svasdssvasds

CIMBTทุ่มงบราว 30ล้าน ปรับปรุงสาขารับเทรนด์ดิจิตอลหนุนธุรกรรม/รายได้

17 ก.ค. 2559 เวลา 8:00 น. 91
แบงก์ซีไอเอ็มบี ไทย เตรียมงบราว 20-30 ล้านบาท เดินหน้าปรับปรุงสาขารับยุคดิจิตอล คาดสิ้นปีเหลือเพียง 80 สาขา ยันจำนวนลดแต่ธุรกรรม/รายได้ไม่หดตาม ชี้ยอดเงินฝากครึ่งปีแรกโกย 1.08 แสนล้านฐานลูกค้าพรีเฟอร์อยู่ที่ 5.3 หมื่นราย คาดสิ้นปีขยับเพิ่มเป็น 6 หมื่นรายยอด AUM แตะ 2 แสนล้านจากปัจจุบันอยู่ที่ 1.7 แสนล้าน ส่วนรายได้ทั้งปีตามเป้า 900 ล้าน เอ็นพีแอลกดไม่เกิน 4%

[caption id="attachment_71265" align="aligncenter" width="335"] อดิศร เสริมชัยวงศ์  รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายธุรกิจรายย่อย  ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) (บมจ.) อดิศร เสริมชัยวงศ์
รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายธุรกิจรายย่อย
ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) (บมจ.)[/caption]

นายอดิศร เสริมชัยวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายธุรกิจรายย่อย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) (บมจ.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันการให้บริการและการใช้บริการของระบบธนาคารพาณิชย์จะเปลี่ยนแปลงไปในรูปแบบของดิจิตอลมากขึ้น ซึ่งธนาคารได้เตรียมการและปรับปรุงแผนธุรกิจไว้รองรับในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งที่เห็นชัดเจนและเป็นรูปธรรมจะเป็นเรื่องของสาขาธนาคารที่ลดลงจากเดิม ที่มีอยู่ 163 สาขา เหลือ 93 สาขา และคาดว่าปีนี้น่าจะเห็นสาขาเหลืออยู่ที่ 80 สาขา โดยระหว่างนี้จะทยอยปรับปรุงและโยกย้ายสาขาให้เข้ากับรูปแบบการทำธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งได้เตรียมงบประมาณการปรับปรุงสาขาอยู่ที่ 20-30 ล้านบาท นอกจากนี้ลูกค้ายังสามารถใช้บริการผ่าน AIS Shop อีก 64 แห่ง

แม้ว่าจำนวนสาขาจะปรับลดลง แต่จะเห็นว่าปริมาณธุรกิจและจำนวนฐานลูกค้าปรับเพิ่มขึ้น โดยในช่วง 6 เดือน ธนาคารมียอดเงินฝากใหม่ 1.08 แสนล้านบาท เติบโต 7% จากปีก่อนเงินฝากอยู่ที่ 1 แสนล้านบาท ขณะที่จำนวนฐานลูกค้าบุคคลธนกิจ หรือ ลูกค้า Preferred ที่มีเงินฝากและลงทุน 1 ล้านบาทขึ้นไป มีจำนวนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยปัจจุบันอยู่ที่ 5.31 หมื่นราย จากปีก่อนอยู่ที่ 4.82 หมื่นราย คิดเป็นการเติบโตเพิ่มขึ้น 10% โดยมีฐานลูกค้าใหม่เข้ามาจำนวน 6,400 ราย สูงกว่าเป้าหมาย 7% โดยภายในสิ้นปีคาดว่าจะมีฐานลูกค้าทั้งสิ้นอยู่ที่ 6 หมื่นราย และมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการ (AUM) จำนวน 2 แสนล้านบาท จากปัจจุบันอยู่ที่ 1.7 แสนล้านบาท ทั้งนี้ คิดเป็นจำนวนบัญชีเงินฝาก 4 แสนบัญชี ซึ่งจำนวนดังกล่าวมาจากลูกค้า Preferred ประมาณ 80% สะท้อนว่าจำนวนสาขาน้อยลงไม่ได้ทำให้ธุรกรรมลดลง แต่กลับเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ยังสะท้อนผ่านรายได้ที่เพิ่มขึ้น ทั้งในส่วนของผลิตภัณฑ์การลงทุนและประกัน โดยในครึ่งปีแรกมีรายได้จากการจำหน่ายกองทุนและหุ้นกู้ 156 ล้านบาท จากเป้าทั้งปีอยู่ที่ 233 ล้านบาท ส่วนรายได้จากการขายประกันผ่านแบงก์ (แบงก์แอสชัวรันซ์) อยู่ที่ 170 ล้านบาท โดยธนาคารตั้งเป้ารายได้รวมทั้งในส่วนผลิตภัณฑ์การลงทุนและประกันรวมทั้งสิ้นอยู่ที่ 900 ล้านบาท จากปีก่อนอยู่ที่ 800 ล้านบาท ซึ่งมั่นใจว่าจะทำได้ตามเป้าหมาย เนื่องจากในช่วงที่เหลือของปีจะมีผลิตภัณฑ์ทางด้านการลงทุนทยอยออกมาสู่ตลาดมากขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ของธนาคาร

