svasdssvasds
logo-pwa

เพิ่ม thansettakij

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด
thansettakij

ปปง.ลุย 2 โบรก สางหุ้น MORE ไม่รายงานธุรกรรม STR

23 พฤศจิกายน 2565

ปปง.ลุยอายัดเครือข่าย “อภิมุข บำรุงวงศ์”กับพวก ปมหุ้น MORE แล้ว 36 บัญชี เฉียด 5.4 พันล้าน พร้อมเข้าตรวจ 2 โบรกเกอร์ “ไอร่า-อาร์เอชบี” หลังไม่ตรวจสอบลูกค้า ไม่รายงานธุรกรรมต้องสงสัย

 

คดีหุ้น บริษัท มอร์ รีเทิร์น จำกัด (มหาชน) หรือ หุ้น MORE หลังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้ดำเนินการอายัดทรัพย์สินนายอภิมุข บำรุงวงศ์ กับพวก 24 ราย ไม่เกิน 90 วันแล้ว 36 รายการ มูลค่ารวม 5, 395 ล้านบาท แบ่งเป็นการอายัดทรัพย์สินนายอภิมุขกับพวกเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2565 จำนวน 34 รายการ มูลค่ารวม 5,376 ล้านบาทและวันที่ 22 พฤศจิกายน 2565 อีก 2 รายงาน มูลค่า 19 ล้านบาท

ธุรกรรม หุ้น MORE ที่ถูกปปง.อายัดทรัพย์

ปปง.ให้เหตุผลในการอายัดทรัพย์สินนายอภิมุขกับพวก เนื่องจากมีพฤติการณ์กระทำความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกง ตามประมวลกฎหมายอาญา อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ อันเป็นความผิดมูลฐานตามมาตรา 3 (18) แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 จำนวน 34 รายการ (เงินหรือหลักทรัพย์ที่ซื้อต่อเนื่องจากเงินที่ได้จากการขายหุ้น MORE หรือ MORE-R)

 

  • ปปง.ลุยตรวจ 2 โบรก

ความคืบหน้าล่าสุด พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. เปิดเผยว่า แนวทางปฏิบัติของ ปปง. จะแบ่งการทำงานออกเป็น 2 ทีม เพื่อทำงานควบคู่กัน โดยเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายนที่ผ่านมา กองกำกับและตรวจสอบ ปปง.ได้เข้าตรวจสอบบริษัทหลักทรัพย์ (โบรกเกอร์) 2 แห่ง คือ บริษัทหลักทรัพย์ ไอร่า จำกัด (มหาชน) หรือ AIRA และ บริษัทหลักทรัพย์ อาร์เอชบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ RHBS

ปปง.ลุย 2 โบรก  สางหุ้น MORE ไม่รายงานธุรกรรม STR

 

สาเหตุที่ปปง. ต้องเข้าตรวจสอบโบรกเกอร์ 2 แห่ง เนื่องจากพบว่า โบรกเกอร์ทั้ง 2 แห่ง ไม่ทำการตรวจสอบ เพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า (Customer Due Diligence : CDD ) และไม่รายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย (Suspicious Transaction Report : STR) หลังจากที่มีธุรกรรมการซื้อขายหุ้น MORE ที่ผิดปกติ ดังนั้น ปปง. จึงต้องเข้าไปตรวจสอบและสอบถามเหตุผลในการไม่ตรวจสอบและไม่รายงานความผิดปกติดังกล่าว

 

 

“การปฏิบัติของโบรกเกอร์ทั้ง 2 แห่งจะต่างจากบริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย เวลท์ ที่ล่าสุดสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาด หลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) มีคำสั่งระงับการดำเนินธุรกิจทุกประเภทจนกว่าจะสามารถดำรงเงินกองทุนได้และได้รับอนุญาตจากก.ล.ต. ซึ่งเอเชียเวลท์่ทำทั้ง CDD และรายงาน STR แต่มีการนำเงินจากบัญชีลูกค้าไปใช้ ซึ่งเป็นการผิดกฎของก.ล.ต.”พล.ต.ต.เอกรักษ์กล่าว

 

นอกจากนั้นฝ่ายคดี 5 ปปง.ยังได้เข้าหารือกับทางสมาคมโบรกเกอร์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เพื่อทำความเข้าใจกับแนวทางปฏิบัติ หลังปปง. อายัดทรัพย์สิน 34 บัญชีีของผู้ขายหุ้น MORE มูลค่ากว่า 5,376 ล้านบาท เพื่อให้สมาคมโบรกเกอร์ไปทำความเข้าใจกับสมาชิกในทางปฏิบัติที่ปปง.ให้เวลา 90 วัน เพื่อชี้แจงในรายละเอียด

 

  • คดีอาญายังเดินต่อ

การดำเนินการเกี่ยวกับหุ้น MORE หลังจากโบรกเกอร์ได้เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษที่ตำรวจกองปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ว่า มีการฉ้อโกง หรือ ปั่นหุ้นหรือไม่ ซึ่งคดีดังกล่าวเป็นคดีอาญา และเกี่ยวข้องกับ 2 หน่วยงานคือ

 

