
ผงะ! โควิดกรุงเทพเพิ่มขึ้นเกือบ 1 เท่า น่ากลัวแค่ไหน ป้องกันได้ยังไง เช็คเลย
ผงะ! โควิดกรุงเทพเพิ่มขึ้นเกือบ 1 เท่า น่ากลัวแค่ไหน ป้องกันได้ยังไง เช็คเลยที่นี่มีคำตอบ หมอเฉลิมชัยชี้มีผู้ที่สมัครใจฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นไม่มากนัก
น.พ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ (หมอเฉลิมชัย) รองประธานกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา โพสต์ blockdit ส่วนตัว "ร้อยแปดพันเก้ากับหมอเฉลิมชัย" โดยมีข้อความว่า
โควิดกรุงเทพฯ ขยับเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว ทั้งที่ต้องรักษาตัวแบบผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก ส่วนใหญ่ยังมีอาการ ไม่รุนแรงมาก
รศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้เปิดเผยว่า สถานการณ์ของโควิดในเขตกรุงเทพมหานคร ได้มีการขยับตัวเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
โดยผู้ป่วยเพิ่มขึ้นจากวันละ 700-900 คน เป็น 1300-1500 คนส่วน
ผู้ป่วยที่มีอาการจนต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล เพิ่มขึ้นจากวันละ 100 คน เป็นวันละ 200 คน
โดยมีผู้เสียชีวิตทุกวัน เฉลี่ยวันละ 2-4 ราย
ยังโชคดีที่คนเป็นจำนวนมากได้ฉีดวัคซีนแล้ว จึงทำให้การติดเชื้อมีอาการไม่รุนแรงมากนัก
อย่างไรก็ตาม พบว่าในกลุ่มเสี่ยง 608 และเสียงซ้ำซ้อนคือไม่ฉีดวัคซีนด้วย จะมีการเสียชีวิตทุกวัน
โดยจะมีรายงานการพบผู้เสียชีวิตที่บ้านร่วมด้วย นอกจากนั้นยังมีเด็กอายุน้อยที่ไม่ได้ฉีดวัคซีน เสียชีวิตที่จังหวัดนครราชสีมาด้วย
สถานการณ์ทั่วโลกขณะนี้ เมื่อมีการผ่อนคลายมาตรการทางสาธารณสุข โดยมีการกระตุ้นการท่องเที่ยว ก็จะทำให้มีผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น
อาทิเช่น
ญี่ปุ่น
- มีผู้ติดเชื้อเพิ่ม 98,476 ราย
- เสียชีวิต 142 ราย
เกาหลีใต้
- ติดเชื้อเพิ่ม 47,028 ราย
- เสียชีวิต 39 ราย
ไต้หวัน
- ติดเชื้อเพิ่ม 13,311 ราย
- เสียชีวิต 25 ราย
ฮ่องกง
- ติดเชื้อเพิ่ม 8033 ราย
- เสียชีวิต 25 ราย
อินโดนิเซีย
- ติดเชื้อเพิ่ม 4151 ราย
- เสียชีวิต 35 ราย
จีน
- ติดเชื้อเพิ่ม 3707 ราย
- เสียชีวิต 1 ราย
ทั้งนี้เนื่องจากข้อมูลข่าวสารที่ออกไปในลักษณะว่า เชื้อไวรัสสายพันธุ์โอมิครอน ติดเชื้อง่าย แต่ไม่ค่อยรุนแรง
จึงทำให้ประชาชนส่วนหนึ่ง มีการผ่อนคลายเรื่องการใส่หน้ากากลง
จึงมีการติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นดังกล่าวข้างต้น
สมควรที่พวกเราจะได้ช่วยกันพยายามใส่หน้ากากกันต่อไป
เพราะหน้ากากสามารถป้องกันไวรัสก่อโรคโควิดได้ทุกสายพันธุ์ และยังข้ามไปป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ โรคอาร์เอสวี วัณโรคได้อีกด้วย
ส่วนการลดความรุนแรงของการติดเชื้อไม่ให้เสียชีวิต ต้องเน้นที่การฉีดวัคซีนเข็มที่ 3
ซึ่งขณะนี้ประเทศไทยมีปริมาณวัคซีนและความสามารถของโรงพยาบาลที่จะฉีดวัคซีนได้เพียงพอ แต่มีผู้ที่สมัครใจฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นไม่มากนัก












