svasdssvasds

เช็กชื่อผู้ลงทุน 3 กองกลุ่มเจริญ KTAM วัดใจต่างชาติโหวตประชุมผู้ถือหน่วย 17-18 พ.ค.

27 เม.ย. 2560 เวลา 4:00 น. 157
บลจ.กรุงไทย เผยโบรกฯ นอกถือหน่วยลงทุนแทนลูกค้า 3 กองทุน TRIF-TCIF-THIF เกิน 40% ลุ้นลงมติขายหรือไม่ขายสินทรัพย์ให้ผู้เสนอซื้อ

นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTAM ในฐานะบริษัทจัดการกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ไทยรีเทล อินเวสเมนต์ (TRIF) กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าไทยคอมเมอร์เชียลอินเวสเม้นต์ (TCIF) และกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าไทยโฮเทลอินเวสเม้นต์ (THIF) เปิดเผยว่า ปัจจุบันนักลงทุนต่างชาติถือหน่วยลงทุนทั้ง 3 กองทุนพอสมควร ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีรายใดสอบถามกรณีที่บริษัท แอสเสท เวิร์ด ผู้ถือหน่วยลงทุนสูงสุดซึ่งเสนอซื้อสินทรัพย์ทั้งหมดของกองทุน คงต้องรอดูวันประชุมผู้ถือหน่วยของกองทุน TRIF และ TCIF ในวันที่ 17 ส่วน THIF วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 ว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย

ทั้งนี้ บลจ.กรุงไทยแนะนำผู้ถือหน่วยไม่ให้ขายสินทรัพย์ให้ผู้เสนอซื้อเนื่องจากมองว่าการถือลงทุนต่อไปจะทำให้ผู้ลงทุนได้ประโยชน์มากกว่า อีกทั้งราคาเสนอซื้อต่ำกว่าราคาประเมินตามมูลค่าทรัพย์สิน

อย่างไรก็ตามจากข้อมูล ณ 28 กุมภาพันธ์ 2560 ที่แจ้งผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ กองทุน TRIF มีผู้ถือหน่วยลงทุน 135 ราย โดยมีผู้ถือหน่วยลงทุนที่ถือในนามของบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ต่างประเทศ รวม 47.42% ได้แก่ UBS AG SINGAPORE BRANCH 29.67% UOB KAY HIAN (HONG KONG) LIMITED - Client Account 13.13% CLSA LIMITED 4.62% ทั้งนี้ การถือผ่านบล.ต่างประเทศอาจไม่ได้เป็นนักลงทุนต่างชาติทั้งหมดซึ่งนักลงทุนไทยก็ถือผ่านได้ ส่วนบริษัทแอสเสท เวิร์ดผู้เสนอซื้อถือ 30.90% บริษัทในกลุ่มนายเจริญ สิริวัฒนภักดีถือโดยบริษัทยอดยิ่ง อินเตอร์เทรด 19.16% บริษัท อาคเนย์ ประกันชีวิต 2.38%

กองทุน TCIF มีผู้ถือหน่วยลงทุน 190 ราย โดยถือในนามของบล.ต่างประเทศและบริษัทโฮลดิ้งด้านการลงทุนในต่างประเทศ รวม 47.80% ได้แก่ TVC INVESTMENTS LIMITED 32.08% BANK OF SINGAPORE LIMITED-THB SEG AC 11.48% UOB KAY HIAN PRIVATE LIMITED 3.78% CLSA LIMITED 0.46% ส่วนบริษัทแอสเสท เวิร์ดฯ ถือ 33% และบริษัท อาคเนย์ ประกันชีวิตฯ 0.27%

ส่วนกองทุน THIF มีผู้ถือหน่วยลงทุนทั้งหมด 361 ราย โดยถือในนามของบล.ต่างประเทศ รวม 46.25% ได้แก่ UOB KAY HIAN (HONG KONG) LIMITED-CLIENT ACCOUNT 16.86% CLSA LIMITED 11.83% UOB KAY HIAN PRIVATE LIMITED 10.69% UBS AG SINGAPORE BRANCH 6.87% ส่วนบริษัท แอสเสท เวิร์ด ลีเฌอร์ฯ ถือ 33.02% และบริษัทในกลุ่มนายเจริญ สิริวัฒนภักดีถือโดยบริษัท ปณชัย พาณิชยการฯ 19.81% บริษัทอาคเนย์ประกันชีวิตฯ 0.31%

“ขณะนี้บลจ.กรุงไทยฯ อยู่ระหว่างตรวจสอบการถือหน่วยลงทุนของทั้ง 3 กองทุนว่า นอกจากบริษัท ผู้ทำคำเสนอซื้อสินทรัพย์ของกองทุนแล้ว มีบริษัทใดในกลุ่มที่ถือหน่วยลงทุนอีกบ้าง เพื่อดูว่ามีสิทธิในการโหวตเสียงในวันประชุมหรือไม่ เพราะดูจากนักลงทุนต่างชาติก็ถือพอสมควร”นางชวินดา กล่าว

ด้านสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า การขอมติอนุมัติธุรกรรมของทั้ง 3 กองทุนจะต้องได้รับมติไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนหน่วยลงทุนทั้งหมดของผู้ถือหน่วยลงทุนที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียง โดยไม่นับจำนวนหน่วยลงทุนของผู้เสนอซื้อทรัพย์สินของกองทุนรวม ซึ่งผู้ถือหน่วยลงทุนควรศึกษารายละเอียดข้อมูลให้รอบด้าน รวมถึงมาตรการเยียวยาผู้ถือหน่วยลงทุนที่แจ้งไว้

ส่วนการเป็นบุคคลหรือกลุ่มบุคคลเดียวกันจะนับรวมเฉพาะในส่วน 1.คู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ 2.นิติบุคคลและผู้ถือหุ้นไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมเกิน 50% ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของนิติบุคคลนั้นและ 3.กองทุนส่วนบุคคลของบุคคลดังกล่าวทั้งหมด ทั้งนี้เมื่อมีการขอมติผู้ถือหน่วยลงทุนในเรื่องใดๆ หากปรากฎวามีบุคคลหรือกลุ่มบุคลเดียวกันถือหน่วยลงทุนเกินอัตราขั้นสูง (1 ใน3) บุคคลหรือกลุ่มบุคคลเดียวกันนั้นจะไม่มีสิทธิออกเสียงในส่วนที่ถือเกินด้วย ทั้งนี้หากผู้ถือหน่วยลงทุนไม่เห็นด้วยกับการดำเนินการครั้งนี้สามารถร้องเรียนได้ตามช่องทางปกติที่ก.ล.ต.จัดไว้

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,256 วันที่ 27 - 29 เมษายน พ.ศ. 2560