอบคลุมแล้วกว่า 98% ของประชากรไทย อีกทั้งยังเร่งขยายโครงข่ายบรอดแบนด์ของทรูออนไลน์ ให้ครอบคลุม 10 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ ทั้งนี้ ความโดดเด่นด้านเครือข่ายประสิทธิภาพสูงสุดและยุทธศาสตร์คอนเวอร์เจนซ์ ยังคงเป็นกลยุทธ์หลักของกลุ่ม ซึ่งเมื่อควบคู่กับความมุ่งมั่นในการมอบข้อเสนอที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า ทำให้กลุ่มทรูได้รับการยอมรับและเป็นที่หนึ่งในใจลูกค้าในปัจจุบัน โดยช่วยผลักดันให้รายได้ EBITDA และฐานลูกค้า ของกลุ่มให้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

“จุดแข็งของทรูมูฟเอช ด้านเครือข่ายประสิทธิภาพสูงและความครอบคลุมทั่วประเทศในทุกมิติ ผ่านการผสมผสานคลื่นย่านความถี่ต่ำและสูงได้อย่างลงตัว แคมเปญดีไวซ์ร่วมกับค่าบริการที่คุ้มค่าหลากหลาย และช่องทางในการขายที่มีอยู่ทั่วประเทศของกลุ่มทรูและพันธมิตร ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันการเติบโตอย่างสูงของรายได้และฐานลูกค้าทั้งในระบบเติมเงินและรายเดือน”

ขณะที่ ทรูออนไลน์ ให้บริการบรอดแบนด์อินเตอร์เน็ตให้ความเร็วตั้งแต่ 30เมกะไบต์ ถึง 1 กิกะบิต สำหรับกลุ่มลูกค้าทั่วไปเติบโต 13.6% จากปีก่อนหน้า และมีลูกค้ารายใหม่สุทธิเพิ่มขึ้นกว่า 3.81 แสนราย ในปี 2559 ส่งผลให้ฐานลูกค้าบรอดแบนด์ของกลุ่มเติบโตเป็น 2.8 ล้านราย

ส่วน ทรูวิชั่นส์ ให้บริการจำนวน 55 ช่อง ยังสรรหาและผลิตคอนเทนต์ใหม่ๆ มีจำนวนสมาชิกรายใหม่สุทธิและสมาชิกในระบบค่าบริการสมาชิกเพิ่มสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ มีลูกค้าทั้งหมดของทรูวิชั่นส์เติบโตเป็น 3.9 ล้านราย ในปี 2559

 เอไอเอส ไม่ประมาท

ด้วยตัวเลขผู้ใช้บริการขึ้นมาเป็นเบอร์ 2 เบียดแซง ดีแทค ไปแล้ว จุดที่น่าสนใจก็คือ สามารถเบียดขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 แทน เอไอเอส หรือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ได้หรือไม่ เนื่องจากจำนวนตัวเลขผู้ใช้บริการห่างกันถึง 17 ล้านราย

ส่วน เอไอเอส นั้นเชื่อว่าการประกาศตัวเลขที่เบียดขึ้นมาเป็นเบอร์ 2 ต้องคบคิดเช่นเดียวกัน ซึ่งนายปรัธนา ลีลพนังรักษาการ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการตลาด เอไอเอส กล่าวว่า เอไอเอส ไม่ประมาทคู่แข่ง แม้ในช่วงที่ผ่านมาทรูมูฟเอช เป็นผู้ให้บริการรายแรกที่ให้บริการ 4 จี แต่ ณ วันนี้ เอไอเอส มีเครือข่ายครอบคลุมทั้งหมดให้บริการพื้นที่ครอบคลุม 98% ส่วนยุทธศาสตร์ ของ เอไอเอส คือ 1.เน็ตเวิร์กดีที่สุด และ ยอดเยี่ยมที่สุด คลื่นความถี่มีความพร้อม ,2.บริการต้องดี และ 3.ต้องมีบริการอย่างอื่นนอกเหนือจากเครือข่าย ล่าสุด ร่วมกับ Netflixในนงาน Mobile World Congress 2017 ร่วมทำตลาดแบบเอ็กซ์คลูซีฟ เป็นรายแรกและรายเดียวในประเทศไทยโดยจะร่วมทำการตลาดแบบเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับลูกค้าเอไอเอส ผ่านบริการ AIS Play

การแข่งขันไม่ได้หยุดเพียงเท่านี้ ต้องจับตากันต่อไปว่า “ดีแทค” จะแซงตำแหน่งกับคืนมาได้อย่างไร ส่วน “ทรูมูฟเอช” จะทิ้งห่างหรือไม่รอชม

ส่วน เอไอเอส แม้จะมีจำนวนลูกค้ามากกว่า 2 ค่าย แต่เรื่องแบบนี้ประมาทไม่ได้

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,241 วันที่ 5 - 8 มีนาคม พ.ศ. 2560