11 พฤษภาคม 2021

สมคบคิดช่วย ‘บอส’ เปิดอักษรย่อคนเอี่ยว นับหนึ่งรื้อคดีใหม่

02 Sep 2020 20:55 น.
อ่าน 1,016 ครั้ง

สมคบคิดช่วย ‘บอส’ เปิดอักษรย่อคนเอี่ยว นับหนึ่งรื้อคดีใหม่

“วิชา” แถลงคดี “บอส อยู่วิทยา” เปรียบต้นไม้พิษต้องฟันทิ้ง ต้องนับหนึ่งรื้อคดีใหม่ เปิดอักษรย่อคนมีเอี่ยวกว่า 10 คน ฉะหลายฝ่ายสมคบคิดทำสำนวนสมยอมไม่สุจริต เสนอแก้ก.ม.เอาผิดในคดีที่หมดอายุความ 


 

นายวิชา มหาคุณ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีสำนักงานอัยการสูงสุดมีคำสั่งไม่ฟ้อง นายวรยุทธ  หรือ บอส อยู่วิทยา ในคดีต่างๆ ทุกข้อหา โดยเฉพาะข้อกล่าวหาขับรถโดยประมาททำให้ ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผบ.หมู่งานปราบปราม สน.ทองหล่อ ถึงแก่ความตายในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ เมื่อปี 2555 แถลงที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 31 กันยายน 2563 

 

นายวิชา กล่าวว่า คดีนี้เป็นเรื่องที่น่าอับอายสำหรับบุคคลและองค์กรที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม ขอเรียนว่ายังเป็นข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ ซึ่งนายกฯ เป็นกังวลว่า หากเผยแพร่ห รือเปิดเผยออกไปจะกระทบถึงเขาหรือไม่ ฉะนั้นในสรุปรายงานที่ให้กับสื่อมวลชนจะมีอักษรย่อว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องบ้าง 

 

เปรียบคดี“บอส”ต้นไม้พิษ

 

“เราเห็นพฤติกรรมที่เริ่มตั้งแต่ทำสำนวนบกพร่อง เพราะการที่ตั้งข้อหาสำหรับคนตาย โดยเฉพาะ ด.ต. วิเชียร ที่ถูกนายวรยุทธ ขับรถชนจนเสียชีวิต ถือว่าไม่เป็นธรรมและไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะไม่มีสิทธิ์ต่อสู้คดี แม้ว่าเขาจะได้รับเงินเยียวยา แต่ก็ทำให้รูปคดีเสียหายอย่างหนัก ผู้เชี่ยวชาญสอนกันมาตั้งแต่อดีตว่า หากตำรวจตั้งรูปคดีแบบนี้แสดงว่าไม่ได้จริงจังหรือจริงใจในการทำสำนวน

 

นายวิชา กล่าวว่า กระบวนการเหล่านี้เราเห็นภาพว่า พนักงานสอบสวนไม่ได้ทำงานอย่างมืออาชีพ เพราะบางข้อกล่าวหาไม่ได้ใส่ไว้ในสำนวน สอบไว้เพียงแค่ให้รู้ว่าสอบ แต่ไม่ได้จริงจัง และก็สั่งไม่ฟ้องสำหรับข้อกล่าวหา เช่น เรื่องเมาแล้วขับ 

 

คดีนี้มีการร้องขอความเป็นธรรม 14 ครั้ง โดยไม่ประสบความสำเร็จ 13 ครั้ง ส่วนการร้องขอความเป็นธรรมครั้งที่ 14 มีการยื่นพยานหลักฐานที่ก่อนหน้านี้ได้มีการปฏิเสธไปแล้ว และยังพบว่าในการร้องขอความเป็นธรรมครั้งที่ 8 วันที่ 16 มิถุนายน 2558 เป็นครั้งที่เราถือได้ว่าเป็นการร่วมมือร่วมแรงร่วมใจกัน จนผิดปกติที่สุดในกระบวนการทำสำนวนในลักษณะของการสมยอม ในการสอบสวน 

 

และยังพบว่าวันที่ก็ผิด ไม่ได้เป็นวันที่จริง เพราะวันที่มีการสอบปากคำจริง คือ วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2559 มีหลักฐานยืนยันชัดเจนทางนิติวิทยาศาสตร์ และเป็นหลักฐานที่ทำให้เชื่อโดยปราศจากข้อสงสัย ซึ่งทั้ง พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ แตงจั่น ตำรวจพิสูจน์หลักฐานในคดี และ นายสายประสิทธิ์ เกิดนิยม อาจารย์ ประจำและหัวหน้าศูนย์วิจัยเฉพาะทางวิศวกรรมการประเมินและความปลอดภัยยานยนต์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ทำให้กลับความเห็นเรื่องความเร็ว ซึ่ง พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ ยืนยันว่า มีการ กระทำในลักษณะที่ถูกกดดัน ขอเข้าอยู่ในกระบวนการคุ้มครองพยานในทันที และจากการสอบสวนของคณะกรรมการพบว่ามีผู้กระทำผิดประมาณ 10 คนขึ้นไป

 