กรณีปั่นหุ้น ต้องรอให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตรวจสอบข้อเท็จจริงและสรุปมาว่า เข้าข่ายการปั่นหุ้นหรือไม่ ขณะที่คดีฉ้อโกงป็นหน้าที่ของตำรวจที่จะดำเนินการต่อไป

 

ขณะที่ปปง.มีหน้าที่ดำเนินการทางแพ่ง ซึ่งเมื่อพบความผิดปกติและเข้าข่ายกฎหมายฟอกเงินก็สามารถอายัดไว้ก่อน เพื่อรอตรวจสอบ หลังอายัดทรัพย์สินไว้แล้ว ปปง.จะให้เวลาผู้ที่ถูกอายัดทรัพย์สิน 90 วัน มาชี้แจงรายละเอียด หากไม่เข้าข่ายและไม่พบความผิดปกติก็จะถอนอายัด แต่หากพบความผิดปกติ จะรวบรวมและนำส่งศาลต่อไป ซึ่งในที่สุด ศาลอาจมีคำสั่งเป็นโมฆะก็ได้ ซึ่งจะทำให้ธุรกรรมการซื้อขายที่เกิดขึ้นไม่มีผลผูกพัน

 

  • แจงวิธีปฏิบัติโบรกเกอร์

ด้านนายพิเชษฐ สิทธิอำนวย นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทยกล่าวว่า สมาคมฯได้แจ้งให้บริษัทสมาชิกส่งคำถามที่ต้องการรู้และแนวทางการปฏิษัติให้ปปง.ว่า ต้องการรู้อะไรบ้าง เพื่อนำไปเป็นแนวทางปฏิบัติต่อไป หลังจากปปง.มีคำสั่งอายัด 34 บัญชีที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายหุ้น MORE

นายพิเชษฐ สิทธิอำนวย นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย

 

ทั้งนี้ ความผิดปกติการซื้อขายหุ้น MORE ที่ผ่านมา เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายนที่ผ่านมา หลังพบวอลุ่มปริศนากว่า 1,500 ล้านหุ้น จากการตั้งราคาเปิดตลาด (ATO) ที่หุ้นละ 2.90 บาท คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 4,500 ล้านบาท จนโบรกเกอร์เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อตำรวจปอศ. ต่อมา ปปง.ตรวจสอบเส้นทางเงินพบว่า มีผู้ส่งคำสั่งซื้อหุ้นดังกล่าว  เพียงคนเดียว คือ นายอภิมุข บำรุงวงศ์ โดยเป็นการส่งคำสั่งซื้อหุ้นผ่านบริษัทหลักทรัพย์(โบรกเกอร์)​ ราว 11 แห่ง และมีผู้เกี่ยวข้อง 24 ราย

 

จากการตรวจสอบพบว่าทั้ง 24 ราย มีการตั้งคำสั่งซื้อขายในลักษณะที่เหมือนกัน โดยมีเงื่อนไขว่า ให้ซื้อขายในราคาที่มีการเปิดการซื้อขาย (ATO) และยังพบว่า คำสั่งซื้อขายของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับนายอภิมุข บำรุงวงศ์ มีหมายเลขประจำเครื่องคอมพิวเตอร์ (IP Address) ที่ตรงกับคำสั่งซื้อขายของนายอภิมุข บำรุงวงศ์ ซึ่งกลุ่มบุคคลดังกล่าวไม่ได้มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ในลักษณะของการเป็นเครือญาติ แต่ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ IP Address กลับอยู่ในสถานที่เดียวกัน

 

สุดท้ายนายอภิมุข ไม่สามารถชำระค่าซื้อหุ้นได้ ส่งผลให้ภาระการจ่ายเงินทั้งหมดตกอยู่กับโบรกเกอร์ที่เป็นผู้ส่งคำสั่งซื้อหุ้นของ นายอภิมุข ขณะที่ฝั่งผู้ขายพบว่า มีผู้เกี่ยวข้องราว 24 ราย ปปง.จึงเข้าอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบ

 

  • โทษหนักทั้งจำ-ปรับ

ตามกฎหมาย ปปง.ผู้ใดโอน รับโอน หรือเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเพื่อซุกซ่อนหรือปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สินนั้น หรือเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นไม่ว่าก่อน ขณะหรือหลังการกระทำความผิด มิให้ต้องรับโทษหรือรับโทษน้อยลง ในความผิดมูลฐาน

 

กระทำด้วยประการใดๆ เพื่อปกปิดหรืออำพรางลักษณะที่แท้จริงการได้มา แหล่งที่ตั้ง การจำหน่าย การโอน การได้สิทธิใดๆ ซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด หรือ ได้มา ครอบครอง หรือใช้ทรัพย์สิน โดยรู้ในขณะที่ได้มา ครอบครอง หรือใช้ทรัพย์สินนั้น ว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ผู้นั้นกระทำความผิดฐานฟอกเงิน ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1- 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 - 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

หากผู้ใดยักย้าย ทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย ทำให้สูญหายหรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งเอกสารหรือบันทึก ข้อมูล หรือทรัพย์สิน ที่เจ้าพนักงานยึดหรืออายัดไว้ หรือที่ตนรู้หรือควรรู้ว่าจะตกเป็นของแผ่นดินตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

หน้า 1 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 42 ฉบับที่ 3,838 วันที่ 24 - 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565