เชลล์ ดันโรงงานไทยฐานผลิตจาระบี ป้อนตลาดเอเชียแปซิฟิก

22 มิ.ย. 2567 | 11:05 น.

เชลล์ ประกาศแผนลงทุน อัปเกรดโรงงานจาระบีใหม่ เพิ่มกำลังการผลิตจาก 5 พันตัน/ปี เป็น 1.5 หมื่นตัน/ปี รองรับตลาดทั้งในและส่งออก

ครองเบอร์ 1 ในตลาดน้ำมันหล่อลื่นของโลกสำหรับ "เชลล์" โดยแต่ละปีผลิตน้ำมันหล่อลื่นกว่า 5 พันล้านลิตรป้อนให้กับลูกค้าทั่วโลก และมีผลิตภัณฑ์มากกว่า 3,000 รายการรองรับทั้งธุรกิจขนส่ง ก่อสร้าง เหมืองแร่ เกษตรกรรม พลังงาน การผลิต โดยมีผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่รู้จัก อาทิ Helix, Rimula, Rotella, Pennzoil, Spirax, Tellus และ Omala  ปัจจุบันเชลล์มีลูกค้าราว 1 ล้านคนในตลาด 160 แห่งทั่วโลก มีเครือข่ายผู้กระจายสินค้าขนาดใหญ่ 130 ราย และผู้กระจายสินค้าทั่วไป 1,860 ราย

เชลล์ ดันโรงงานไทยฐานผลิตจาระบี ป้อนตลาดเอเชียแปซิฟิก เชลล์ ดันโรงงานไทยฐานผลิตจาระบี ป้อนตลาดเอเชียแปซิฟิก

ขณะที่โรงงานผลิต เชลล์มีห่วงโซ่อุปทานน้ำมันหล่อลื่นขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีโรงงานผสมสารหล่อลื่น 32 แห่ง โรงงานลิตจาระบี 10 โรงงาาน โรงงาน base oil 4 แห่ง และแหล่งเก็บ GTL base oil 6 แห่ง

 

ส่วนโรงงานในไทย ถือเป็นฐานการผลิตที่สำคัญสำหรับตลาดภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ล่าสุดได้ลงทุนอัปเกรดโรงงานผลิตจาระบีในไทย ซึ่งจะทำให้ไทยเป็นฮับการผลิตจาระบีอันดับ 1 ของเชลล์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นหนึ่งในฐานการกระจายสินค้าที่สำคัญของเชลล์เพื่อสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจน้ำมันหล่อลื่นของเชลล์

 

นายเจสัน หว่อง รองประธานบริหารธุรกิจน้ำมันหล่อลื่น  บริษัท เชลล์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การลงทุนครั้งนี้จะทำให้เชลล์ผลิตน้ำมันหล่อลื่นและจาระบีคุณภาพสูงไปยังอุตสาหกรรมต่างๆได้ โดยจากเดิมกำลังการผลิต 5,000 ตัน/ปี ก็เพิ่มขึ้นเป็น 15,000 ตัน/ปี ป้อนทั้งตลาดในประเทศและส่งออก 44 ประเทศทั่วโลก และมีตลาดหลักคือ อินโดนีเซียและออสเตรเลีย

"เรามุ่งมั่นและมีความตั้งใจที่จะลงทุนในไทย ดูแลคนไทย และเศรษฐกิจไทยต่อเนื่อง โดยการอัปเกรดโรงงานจาระบีในครั้งนี้จะทำให้ไทยเป็นฮับในการผลิตและส่งออกในภูมิภาค ส่วนตลาดในประเทศเอง ก็มีดีมานด์เพิ่มขึ้น ทั้งกลุ่มอุตฯน้่ำตาล ก่อสร้าง เหมือง หรือแม้แต่พันธมิตรบริษัทฯผู้ผลิตรถยนต์ ซึ่งเชลล์ผลิตแบบเทเลอร์ เมด ตรงตามความต้องการของลูกค้า ให้ความสำคัญกับซัพพลายเชน และให้บริการแบบ วัน สตอป เซอร์วิสให้กับลูกค้าเหล่านี้ "

เชลล์ ดันโรงงานไทยฐานผลิตจาระบี ป้อนตลาดเอเชียแปซิฟิก

ขณะที่เทรนด์ของรถ EV ที่มาแรง ไม่กระทบกับตลาดน้ำมันหล่อลื่นในไทย โดยแนวโน้มยังคงเติบโต ซึ่งปีที่ผ่านมาเชลล์มีการจับมือกับพาร์ทเนอร์อย่างฮุนได ผลิตสูตรเฉพาะ ส่วนในกลุ่ม OEM เชลล์ก็มีพันธมิตร อาทิ โตโยต้า ฮอนด้า เฟอร์รารี่ รวมไปถึงกลุ่มเครื่องจักรหนัก

 

นายเจสัน กล่าวเพิ่มเติมว่า การเปลี่ยนผ่านของพลังงานจากสันดาป ICE มาสู่ EV คาดว่ายังต้องใช้เวลา เพราะมีหลายปัจจัยให้พิจารณา และแต่ละตลาดก็มีความแตกต่างกัน เบื้องต้นคาดว่าภายในปี 2028 เครื่องยนต์สันดาปจะเริ่มลดลง และมีกลุ่มไฮบริด ปลั๊ก-อิน ไฮบริด รถไฟฟ้าเข้ามาเพิ่มสัดส่วนมากขึ้น อย่างไรก็ตามยืนยันว่า ICE ก็จะยังเป็นฐานหลักที่สำคัญอยู่

 

เชลล์ยังมุ่งมั่นพัฒนาสินค้าเพื่อรองรับ ICE เพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และให้ความสำคัญกับกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆเพราะมีความยืดหยุ่นสูง อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับการลงทุนในตลาดที่มีการเติบโต และดูแลให้บริการลูกค้า

 

บริษัทฯยังมองหา New Sector อาทิ กลุ่มรถ EV ซึ่งบริษัทฯได้พัฒนา สารหล่อลื่นสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ศูนย์ข้อมูล และ New Fluids เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภคสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า อีกด้วย