“เรื่องนี้เป็นต้นไม้พิษ สร้างผลไม้อันเป็นพิษ บริโภคไม่ได้ ต้องฟันเสียไปทั้งหมด ในทางกระบวนการเราเห็นว่าให้มีการสอบสวนใหม่ ไม่ใช่ว่าสอบสวนพยานหลักฐานใหม่ แต่เราเห็นยิ่งกว่านั้นคือต้องนับหนึ่งใหม่ แต่เนื่องจากบางข้อหาขาดอายุความไปแล้ว คงช่วยไม่ได้ ในส่วนนี้เราจึงได้เสนอด้วยว่า หลังจากนี้จะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขเกี่ยวกับเรื่องอายุความ ที่เราเสนอว่าต้องแก้โดยเร่งด่วน ให้อายุความหยุดลงเมื่อผู้ต้องหาหลบหนี แบบเดียวกับคดีทุจริตที่ อายุความหยุดลงตราบใดที่ยังหลบหนีอยู่” นายวิชา กล่าว

 

 



 

 

ทำผิด 10 คน 8 กลุ่ม

นายวิชา กล่าวอีกว่า มีเรื่องที่ต้องดำเนินการสำหรับบุคคลที่อยู่ในตำแหน่งสูง และเป็นผู้นำองค์กร เราอาจจะไม่ได้ข้อมูลที่แท้จริงในเรื่องของทางอาญา หรือทางวินัย แต่ว่าสามารถดำเนินการได้ในแง่ของจริยธรรม โดยป.ป.ช.เป็นผู้ดำเนินการตรวจสอบ และอาจจะให้พ้นจากตำแหน่งได้โดยศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งมีผู้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ประมาณ 10 คนขึ้นไป ซึ่งมีทั้งหมด 8 กลุ่ม ดังนี้ 

 

 

สมคบคิดช่วย ‘บอส’ เปิดอักษรย่อคนเอี่ยว นับหนึ่งรื้อคดีใหม่

 

 

1. พนักงานสอบสวนซึ่งเกี่ยว ข้องกับสำนวน 2. พนักงานอัยการซึ่งปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ 3. ผู้บังคับบัญชาซึ่งแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ 4. สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติซึ่งแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ 5. ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองซึ่งแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ 6. ทนายความซึ่งกระทำผิดกฎหมาย 7. พยานซึ่งให้ การเป็นเท็จ และ 8. ตัวการผู้ใช้ และผู้สนับสนุนในการกระทำผิดกฎหมายดังกล่าว

 

เมื่อถามถึงการเสียชีวิตของนายจารุชาติ มาดทอง จากการสอบ สวนมีความเชื่อมโยงกับนายวรยุทธหรือไม่ นายวิชา กล่าวว่า จากที่เราได้มามีความเชื่อมโยงพอสมควร และเป็นที่รู้กันอยู่ ว่าใครเป็นผู้อุปถัมภ์นายจารุชาติ มีทั้งบุคคลที่มีความเกี่ยวพันกับนายวรยุทธ และกับผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ทางภาคเหนือ ซึ่งเราก็รู้กันอยู่ ดังนั้น ทางตำรวจภาค 5 กำลังดำเนินการตรวจสอบอยู่ว่าทำไมถึงมีการทำลายมือถือของนายจารุชาติ เพราะไม่น่าจะต้องทำลายถึงขนาดนั้น ก็กำลังตรวจสอบอยู่

 

เมื่อถามอีกว่าจากการสอบสวนพบความเชื่อมโยงของทนายความกับครอบครัวนายวรยุทธ อย่างไร หรือไม่ นายวิชา กล่าวว่า ก็ต้องให้สภาทนายความไปสอบต่อเพื่อให้ เห็นภาพเชื่อมโยง แต่ตอนนี้ทนายยังไม่ปรากฏตัว

 

 


 

เปิดชื่อย่อผู้เกี่ยวข้อง

 

อย่างไรก็ตาม นายวิชาได้แจกเอกสารรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ได้ส่งให้นายกฯ จำนวน 10 หน้า โดยในเอกสารมีการระบุตัวย่อผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด คือ พันตำรวจโท ธ., รองศาสตราจารย์ ส., พันตำรวจโท ว., พลอากาศโท จ., นาย จ., นาย น. อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีศาลสูง รักษาการในตำแหน่งรองอัยการสูงสุด ปฏิบัติราชการแทนอัยการสูงสุด นาย ช. และพันตำรวจเอก ธ. เป็นต้น

 

ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ ได้เสนอนายกรัฐมนตรีพิจารณาสั่งการให้ส่งเรื่องนี้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ คณะกรรมการ ป.ป.ช. คณะกรรมการ ป.ป.ท. คณะกรรมการ ป.ป.ง. คณะกรรมการอัยการ คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ สภาทนายความ เพื่อให้ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจต่อไป กับเห็นสมควรดำเนินการให้คดีอาญาในเรื่องนี้เป็นคดีพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยการสอบสวนคดีพิเศษ

 

นายกฯส่งป.ป.ท.รับไม้ต่อ

 

ด้านพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวหลังการประชุมครม.ว่า สิ่งต่างๆ เหล่านี้จะส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการตามอำนาจหน้าที่โดยทันที ถ้าเป็นตำรวจตนก็กำกับดูแลอยู่แล้ว ในส่วนอัยการนั้นก็เป็นอิสระ ในส่วนของทนายความก็มีสภาทนายความที่จะไปดูแลว่ามีบุคคลที่เกี่ยวข้องหรือไม่ 

 

และรัฐบาลจะมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เป็นศูนย์กลางติดตามดูแลประสานงานในการดำเนินการความก้าวหน้า พร้อมรายงานให้ประชาชนทราบเป็นระยะ 

 

หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3,606 หน้า 12 วันที่ 3 - 5 กันยายน 2563

 

 

 

Ads E-Book

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij

Add Line Friend