7 พฤษภาคม 2021

เงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าในช่วงสั้นก่อนจะทยอยแข็งค่า

17 Apr 2021 03:25 น.
อ่าน 900 ครั้ง

เงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าในช่วงสั้นก่อนจะทยอยแข็งค่า

เงินบาทอ่อนค่าลงอย่างมากในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา จากอิทธิพลของเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าและความกังวลต่อภาวะเงินเฟ้อ โดยเงินบาทอ่อนค่ามากที่สุดในภูมิภาครองจากเงินเยน โดยอ่อนค่า 4.6% จากตันปี ทั้งนี้ เราประเมินว่า เงินบาทจะยังมีแนวโน้มอ่อนค่าต่อไปอีกระยะหนึ่ง ก่อนที่จะทยอยกลับมาแข็งค่าในช่วงครึ่งหลังของปี 


เงินดอลลาร์ยังคงมีแนวโน้มแข็งค่าในระยะนี้ เนื่องจากความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ สะท้อนจากตัวเลขการจ้างงานและความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องสอดคล้องกับการเร่งฉีดวัคชีนและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ สนับสนุนการกลับมาเปิดเศรษฐกิจ ล่าสุด IMF ประเมินว่าจีดีพีสหรัฐฯ จะขยายตัวสูงถึง 6.4* และเป็นประเทศผู้นำการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกในปีนี้

เงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าในช่วงสั้นก่อนจะทยอยแข็งค่า



แนวโน้มเศรษฐกิจและปัจจัยฤดูกาลกดดันเงินบาทให้อ่อนค่าด้วย การระบาดของโควิด- 19 ในไทยที่รุนแรงขึ้นในระยะนี้เพิ่มความเสี่ยงที่รัฐบาลจะกลับมาปิดเมืองคุมเข้มและชะลอการเปิดประเทศออกไป ขณะเดียวกัน ในเดือนเมษายนซึ่งตรงกับเทศกาลสงกรานต์แล้ว เป็นจุดเริ่มต้นของฤดูกาลจ่ายเงินปันผลของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์และส่งเงินกลับของบริษัทต่างชาติด้วยโดยประเมินว่าเงินปันผลที่จ่ายให้นักลงทุนต่างชาติกว่า 7.44 หมื่นล้านบาท บางส่วนอาจถูกส่งกลับไปยังต่างประเทศ ประกอบกับราคาทองคำที่ลดลงและราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นในช่วงนี้ทำให้การนำเข้าของไทยสูงขึ้น มีแนวโน้มกดดันดุลบัญชีเดินสะพัดไทยในช่วงนี้  


อย่างไรก็ตาม ในช่วงครึ่งหลังของปี เงินบาทมีแนวโน้มกลับมาแข็งค่าที่ 29.75 ณ สิ้นปี 2021 การค้าและการเดินทางระหว่างประเทศมีแนวโน้มดีขึ้นเมื่อหลายประเทศเร่งรัดการฉีดวัคชีนหากอ้างอิงอัตราการฉีดในปัจจุบัน เศรษฐกิจหลักจะสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ได้ในปีนี้ โดยสหรัฐฯสหราชอาณาจักร และยุโรปมีแนวน้มฉีดวัคนให้ประชากรได้มากถึง 100% 97% และ 72% ตามลำดับ จึงเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนสูงขึ้น และทำให้มีเม็ดเงินไหลกลับเข้ามาลงทุนในเอเชีย  

โครงสร้างพื้นฐานต่างประเทศของไทยที่แข็งแกร่งยังดึงดูดเงินทุนไหลเข้าไทยด้วย จากทั้งแนวโน้มดุลบัญชีเดินสะพัดที่กลับมาเกินดุลตามการฟื้นตัวของการค้าโลก และนโยบายการเงินของไทยมีแนวโน้มผ่อนคลายน้อยกว่าประเทศอื่นๆ ในเอเชีย ทำให้อัตราผลตอบแทนที่แท้จริงยังสูง และเป็นปัจจัยดึงดูดเงินทุนไหลเข้าด้วย 

 

คอลัมยังอีโคโนมิสต์


ธนธิป ตั้งเจตนาพร 

สายงานธุกิจตลาดทุน ธนาคาร กสิกรไทย

หน้า 14 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,670 วันที่ 15 - 17 เมษายน พ.ศ. 2564 

Ads E-Book

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij

Add Line Friend