15 เมษายน 2021

MGC-ASIA รุกเต็มสูบ หวังโกยยอดขาย 2.5 หมื่นล้าน

15 Feb 2016 19:00 น.
อ่าน 398 ครั้ง

MGC-ASIA รุกเต็มสูบ หวังโกยยอดขาย 2.5 หมื่นล้าน

เอ็มจีซี-เอเชีย เตรียมเม็ดเงิน 1.5 พันล้านบาทขยายธุรกิจในปี 59 พร้อมแง้มแผนเจรจาธุรกิจกับผู้ผลิตรถยนต์เจาะตลาดต่างประเทศ มั่นใจสิ้นปียอดขายทะลุ 2.5 หมื่นล้าน ด้านผลการดำเนินงานในปี 58 เติบโตทะลุเป้ากว่า 30 % รายได้เติบโตกว่า 2.15 หมื่นล้านบาท

ดร.สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่ม บริษัท มาสเตอร์ กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด หรือ เอ็มจีซี-เอเชีย เปิดเผยว่า จากเป้าหมายของบริษัทที่เคยประกาศไว้ว่าจะมีรายได้ 5 หมื่นล้านบาท ภายในปี 2563 ทำให้ในช่วงที่ผ่านมามีการปรับโครงสร้างทางธุรกิจเพื่อสร้างความแข็งแกร่ง พร้อมกันนั้นก็มีการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศและในภูมิภาคอาเซียน

โดยปัจจุบันบริษัท มาสเตอร์กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด หรือ (เอ็มจีซี-เอเชีย)มีการแบ่งธุรกิจหลักออกเป็น 8 กลุ่ม ประกอบไปด้วย กลุ่มรถยนต์ใหม่ ได้แก่ โรลส์-รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส แบงคอก, แอสตัน มาร์ติน แบงคอก, มิลเลนเนียม ออโต้ (บีเอ็มดับเบิลยู และมินิ) พัฒนาการฮอนด้า และนิสสันเยาวราช ,กลุ่มรถยนต์มือสอง ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู พรีเมียม ซีเลคชั่น , มินิ เน็กซ์,ฮอนด้าเซอร์ทิฟายยูสคาร์, มาสเตอร์เซอร์ทิฟายยูสคาร์สและ ซุปเปอร์คาร์ส ,กลุ่มธุรกิจรถเช่า ได้แก่ มาสเตอร์คาร์เรนเทิ้ล (เช่าระยะยาว) และ ซิกท์ (Sixt) เรนท์อะ คาร์(เช่าระยะสั้น) ,กลุ่มธุรกิจอาฟเตอร์มาร์เก็ตได้แก่ มาสเตอร์ มอเตอร์ เซอร์วิสเซส(MMS)

ธุรกิจโบรกเกอร์ประกันภัย ในนามบริษัท แมกซี่ อินชัวรันส์ โบรกเกอร์ จำกัด ,ธุรกิจให้บริการศูนย์สารสนเทศ ในนามบริษัท ไอทเวนตี้โฟร์(i24) จำกัด ,ธุรกิจศูนย์พัฒนาและฝึกอบรมบุคลากร ภายใต้ มาสเตอร์ ออโตโมทีฟเทรนนิ่งเซ็นเตอร์ (MAT) และใหม่ล่าสุดที่เพิ่งรุกในปีที่ผ่านมาคือธุรกิจเรือสำราญ อะซิมุท ไทยแลนด์ ภายใต้ เอ็มจีซี-มารีน

ดร.สัณหวุฒิ กล่าวเพิ่มเติมว่า ส่วนเป้าหมายในปี 2559 บริษัทคาดว่าจะมีรายได้ 2.5 หมื่นล้านบาท เติบโต 15 % โดยแผนงานหลักๆที่จะสนับสนุนการเติบโตดังกล่าวจะมาจากการลงทุนทั้งสิ้นกว่า 1.5 พันล้านบาท ซึ่งเบื้องต้นจะทำการเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการเมกะโปรเจ็กต์ภายใต้ชื่อ"เอ็มจีซี-เอเชีย ออโต้เพล็กซ์ @ ภูเก็ต ที่ประกอบไปด้วย โชว์รูม โรลส์-รอยซ์, แอสตัน มาร์ติน, เรือยอร์ชอาซิมุท , บีเอ็มดับเบิลยูและมินิ, รถยนต์มือสอง, ศูนย์ซ่อมสีและตัวถังครบวงจร รวมถึงการขยายธุรกิจทั้งในส่วนฟลีตรถเช่าและสาขาของเอ็มเอ็มเอส ที่จะเปิดบริการเต็มรูปแบบในปลายไตรมาส1

นอกจากนั้นแล้วในไตรมาส 3 จะเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการหลังการขายแห่งใหม่ของ บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ และฮอนด้า รวมถึงรถยนต์มือสอง, ศูนย์ซ่อมสีและตัวถังครบวงจรที่หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ภายใต้ชื่อ "เอ็มจีซี-เอเชีย ออโต้เพล็กซ์ @ หาดใหญ่"โดยมีการลงทุนกว่า 700 ล้านบาท ซึ่งบริษัทคาดว่าแนวรุกดังกล่าวจะทำให้ยอดขายรวมของมิลเลนเนียม ออโต้ ที่จำหน่ายรถบีเอ็มดับเบิลยู และมินิ มีกว่า 4.5 – 5 พันคัน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่ทำได้ 4.5 พันคัน

