BBIK เริ่มเทรดในตลาดหลักทรัพย์ mai วันที่ 16 ก.ย.นี้

15 ก.ย. 2564 เวลา 3:34 น.123

บมจ. บลูบิค กรุ๊ป ที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ และการจัดการนวัตกรรมและเทคโนโลยี พร้อมเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ 16 ก.ย. นี้ ด้วยมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 1,800 ล้านบาท ใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า “BBIK"

นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ mai ต้อนรับ บมจ. บลูบิค กรุ๊ป เข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ mai ภายใต้กลุ่มเทคโนโลยีโดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า “BBIK” ในวันที่ 16 กันยายน 2564 โดย BBIK และบริษัทย่อยประกอบธุรกิจที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ และการจัดการนวัตกรรมและเทคโนโลยี และธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้องโดยมุ่งเน้นการนำเอาเทคโนโลยีดิจิทัล มาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาธุรกิจ สร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่องค์กร แบ่งการให้บริการได้ 5 ประเภท ได้แก่ 1) การให้คำปรึกษาด้านกลยุทธ์และการจัดการ 2) การบริหารโครงการเชิงยุทธศาสตร์ 3) การพัฒนาระบบดิจิทัลและให้คำปรึกษาด้านเทคโนโลยี4) การจัดการข้อมูลขนาดใหญ่และการวิเคราะห์ข้อมูลชั้นสูงด้วยปัญญาประดิษฐ์ และ 5) การจัดหาและบริหารบุคคลากรชั่วคราว ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ มีกลุ่มลูกค้าหลักคือ กลุ่มธุรกิจการเงิน กลุ่มธุรกิจประกันภัยและประกันชีวิต และกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 

 

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2564 บริษัทได้ร่วมกับบริษัทในเครือ บมจ. ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก (OR) จัดตั้ง บริษัท ออร์บิท ดิจิทัล จำกัด เพื่อประกอบธุรกิจให้คำปรึกษา ออกแบบ พัฒนา ดูแลรักษาระบบและแอปพลิเคชั่นของบริษัทในเครือ OR รวมถึงการหารายได้โดยการใช้ประโยชน์ของข้อมูลเพื่อขยายผลนำข้อมูลที่เป็นทรัพยากรขององค์กรไปใช้ต่อยอดทางธุรกิจ

อย่างไรก็ตาม BBIK มีทุนชำระแล้ว 50 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิม 75 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเพิ่มทุน 25 ล้านหุ้น เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน แก่บุคคลตามดุลยพินิจของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ 12.5 ล้านหุ้น ผู้ลงทุนสถาบัน 6.25 ล้านหุ้น ผู้มีอุปการคุณของบริษัท 3.75 ล้านหุ้นและเสนอขายต่อพนักงานของบริษัทและบริษัทย่อย 2.5 ล้านหุ้น เมื่อวันที่ 8-10 กันยายน 2564 ในราคาหุ้นละ 18 บาท คิดเป็นมูลค่าระดมทุน 450 ล้านบาท และมีมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 1,800 ล้านบาท การกำหนดราคาเสนอขาย IPO มาจากการสำรวจความต้องการซื้อหลักทรัพย์ของผู้ลงทุนสถาบัน (Book building) ซึ่งกำหนดราคาเสนอขายหุ้น IPO ที่ 18 บาทต่อหุ้น มีอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E ratio) เท่ากับ 37.49 เท่า โดยคำนวณจากผลประกอบการของบริษัทในช่วง 4 ไตรมาสล่าสุด (ไตรมาส3/2563-ไตรมาส 2/2564) ซึ่งเท่ากับ 48.02 ล้านบาท หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นครั้งนี้ (fully diluted) คิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้น 0.48 บาทต่อหุ้น โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า(ประเทศไทย) จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน มีบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เป็น ผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย

นายพชร อารยะการกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. บลูบิค กรุ๊ป (BBIK) เปิดเผยว่า บริษัทมีทีมบุคลากรคุณภาพที่มีประสบการณ์ความรู้ความเชี่ยวชาญทั้งด้านธุรกิจและด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่สามารถให้คำแนะนำแก่ลูกค้าในการเตรียมความพร้อมทางธุรกิจสู่ยุคดิจิทัล เพิ่มศักยภาพในการแข่งขันในอุตสาหกรรม เพื่อให้องค์กรเติบโตได้อย่างยั่งยืน โดยบริษัทจะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปลงทุนว่าจ้างบุคลากรและเสริมสร้างทักษะด้านเทคโนโลยีให้กับบุคลากรเพื่อรองรับการขยายตัวทางธุรกิจของกลุ่มบริษัท พัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านเทคโนโลยีและดิจิทัล พัฒนาและปรับปรุงซอฟต์แวร์สำหรับใช้งานภายในองค์กร ขยายพื้นที่สำนักงาน ลงทุนในธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ 

 

ขณะเดียวกัน มีผู้ถือหุ้นใหญ่หลัง IPO 3 อันดับแรก ได้แก่ กลุ่มอารยะการกุล ถือหุ้น 27.25% บริษัท บลูบิคกรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด ถือหุ้น 25% และกลุ่มเจียมสกุลทิพย์ ถือหุ้น 15.27% กลุ่มบริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิจากงบการเงินเฉพาะกิจการของบริษัทภายหลังจากหักภาษีและเงินทุนสำรองต่าง ๆ ตามกฎหมาย 

แท็กที่เกี่ยวข้อง