7 พฤษภาคม 2021

บทบาท“กัญชา” กับผู้ป่วยโรคไต

17 Apr 2021 04:20 น.
อ่าน 552 ครั้ง

บทบาท“กัญชา” กับผู้ป่วยโรคไต

กัญชาในปัจจุบันได้รับความสนใจจากประชาชนและนักวิจัยเพิ่มมากขึ้น นับตั้งแต่ประกาศพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษฉบับใหม่ พ.ศ. 2562 ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 ซึ่งอนุญาตให้กัญชาสามารถนำมาใช้ในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ทาราชการ การแพทย์ การรักษาผู้ป่วย หรือการศึกษาวิจัยและพัฒนาวิจัยทางการแพทย์ได้เช่นเดียวกับสมุนไพรต่างๆกัญชามีทั้งส่วนที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และโทษหากใช้อย่างไม่เหมาะสม


สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทยได้ตระหนักและตั้งใจเผยแพร่ บทความนี้จากการรวบรวมหลักฐานทางการวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับสารเคมีต่าง ๆ ซึ่งพบจากการสกัดกัญชา ผลต่อการเปลี่ยน แปลงของไต และโรคไตที่พบเกี่ยวข้องกับการใช้กัญชา เพื่อให้ผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังและผู้ป่วยโรคไตได้พึงระวังและทราบข้อมูลความรู้ได้อย่างถูกต้องและใช้อย่างถูกวิธี

ในร่างกายของมนุษย์ มีตัวรับสารเคมีซึ่งลักษณะโครงสร้างคล้ายสารออกฤทธิ์จากกัญชา เรียกว่าตัวรับสารคานาบินอยด์ตัวรับสารเหล่านี้พบมากในสมองเส้นประสาท ทำให้กัญชาเมื่อได้รับเข้าไป มีฤทธิ์เด่นในการกดประสาท แต่ในขณะเดียวกันก็พบในอวัยวะอื่นๆ รวมถึงไตดังนั้นการได้รับสารเคมีจากกัญชา ย่อมอาจส่งผลถึงไตได้

บทบาท“กัญชา” กับผู้ป่วยโรคไต



สารเคมีจากกัญชาที่ถูกนำมาใช้ในการศึกษาและสร้างเป็นยา มี 2 สารหลักคือ 1. Delta-9-tetrahydrocannabinol (THC) และ 2. Cannabidiol (CBD) โดย THC เป็นสารเคมีหลักในกัญชาที่ทำให้เกิดการเสพติด มีฤทธิ์ทั้งกดการทำงานและหลอนประสาท แก้ปวด อีกทั้งยังกระตุ้นการทำงานของระบบหัวใจและหลอดเลือด ทำให้ ความดันโลหิตสูง ชีพจรเต้นเร็ว สาร THC สามารถก่อให้เกิดผังพืดในไตของหนูทดลองนำมาซึ่งการทำงานของไตลดลงได้ 

อีกทั้งยังพบว่า ในโรคไตจากเบาหวาน หรือ โรคไตอักเสบต่างๆ ยังพบการสร้างตัวรับสารคานาบินอยด์สำหรับ THC เพิ่มขึ้น ดังนั้น จากข้อมูลดังกล่าว การได้รับ THC มีแนวโน้มที่จะเป็นผลเสียต่อการทำงานของไตในระดับหนูทดลอง ในทางตรงกันข้าม CBD ซึ่งพบในกัญชาเช่นเดียวกันนั้น มีฤทธิ์กดประสาท ทำให้ง่วง และ เชื่อว่าสามารถลดการอักเสบได้ เนื่องจากความจำเพาะในการจับตัวรับคานาบินอยด์ของ CBD แตกต่างจาก THC อย่างก็ตาม การศึกษาในสัตว์ทดลองจนถึงปัจจุบันยังไม่พบประสิทธิภาพในการชะลอความเสื่อมของเนื้อไตจากสารเคมีนี้เช่นกัน

ข้อมูลระดับประชากรในประเทศสหรัฐอเมริกาติดตามผู้ใช้กัญชา และยาที่ผลิตจากสารสกัดกัญชาเป็นระยะเวลา 5 ปี พบว่าการใช้กัญชา และ กัญชาทางการแพทย์ไม่ว่าจะเป็นการใช้เพื่อผ่อนคลาย เพื่อเป็นยารักษาอาการปวดไม่สัมพันธ์กับการเกิดภาวะไตวายเฉียบพลันและไม่เพิ่มโอกาสการเกิดภาวะไตวายเรื้อรัง


ถึงแม้ว่า การใช้กัญชา หรือ ยาที่สกัดจากกัญชานั้น จะไม่มีผลกระทบต่อการทำงานของไต แต่ประโยชน์ที่ได้ไม่ชัดเจน แพทย์โรคไตไม่แนะนำให้ใช้กัญชาเพื่อหวังผลชะลอความเสื่อมของโรคไต อีกทั้งหากผู้ป่วยมีความจำเป็นต้องใช้ควรมีการติดตามสุขภาพอย่างใกล้ชิด เพราะเช่นเดียวกับสารเคมีที่มีฤทธิ์แก้ปวด กดประสาทอื่น ๆ เช่น มอร์ฟีน ในผู้ป่วยที่มีการทำงานของไตบกพร่องจะเพิ่มโอกาสเกิดพิษจากยา ได้รับยาเกินขนาด ง่วงซึมมากกว่าปกติ และเกิดอันตรกิริยากับยารักษาโรคประจำตัวอื่นๆ ได้ สำหรับนํ้ามันกัญชาซึ่งไม่มีการระบุส่วนผสมที่ชัดเจนแพทย์จะไม่แนะนำให้ใช้ ซึ่งพบว่ามีการรายงานว่าภายหลังรับประทานแล้วพบภาวะตับวาย ไตวายเพิ่มขึ้น จากสาเหตุที่ไม่แน่ชัดบทสรุป

กัญชาและสารประกอบกัญชามีกลไกการออกฤทธิ์ทั้งต่อระบบประสาทและไต ปัจจุบันมีการศึกษาผลของสารเคมีจากกัญชาต่อการทำงานของไตพบว่ามีความเกี่ยวข้องทำให้เกิดการอักเสบและพังผืดในไตโดยยังไม่ทราบกลไกที่แน่ชัด กัญชาทางการแพทย์ยังไม่มีที่ใช้ในการรักษาโรคไต ควรต้องศึกษาเพิ่มเติม ถึงแม้ว่าปัจจุบันยังไม่พบหลักฐานว่าการใช้กัญชาสัมพันธ์กับการเกิดโรคไตวายเรื้อรัง แต่กลุ่มผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังควรเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนจากการใช้กัญชาโดยเฉพาะฤทธิ์ต่อระบบประสาทที่มากเกิน การใช้กัญชาทางการแพทย์ควรมีระบบการติดตามความปลอดภัยของยา (Pharmacovigilance) ที่ดีเพื่อค้นหาประโยชน์และผลข้างเคียงจากการใช้ยาในอนาคต 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

หน้า 18 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,670 วันที่ 15 - 17 เมษายน พ.ศ. 2564

Ads E-Book

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij

Add Line Friend