15 เมษายน 2021

ความสัมพันธ์ไต้หวัน-จีน บททดสอบประธานาธิบดีหญิง ‘ไช่ อิง เหวิน’

24 Jan 2016 18:00 น.
อ่าน 347 ครั้ง

ความสัมพันธ์ไต้หวัน-จีน บททดสอบประธานาธิบดีหญิง ‘ไช่ อิง เหวิน’

ชัยชนะอย่างขาดลอยของพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (ดีพีพี) พรรคฝ่ายค้านของไต้หวันเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (16 มกราคม) ทำให้ไต้หวันได้ประธานาธิบดีหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ "ไช่ อิง เหวิน" ท่ามกลางการจับตามองถึงการเดินหน้าความสัมพันธ์กับจีนนับต่อจากนี้

ไช่ อิง เหวิน วัย 59 ปี อาศัยกระแสความนิยมของพรรคก๊กมินตั๋งที่ลดต่ำลง ก้าวขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีหญิงคนแรกของไต้หวันได้สำเร็จ ด้วยชัยชนะที่ท่วมท้นหลังจากที่เธอพ่ายแพ้การเลือกตั้งต่อนายหม่า อิง จิ่ว เมื่อ 4 ปีก่อน โดยไช่ได้รับคะแนนเสียง 56% นำหน่างนายเอริค ชู ผู้สมัครจากพรรคก๊กมินตั๋งที่ได้คะแนนเสียง 31% อย่างขาดลอย เป็นชัยชนะที่ห่างที่สุดตั้งแต่ไต้หวันเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งแรกเมื่อ 20 ปีก่อน ขณะที่พรรคดีพีพีของไช่ได้ครองที่นั่ง 68 จาก 113 ที่นั่ง ยึดเสียงข้างมากในสภามาจากพรรคก๊กมินตั๋งที่ได้ที่นั่งเพียง 35 ที่นั่งเป็นครั้งแรก

ชัยชนะของไช่ถูกจับตามองจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นของความสัมพันธ์กับประเทศจีน ในขณะที่นายหม่าสนับสนุนความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับจีนมากยิ่งขึ้น ไช่มีจุดยืนที่สนับสนุนเสรีภาพมากกว่า ในการเลือกตั้งเมื่อ 4 ปีก่อนไช่ถูกโจมตีว่าถ้าเธอได้รับชัยชนะจะส่งผลให้ความสัมพันธ์กับจีนมีความตึงเครียดมากขึ้น แต่มาถึงการเลือกตั้งในครั้งนี้ เธอยืนยันที่จะรักษาความสัมพันธ์กับจีนเอาไว้ในลักษณะเดิม

"เธอใช้วิธีการพูดที่ซับซ้อนและคลุมเครือเวลาพูดถึงความสัมพันธ์ข้ามช่องแคบ มันเป็นจุดยืนที่เปิดกว้างต่อการตีความ" เชลลี ริกเกอร์ ศาสตราจารย์ด้านรัฐศาสตร์เอเชียตะวันออกจากเดวิดสัน คอลเลจ ในสหรัฐฯ ให้ความเห็น
ปีเตอร์ เชง รองประธานอาวุโสบริษัท ไอบีทีเอส อินเวสเมนต์ คอนซัลติง มองว่า ในช่วง 1-2 ปีแรก ไช่จะให้ความสำคัญกับปัญหาภายในประเทศ ส่วนความสัมพันธ์กับจีนจะเดินหน้าไปในลักษณะเดิมโดยไม่มีความคืบหน้าใดๆ ทั้งนี้ ปัญหาเศรษฐกิจเป็นหนึ่งในปัญหาภายในที่ไช่จะต้องรับมือ หลังจากเศรษฐกิจในปีที่ผ่านมาเติบโตได้ต่ำสุดในรอบกว่า 5 ปี และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้พรรคก๊กมินตั๋งสูญเสียคะแนนนิยมจนพ่ายแพ้การเลือกตั้ง

ไช่ อิง เหวิน เกิดเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2499 ที่กรุงไทเป ประเทศไต้หวัน จบการศึกษาทางด้านกฎหมายในระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน ปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยคอร์เนล สหรัฐอเมริกา และปริญญาเอกจากลอนดอน สกูล ออฟ อีโคโนมิกส์ ประเทศอังกฤษ เคยเป็นอาจารย์สอนกฎหมายและเป็นผู้เจรจาการค้าให้กับไต้หวันก่อนเข้ามาเล่นการเมืองเต็มตัวโดยเข้าร่วมพรรคดีพีพีในปี 2547 ไช่ลงชิงชัยในการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งในปี 2555 ก่อนจะมาคว้าชัยชนะได้สำเร็จในปีนี้

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,124 วันที่ 21 - 23 มกราคม พ.ศ. 2559

Ads E-Book

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij

Add Line Friend