svasdssvasds

SMT-TFDชัวร์ปีนี้เทิร์นอะราวด์ ปรับกลยุทธ์แตกไลน์ธุรกิจ-ระดมทุนรับอนาคต

03 ก.ค. 2559 เวลา 0:00 น. 156
สตาร์ส ไมโคร เคาะฤกษ์เปิดโรงงานผลิตแผงโซลาร์เซลล์ให้พันธมิตรสหรัฐฯคาดหนุนกำไรเพิ่ม 60-70 ล้านบาทต่อปี ทยอยรับรู้ไตรมาส 4 หนุนทั้งปีพลิกมีกำไรตามเป้า ด้านไทยพัฒนาโรงงาน มั่นใจครึ่งหลังปี เข้าสู่ช่วงเทิร์นอะราวด์ ดันทั้งปี 59 เห็นกำไรแน่นอน ระดมทุนออกวอร์แรนต์427 ล้านหน่วย รองรับการเติบโตในอนาคต ทั้งนิคมอุตสาหกรรม อสังหาฯ โรงงานและคลังสินค้าให้เช่า

[caption id="attachment_66895" align="aligncenter" width="700"] ราคาหุ้น SMT ราคาหุ้น SMT[/caption]

นายสมนึก ไชยกุล ประธานกรรมการ บริษัท สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)(บมจ.) (SMT) เปิดเผยว่า จากการที่บริษัทได้ข้อสรุปการลงทุนโครงการลงทุนผลิตแผงโซลาร์เซลล์ ให้กับพันธมิตรรายใหญ่ในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยวางกำลังการผลิตทั้งหมด 160-200 เมกะวัตต์ แต่จะเริ่มเฟสแรกขนาดกำลังการผลิต 40 เมกะวัตต์ต่อปีนั้น

ความคืบหน้าล่าสุดบริษัทได้เตรียมพื้นที่โรงงาน และสั่งซื้อเครื่องจักรเข้ามาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อสร้างโรงงานผลิตแผงโซลาร์เซลล์ กำลังการผลิต 40 เมกะวัตต์ โดยใช้งบลงทุนราว 100 ล้านบาท มูลค่าโครงการราว 1,000 ล้านบาท ทั้งนี้โรงงานจะเปิดเดินเครื่องในช่วงไตรมาส 4/2559 นี้ โดยโรงงานดังกล่าว จะสร้างในพื้นที่เดียวกันกับโรงงานเดิมที่มีอยู่แล้ว 2 โรงงาน ที่นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ขณะที่รายได้จากเฟสแรกจะเข้ามาในช่วงไตรมาส 4/2559 บางส่วน และจะเข้ามาเต็มที่ในช่วงไตรมาส 1 และไตรมาส 2 ของปี 2560 ซึ่งจะช่วยหนุนให้ผลประกอบการของบริษัท ออกมาดีขึ้นเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง และยังสามารถต่อยอดธุรกิจออกไปได้อีก ดังนั้นปีนี้บริษัทจะกลับมาเทิร์นอะราวด์และกลับมามีกำไรต่อเนื่อง ซึ่งกลยุทธ์หนึ่งคือการแตกไลน์ผลิตสินค้าด้านนวัตกรรมใหม่ ๆ เข้ามาเพิ่มเติม และการผลิตแผงโซลาร์ เป็นส่วนที่สร้างกำไรเพิ่มเติมให้กับบริษัท

ทั้งนี้การผลิตแผงโซลาร์ ของบริษัทมีประสิทธิภาพการกำเนิดพลังงานต่อพื้นที่สูงกว่าแผงทั่วไปราว 15-20% อีกทั้งสามารถผลิตเอาต์ พุต( Out Put) (อัตราการเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นพลังงานไฟฟ้า) ต่อตารางฟุตได้มากกว่าแผงทั่วไปประมาณ 15-20% ของการผลิตไฟฟ้า

นายอภิชัย เตชะอุบล รองประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร บมจ. ไทยพัฒนาโรงงานอุตสาหกรรม(TFD ) เปิดเผยว่า ปัจจุบันปัจจัยพื้นฐานของหุ้น TFD เริ่มเข้าสู่ช่วงเทิร์นอะราวด์และจะเติบโตต่อเนื่องไปอีก 3 ปีข้างหน้า และมั่นใจว่าผลการดำเนินงานปี 2559 จะออกมามีกำไร เนื่องจากธุรกิจหลักทั้ง 3 ได้แก่ ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจโรงงานและคลังสินค้าให้เช่า เติบโตได้ดี โดยเฉพาะในครึ่งหลังปี 2559 จะเริ่มรับรู้รายได้จากทั้ง 3 ธุรกิจอย่างโดดเด่น

ล่าสุดที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น มีมติอนุมัติให้บริษัทลดทุนจดทะเบียนจากจำนวน 1,914.91 ล้านบาท เป็น 1,283.50 ล้านบาท โดยการยกเลิกหุ้นสามัญที่ยังไม่ได้จำหน่ายจำนวน 631.41 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท อีกทั้งยังอนุมัติให้เพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัท เป็น 2,096.33 ล้านบาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนใหม่จำนวน 812.83 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท เพื่อรองรับการใช้สิทธิของใบสำคัญแสดงสิทธิ์ (วอร์แรนต์) TFD-W4 และเพื่อออกเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม แบบมอบอำนาจทั่วไป

อีกทั้งที่ประชุมผู้ถือหุ้นมีมติอนุมัติการออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิ์ที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท (TFD-W4) จำนวนไม่เกิน 427.83 ล้านหน่วย ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทตามสัดส่วนการถือหุ้น (Right Offering) โดยไม่คิดมูลค่า ในอัตราส่วน 3 หุ้นสามัญเดิม ต่อ 1 หน่วยใบสำคัญแสดงสิทธิ์ TFD-W4 ราคาการใช้สิทธิเท่ากับ 3.50 บาทต่อหุ้น อายุของใบสำคัญแสดงสิทธิ์ 2 ปี พร้อมทั้งจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 385 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 30 % ของทุนชำระแล้วของบริษัท ณ ปัจจุบัน เพื่อเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม แบบมอบอำนาจทั่วไป

"การออกและเสนอขาย TFD-W4 เพื่อตอบแทนให้กลุ่มผู้ถือหุ้น และรองรับการขยายตัวของธุรกิจในอนาคต "นายอภิชัยกล่าว

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,170
วันที่ 30 มิถุนายน - 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2559