
“ทาคาอากิ ยานางิ” นิสสัน ต้องควบคุมค่าใช้จ่าย ไทยยังเป็นฐานการผลิตสำคัญ
สัมภาษณ์พิเศษ “ทาคาอากิ ยานางิ” รองประธาน นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย คนใหม่ ผู้ที่จะมีบทบาทสำคัญในการนำรถยนต์รุ่นใหม่ๆ มาเปิดตัวในไทยช่วง 1-2 ปีนี้
สถานการณ์ธุรกิจของ นิสสัน มอเตอร์ โดยรวมยังไม่ฟื้นตัว หลังแถลงผลประกอบการปีงบประมาณ 2024 (31 มี.ค.2568) พบว่าบริษัทยังขาดทุนถึง 1.51 แสนล้านบาท ขณะที่ซีอีโอคนใหม่ “อีวาน เอสปิโนซา” ยอมรับว่าต้องปิดโรงงานผลิตเพิ่มเติม
ตามแผนปรับโครงสร้างธุรกิจ ภายในปีงบประมาณ 2027 นิสสัน ต้องปิดโรงงานผลิต 7 แห่งในหลายๆ ประเทศ พร้อมลดกำลังการผลิตเหลือ 2.5 แสนคัน/ปี และเลิกจ้างพนักงานรวม 20,000 คน นิสสัน มอเตอร์ เผชิญกับความท้าทายหลายด้าน ทั้ง ลดต้นทุนการบริหารจัดการ การปรับตัวเข้าสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า ภายใต้เศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว สงครามการค้า และนโยบายด้านภาษีของสหรัฐอเมริกา
สำหรับประเทศไทย นิสสัน มอเตอร์ ยืนว่าจะไม่ปิดโรงงานผลิตที่ อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ แน่นอน (ที่ผ่านมา โยกกำลังการผลิตจากโรงงานหนึ่งไปโรงงานสอง) แต่ภายใต้แผนฟื้นฟูธุรกิจดังกล่าวบริษัทย่อมได้รับผลกระทบในฟังก์ชันอื่นๆ ไม่มากก็น้อย จากยอดขายที่ลดลงต่อเนื่อง ในส่วนโชว์รูม-ศูนย์บริการ ที่เคยมีเกือบ 170 แห่ง(ปี 2566) ปัจจุบันเหลือกว่า 130 แห่ง สอดคล้องกับสภาพตลาดและการแข่งขันในปัจจุบัน (ดีลเลอร์หลายรายหันไปขายแบรนด์จีน)
นายโทชิฮิโระ ฟูจิกิ ประธาน นิสสัน ภูมิภาคอาเซียน และประเทศไทย เคยเปิดเผยว่า ตั้งแต่ปี 2025 เป็นต้นไป นิสสันจะเปิดตัวรถยนต์โมเดลใหม่ในไทย 3-5 รุ่น ภายใน 3 ปี ทั้งกลุ่มปิกอัพ รถยนต์นั่งและ EV
“ประเทศไทย เป็นตลาดสำคัญของนิสสันในภูมิภาคนี้ เรายังคงมุ่งมั่นที่จะเติบโต พัฒนาแบรนด์ และธุรกิจ ในตลาดอาเซียน และประเทศไทยต่อไป” นายฟูจิกิ กล่าว
ล่าสุด แต่งตั้งรองประธานคนใหม่ “ทาคาอากิ ยานางิ” ที่มีประสบการณ์การทำงานกับตลาดรถยนต์ประเทศจีนมานาน ซึ่งมือขวาของ “โทชิฮิโระ ฟูจิกิ” ผู้นี้ จะมีบทบาทสำคัญในการนำรถยนต์รุ่นใหม่ๆ มาเปิดตัวในไทย
“ประเทศไทยสำคัญสำหรับนิสสัน และเป็นฐานการผลิตในภูมิภาคอาเซียน เราต้องเดินหน้าต่อไปภายใต้แผนงานที่รัดกุม มีการควบคุมค่าใช้จ่ายหรือใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น ตลอดจนการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ พร้อมกิจกรรมการตลาดต่างๆ”
ต่อคำถามถึงตลาดรถยนต์ไทย ที่มีผู้เล่นจากจีนเข้ามามากมาย รองประธานอาวุโส นิสสัน ประเทศไทย ยังตอบคำถามด้วยความมั่นใจ
“ผมมีความชำนาญด้านการแนะนำโปรดักต์ใหม่ลงสู่ตลาด และมีประสบการณ์จากการทำแบรนด์อินฟินิตี้ ในตลาดจีนมากว่า 10 ปี เห็นการเปลี่ยนแปลง และการแข่งขันที่สูงในจีนด้วยแบรนด์รถยนต์ที่หลากหลาย ซึ่งการมารับตำแหน่งในไทยเชื่อว่าจะรับมือได้”
แม้อุตสาหกรรมยานยนต์ในปัจจุบันที่มีความท้าทาย ซึ่งทุกค่าย ต้องเจอกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก ทั้งจากสภาพเศรษฐิจ และการแข่งขันกับค่ายรถยนต์จากจีนที่มากขึ้น แต่เราต้องเดินหน้าต่อไป โดยปีนี้ โปรดักต์ใหม่ของเราคือ Nissan Serena ทั้งตัว S-Hybrid (C27) และ e-Power (C28) ขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญกับทุกโปรดักต์ที่ขายอยู่ทั้ง อีโคคาร์เอสยูวี และปิกอัพ
“คุณต้องมีส่วนแบ่งการตลาด 3-4% เพื่อให้มั่นใจว่ารถของคุณจะถูกเห็นบนท้องถนน แน่นอนว่าตามกลยุทธ์ระดับโลก เรามุ่งไปที่รถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเทคโนโลยี e-Power จะเป็นขุมพลังหลักของเราตอนนี้ จากนั้นค่อยขยับต่อไปที่ EV” นายยานางิ กล่าว
สำหรับนายทาคาอากิ ยานางิ ก่อนจะเข้ามารับตำแหน่งรองประธานอาวุโส นิสสัน ประเทศไทย เคยดำรงตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป บริษัท อินฟินิตี้ ไชน่า และรองผู้จัดการทั่วไป แผนกพัฒนาธุรกิจ ฝ่ายธุรกิจอินฟินิตี้ บริษัท ตงเฟิง นิสสัน พาสเซนเจอร์ วีฮิเคิล (DFN)
ด้วยประสบการณ์กว่า 23 ปี ในตลาดรถยนต์จีน, ฮ่องกง และญี่ปุ่น มีความเชี่ยวชาญในการนำทีมด้านการตลาด, การขาย, การวางแผนผลิตภัณฑ์ และการพัฒนาธุรกิจ มีบทบาทสำคัญในการกำหนดกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ระดับโลก การบริหารวงจรผลิตภัณฑ์ และการผลักดันการฟื้นฟูธุรกิจในตลาดที่มีความท้าทาย
ส่วนตำแหน่งใหม่ในไทย ทาคาอากิ ยานางิ จะรับผิดชอบส่วนปฏิบัติการที่ไม่เกี่ยวข้องกับสายการผลิต (การตลาด การขาย บริการหลังการขาย พัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่าย พัฒนาคุณภาพและประสบการณ์ลูกค้า ทรัพยากรบุคคลและบริหาร สื่อสารองค์กร ประสานงานภายนอกและรัฐกิจสัมพันธ์ กฎหมาย ข้อมูลการตลาด และ วางแผนองค์กร) โดยจะขึ้นตรงต่อ โทชิฮิโระ ฟูจิกิ ประธาน นิสสัน ประเทศไทย และนิสสัน อาเซียน







