23 มิถุนายน 2021

หลาก "ปัจจัยลบ" รุมถล่มตลาด ดาวโจนส์วูบกว่า 900 จุด

22 Sep 2020 00:46 น.
อ่าน 558 ครั้ง

หลาก "ปัจจัยลบ" รุมถล่มตลาด ดาวโจนส์วูบกว่า 900 จุด

ดัชนีดาวโจนส์ดิ่งลงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดทรุดตัวกว่า 900 จุดในวันที่ 21 ก.ย. เวลาท้องถิ่นสหรัฐ ท่ามกลางปัจจัยลบหลายประการที่กระทบตลาด


 

ณ เวลา 22.37 น.ตามเวลาไทย (วันที่ 21 ก.ย.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ อยู่ที่ 26,724.88 จุด ลบ 932.54 จุด หรือ 3.37%

 

หุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการเปิดเศรษฐกิจสหรัฐ เช่น สายการบิน ค้าปลีก และธุรกิจเรือสำราญ ต่างก็ปรับตัวลง เช่นเดียวกับหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยนักลงทุนกังวลว่าอาจมีการล็อกดาวน์ระลอกใหม่ ท่ามกลางการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งอาจกระทบต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา

หลาก "ปัจจัยลบ" รุมถล่มตลาด ดาวโจนส์วูบกว่า 900 จุด

ขณะนี้ทั่วโลกติดเชื้อโควิด-19 มากกว่า 31 ล้านราย โดยสหรัฐเป็นประเทศที่มียอดผู้ติดเชื้อสูงสุดในโลกจำนวนกว่า 7 ล้านราย

         

นอกจากนี้ ตลาดยังมีความวิตกต่อความขัดแย้งระหว่างสภาคองเกรสและทำเนียบขาวในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหม่ เพื่อเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 อีกทั้งการเสียชีวิตของนางรูธ เบเดอร์ กินส์เบิร์ก ผู้พิพากษาศาลสูงสุดสหรัฐ ก็อาจกระทบต่อกระบวนการอนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจดังกล่าว ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวว่า เขาพร้อมจะเสนอชื่อผู้ที่จะเข้ามารับตำแหน่งผู้พิพากษาศาลสูงสุดแทนนางกินส์เบิร์กในวันศุกร์ หรือวันเสาร์นี้



ขณะเดียวกัน หุ้นกลุ่มธนาคารต่างก็ทรุดตัวลง หลังจากมีรายงานข่าวของเว็บไซต์ของสมาคมผู้สื่อข่าวสืบสวนสอบสวนนานาชาติ (ICIJ) ระบุว่า ธนาคารหลายแห่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมโอนเงินที่ต้องสงสัย โดยข้อมูลดังกล่าวมาจากเอกสารของเครือข่ายสืบสวนอาชญากรรมทางการเงินสหรัฐ (FinCen) ที่หลุดออกไปถึงสื่อของสหรัฐ และถูกแชร์เป็นวงกว้างโดย ICIJ

 

ทั้งนี้ ธนาคารพาณิชย์หลายแห่งทั่วโลกได้ปล่อยให้มีการโยกย้ายเงินผิดกฎหมายจำนวนมากเป็นเวลานานเกือบ 20 ปี แม้จะมีสัญญาณเตือนเกี่ยวกับแหล่งที่มาของเงินดังกล่าวก็ตาม โดยเอกสารลับของ FinCen ได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการโอนเงินกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์ในระหว่างปี 2542-2560 ซึ่งเงินเหล่านี้ได้รับอนุมัติการทำธุรกรรมโดยหน่วยงานภายในของสถาบันการเงินที่อยู่ในข่ายต้องสงสัย

 

นักลงทุนยังวิตกกังวลต่อความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและจีน โดยล่าสุดประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวเมื่อวันจันทร์ (21 ก.ย.)ว่า เขาจะไม่อนุมัติการขายกิจการของติ๊กต็อก (TikTok) ให้แก่ออราเคิล คอร์ป และวอลมาร์ท อิงค์ ถ้าหากไบต์แดนซ์ (ByteDance) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของติ๊กต็อกและเป็นบริษัทจีน ยังคงถือหุ้นส่วนใหญ่


"ถ้าเราพบว่าออราเคิลและวอลมาร์ทไม่ได้เข้าถือหุ้นทั้งหมด เราก็จะไม่อนุมัติข้อตกลงดังกล่าว โดยเราจะยังคงจับตาดูอย่างใกล้ชิด" ปธน.ทรัมป์กล่าว

 

อีกปัจจัยที่มีผลต่อตลาด คือนักลงทุนจับตาถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์นี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้การออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ โดยเจ้าหน้าที่เฟดหลายราย รวมทั้งนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด มีกำหนดกล่าวแถลงการณ์ต่อคณะกรรมาธิการในสภาคองเกรสภายในสัปดาห์นี้

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดัชนีหุ้นกลุ่มแบงก์ปิดร่วง 1.07% หลังมีข่าว 4 แบงก์ไทยเอี่ยวธุรกรรมโอนเงินต้องสงสัย

เอกสารลับ FinCen แฉ 4 แบงก์ไทย ปล่อยอาชญากร โอนเงินผิดกฎหมายกว่า 1.2 พันล้าน

“ไบเดน” แฉเล่ห์ “ทรัมป์” ตั้งผู้พิพากษาศาลสูงสุดคนใหม่

ศาลแคลิฟอร์เนียเลื่อนคำสั่งแบน WeChat

Ads E-Book

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij

Add Line Friend