svasdssvasds

รัฐมั่นใจบราซิลถอนฟ้องWTO ชี้ไทยมีแผนปรับโครงสร้างอ้อย/นํ้าตาลทรายชัดเจน

16 ก.ค. 2559 เวลา 10:00 น. 394
สอน.มั่นใจบราซิลถอนฟ้ององค์การการค้าโลก หลังเจรจารอบแรกส่งสัญญาณที่ดี ไม่ตั้งคณะผู้พิจารณาไต่สวน ชี้กระทรวงอุตสาหกรรม มีแผนชัดเจนปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมอ้อยและนํ้าตาลทราย แก้ไขกฎหมายให้นำนํ้าอ้อย ไปผลิตผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องได้ และนำผลพลอยได้จากโรงงานนํ้าตาลมาเป็นรายได้ช่วยชาวไร่

นายสมศักดิ์ จันทรรวงทอง เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย(สอน.) กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยกับ"ฐานเศรษฐกิจ"ว่า ในประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ที่ผ่านมาทางกระทรวงพาณิชย์ ได้รายงานผลการเจรจารอบแรกกับทางรัฐบาลบราซิล กรณีที่ยื่นคำร้องต่อองค์การการค้าโลก(WTO) กล่าวหารัฐบาลไทยดำเนินมาตรการอุดหนุนการส่งออกและอุดหนุนภายในประเทศให้กับสินค้าน้ำตาลทราย โดยครม.พิจารณารายงานผลการเจรจาแล้ว ได้มอบหมายให้กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงพาณิชย์ ไปรจัดเตรียมข้อมูลเพื่อให้พร้อมเปิดเจรจาในครั้งที่ 2 ต่อไปในอีก 2 เดือนข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม จากการเจรจากับทางรัฐบาลบราซิลเมื่อช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ถือว่ามีสัญญาณค่อนข้างดี ที่เห็นว่าฝ่ายไทยมีการตื่นตัวที่จะปรับปรุงแก้ไขโครงสร้างอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย ซึ่งปกติหลังจบการเจรจารอบแรกแล้ว ทางบราซิลจะต้องตั้งคณะผู้พิจารณา ( Panel) ขึ้นมาเพื่อเปิดไต่สวน แต่ได้ชะลอออกไป เพื่อเปิดให้มีการเจรจาในรอบที่ 2 ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมต้องเตรียมข้อมูลต่างๆ เพื่อแก้ข้อกล่าวหาให้มีความชัดเจนขึ้น

โดยเฉพาะการจัดทำแผนปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายใหม่ทั้งระบบ ที่ทางบราซิลอยากจะเห็นแผนให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือนนี้ ที่จะมีการแก้กฎหมายพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)อ้อยและน้ำตาลทรายพ.ศ.2527 ใหม่ รวมทั้งกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้ครอบคลุมการนำน้ำอ้อยไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์อย่างอื่นได้นอกจากน้ำตาลทราย เช่น เอทานอล ไบโอพลาสติก ไบโอเคมี เหมือนกับทางบราซิลที่ใช้น้ำอ้อยผลิตเป็นเอทานอลกว่าครึ่งหนึ่งของกำลังการผลิตอ้อย ซึ่งจะช่วยให้การส่งออกน้ำตาลลดลงไม่กระทบต่อตลาดโลก ซึ่งทางบราซิลเห็นดีด้วย

อีกทั้ง ให้นำผลพลอยได้จากการหีบอ้อย ไม่ว่าจะเป็นการจำหน่ายกากน้ำตาลหรือโมลาส เพื่อไปทำเอทานอล กากอ้อย นำไปผลิตไฟฟ้า รวมถึงกากตะกรัน ที่นำไปทำปุ๋ย ให้นำมาเป็นรายได้ส่งเข้าระบบ เพื่อให้ชาวไร่มีรายได้เพิ่มขึ้น นอกเหนือจากรายได้ที่จำหน่ายอ้อยและน้ำตาลทราย ซึ่งในแผนปรับโครงสร้างฯดังกล่าว จะมีการกำหนดระยะเวลาในการนำมาบังคับใช้ที่ชัดเจนออกมา ให้สอดคล้องกับข้อท้วงติงของบราซิลและ WTO

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่ทางบราซิล กล่าวหาว่าไทยมีการอุดหนุนการผลิตในประเทศ ทำให้การส่งออกน้ำตาลทรายสู่ตลาดโลกในปริมาณที่มาก ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดน้ำตาลโควตา ก.ที่เป็นราคาควบคุมในประเทศ การอุดหนุนต้นทุนการผลิตให้กับชาวไร่อ้อยในอัตรา 160 บาทต่อไร่ รวมถึง การประกันราคาอ้อยขั้นต่ำ เป็นต้นนั้น ในส่วนนี้ ได้ชี้แจ้งข้อเท็จจริงไปแล้วว่า รายได้ต่างๆ ที่ชาวไร่อ้อยได้รับ ไม่ได้เป็นเงินที่อุดหนุนมาจากรัฐบาล แต่เป็นโครงสร้างของอุตสาหกรรมอ้อยที่ดำเนินการมานาน

อีกทั้ง เมื่อชี้แจงถึงการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย ซึ่งจะมีการแก้ไขในข้อกล่าวหาดังกล่าว ทางบราซิลมีความสบายใจ โดยเฉพาะการให้เปิดเสรีลอยตัวราคาน้ำมันทรายในประเทศ ก็รวมอยู่ในการปรับโครงสร้างดังกล่าวด้วย ดังนั้น จึงเชื่อมั่นว่าทางบราซิลคงจะถอนฟ้อง WTO หลังจากที่มีการเจรจาเกิดขึ้นอีกครั้ง

นายวีระศักดิ์ ขวัญเมือง ผู้อำนวยการกองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย เปิดเผยว่า ในวันที่ 13 กรกฎาคมนี้ ทางกองทุนอ้อยและน้ำตาลทรายจะกู้เงินจากธนาคารกรุงไทย ในวงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท เพื่อจ่ายให้กับชาวไร่อ้อยในฤดูหีบ 2558-2559 โดยจะโอนเงินงวดแรกในวนที่ 20 กรกฎาคมที่จะถึงนี้

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,174 วันที่ 14 - 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2559