ขณะที่พัฒนาการ ฮอนด้า ออโตโมบิล ซึ่งถือว่าเติบโตอย่างมากในปีที่ผ่านมา เนื่องจากบริษัทได้มีการเข้าซื้อกิจการของบริษัท ซัมมิท ฮอนด้า ออโตโมบิลฯ และสามารถทำยอดขายในปีที่ผ่านมา 4,735 คัน และในปีนี้บริษัทได้ตั้งเป้าหมายยอดขายไว้ที่ 6 พันคัน, ด้านนิสสันเยาวราช ในนาม บริษัทโยโกฮามา มอเตอร์ จำกัด ในปีนี้ได้ตั้งเป้าหมายการขายไว้ที่ 600 คัน และบริษัทยังเตรียมพิจารณาว่าจะเข้าซื้อกิจการเพิ่ม ส่วนกลุ่มธุรกิจรถยนต์มือสอง ภายใต้มาสเตอร์ เซอร์ทิฟายด์ ยูสคาร์ มียอดขาย 1,350 คัน และตั้งเป้าในปีนี้ 1.6 พันคัน

ส่วนแผนงานในกลุ่มรถเช่า ปัจจุบันมีรถอยู่ในพอร์ตจำนวน 6 พันคันจากทั้ง 2 แบรนด์ที่เปิดให้บริการ ซึ่งในส่วนของซิกท์ ซึ่งเป็นการให้เช่าในระยะสั้นนั้นจะขยายไปยังประเทศอื่นๆในภูมิภาคมากขึ้น โดยในช่วงที่ผ่านมาเปิดให้บริการสาขาเวียงจันทน์ และที่มาเลเซีย ได้มีการเข้าไปซื้อธุรกิจรถเช่าแบรนด์ยูโรคาร์เรนท์ ที่เปิดให้บริการที่กัวลาลัมเปอร์ และตามแผนงานที่วางไว้จะเปิดเพิ่มอีก 5 แห่ง นอกจากนั้นแล้วจะเข้าไปขยายตลาดเวียดนาม ที่ฮานอย และโฮจิมินห์

ด้านธุรกิจอาฟเตอร์มาร์เก็ต หรือ เอ็มเอ็มเอส จะมีการขยายเอาต์เลตให้ครอบคลุม โดยจะจับมือกับสถานีบริการน้ำมันเอสโซ่ และตั้งเป้าหมายการขยายสาขาในปีนี้จำนวน 15 แห่ง หรือทำรายได้กว่า 500 ล้านบาท

ด.ร.สัณหวุฒิ กล่าวเพิ่มเติมว่า ด้านผลการดำเนินงานในปี 2558 บริษัทมีรายได้รวมกว่า 2.15 หมื่นล้านบาท เติบโต 30 % เมื่อเทียบกับปี 2557 โดยปัจจัยที่ทำให้ยอดขายโตมาจากการปรับโครงสร้างธุรกิจให้มีความชัดเจน และอีกประการคือใช้โมเดลธุรกิจผ่านการเข้าซื้อกิจการ(เทกโอเวอร์) ซึ่งปีที่ผ่านมาได้ซื้อซัมมิท ฮอนด้า ออโตโมบิล ส่งผลให้ยอดขายและรายได้มีการเติบโต โดยจากเดิมบริษัทจะตั้งเป้าการเติบโตเฉลี่ย 15 -20 % แต่ปีที่ผ่านมาเติบโตกว่า 30 %

"ปีที่ผ่านมาการขายรถในกลุ่มอัลตร้า ลักชัวรีอย่างโรลส์-รอยซ์ หรือแอสตัน มาร์ติน ยังคงได้รับการตอบรับที่ดี แม้จะมีปัจจัยด้านการจัดเก็บภาษีนำเข้าและกระบวนการต่างๆที่ยังไม่ชัดเจน โดยแอสตันมาร์ติน สามารถทำยอดขายสูงสุดในภูมิภาค ทำให้บริษัทแม่เห็นศักยภาพและแต่งตั้งให้บริษัทสิทธิในการดูแลตลาดเวียดนาม เมียนมา และกัมพูชาในอนาคต ซึ่งความคืบหน้าในตอนนี้อยู่ในระหว่างการศึกษารายละเอียดเรื่องแนวทางในการลงทุนและดำเนินธุรกิจในประเทศต่างๆ ส่วนยอดขายรถในกลุ่มอื่นๆก็ยังคงเติบโต และเรามีแผนงานที่จะเข้าไปพูดคุยกับหลายค่ายเพื่อเป็นตัวแทนจำหน่าย รวมไปถึงการเป็นผู้นำเข้าซึ่งตอนนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป แต่แบรนด์ที่เราจะทำนั้นจะไม่ทับซ้อนกับแบรนด์ที่มีอยู่แล้วแน่นอน และในปีนี้จะมีการทำตลาดเรือยอตช์ ด้วยการนำรุ่นใหม่ราคาประมาณ 10 ล้านบาท "

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,131 วันที่ 14 - 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

Ads E-Book

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij

Add Line Friend