ขณะที่ ยอดการปล่อยสินเชื่อทำได้ตามเป้าหมาย โดยสามารถปล่อยสินเชื่อบุคคลทั้งแบบมีหลักประกันและไม่มีหลักประกัน (ไม่รวมบัตรเครดิต) อยู่ที่ 9,500 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 14% โดยครึ่งปีหลังคาดว่าจะปล่อยสินเชื่อใหม่อีกประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้ยอดสินเชื่อคงค้างสินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อบ้านสิ้นปีจะอยู่ที่ 8 หมื่นล้านบาท จากยอดสินเชื่อรายย่อยรวมปัจจุบันอยู่ที่ 9.81 หมื่นล้านบาท ซึ่งมั่นใจว่าทั้งปีจะสามารถปล่อยสินเชื่อได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 12%

ทั้งนี้ ในส่วนของนโยบายการปล่อยสินเชื่อ กลยุทธ์ยังไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ เนื่องจากธนาคารให้ความระมัดระวังตั้งแต่ในช่วง 2-3 ปีก่อนหน้านี้ เพราะเริ่มเห็นสัญญาณเศรษฐกิจชะลอตัว จึงเน้นเลือกลูกค้าเฉพาะกลุ่มที่มีความสามารถในการชำระหนี้ และดูภาระหนี้ต่อรายได้เป็นหลัก ทำให้คุณภาพสินเชื่อดีขึ้น เพราะได้ฐานลูกค้าที่มีความสามารถในการผ่อนชำระเข้ามาอยู่ในพอร์ต ซึ่งปีนี้ธนาคารยังคงระมัดระวัง เพราะเศรษฐกิจยังไม่ชัดเจน แต่คงไม่เพิ่มความเข้มงวดมากขึ้น แต่จะรักษาระดับไว้ที่มาตรฐานเดิม โดยคาดว่าหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ไม่น่าจะเกิน 4% จากปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 3.2% แม้ว่าจะมีแนวโน้มขยับเพิ่มขึ้นจากปีก่อนอยู่ที่ 3% แต่เป็นการขยับขึ้นในอัตราที่ชะลอตัวลง

"สาขาลดไม่ได้สะท้อนว่าธุรกรรมจะต้องลดลง แต่ธนาคารสามารถหาช่องทางให้สาขาไปในรูปแบบที่เน้นการลงทุนมากขึ้น ส่วนลูกค้าที่ต้องการทำธุรกรรมการเงินเราก็มีช่องทางดิจิตอล และเครื่องมือใหม่ รวมถึงพันธมิตรอย่างเอไอเอส เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกลูกค้า ซึ่งตอนนี้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็เปิดกว้างเรื่องนี้มากขึ้น โดยให้ธนาคารสามารถทำสาขาที่เรียกว่า สาขาจำกัดรูปแบบได้ เช่น จะรับฝากเงิน หรือให้สินเชื่ออย่างเดียวก็ได้ หรือรับฝากในอัตราที่กำหนด ทำให้ในอนาคตสาขาจะปรับเปลี่ยนไป"

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,174 วันที่ 14 - 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2559