16 มิถุนายน 2021

แบงก์ไทยอึด เงินกองทุนรับหนี้เสียได้ 21%

03 Sep 2020 20:20 น.
อ่าน 612 ครั้ง

แบงก์ไทยอึด เงินกองทุนรับหนี้เสียได้ 21%

กูรูชี้ สถาบันการเงินไทยแกร่ง เงินกองทุนสูงถึง 2.9 ล้านล้านบาท สามารถรับหนี้เสียได้ถึง 21% จากปัจจุบัน 3.1% แนวโน้มจะเพิ่มขึ้น แต่หลายฝ่ายเร่งออกมาตรการรับมือ


การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังรุนแรงในหลายประเทศและการระบาดรอบใหม่ในบางประเทศ ทำให้รัฐบาลในหลายประเทศขยายระยะเวลามาตรการเยียวยาที่ประกาศใช้ในช่วงก่อนหน้า ขณะที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)ประเมินว่า จะใช้เวลาไม่น้อยกว่า 2  ปีที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมจะกลับมาสู่ระดับเดิม และยังต้องระวังความเสี่ยงจากโอกาสเกิดการระบาดรอบสอง

 

ดังนั้น จึงประเมินกันว่า หากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจลากยาวไปถึง 5 ปี เสี่ยงที่จะกระทบต่อฐานะสถาบันการเงิน  จากแนวโน้มลูกหนี้ที่จะกลายเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) มากขึ้น

 

นายนริศ สถาผลเดชา เจ้าหน้าที่บริหารทีเอ็มบีหรือ TMB Analytics เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”ว่า ธนาคารแห่งประเทศ (ธปท.) ได้เตรียมความพร้อมระบบสถาบันการเงิน มาก่อนที่จะเกิดวิกฤติโควิด-19 โดยจะเห็นว่า ระดับ เงินกองทุน ของ สถาบันการเงิน ที่สูงถึง 2.9 ล้านล้านบาท คิดเป็น 19% ของเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง สามารถรองรับเอ็นพีแอลได้ถึง 21% จากปัจจุบันที่เอ็นพีแอลอยู่ที่ 3.1% เมื่อเทียบกับช่วงวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 ที่มีเงินกองทุนเพียง 4.6 แสนล้านบาท ทำให้วิกฤติรอบนี้แตกต่างจากปี 2540

 

แบงก์ไทยอึด เงินกองทุนรับหนี้เสียได้ 21%



อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากโควิด ทำให้ลูกหนี้รายย่อยของสถาบันการเงินเข้ารับความช่วยเหลือในมาตรการพักชำระหนี้ราว 3.82 ล้านล้านบาท หรือราว 79% จากยอดหนี้ทั้งหมด 4.84 ล้านล้านบาท โดยเป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอี 2.25 ล้านล้านบาท คิดเป็น 46% ของสินเชื่อเอสเอ็มอีรวม 4.92 ล้านล้านบาท  และบริษัทรายกลางและธุรกิจรายใหญ่เข้าพักชำระหนี้ 20% แต่สถาบันการเงินไทยกำลังเผชิญปัญหาหนี้ของครัวเรือนและเอสเอ็มอี ไม่ใช่หนี้ของบริษัทขนาดใหญ่

 

 “หากเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน จะเห็นได้ว่า ไทยมีความพร้อมและมีการจัดการหนี้เอ็นพีแอลไม่ให้เพิ่มมากขึ้น โดยเริ่มเห็นสัญญาณจากลูกหนี้รายย่อยที่ครบกำหนดพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย 6 เดือนกลับมาชำระหนี้บางส่วนแล้ว ส่วนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจะเห็นภาพชัดหลังสิ้นเดือนตุลาคม ซึ่งครบอายุมาตรการ"

 

นอกจากนั้น ธนาคารพาณิชย์ยังมีกำไรสะสมครึ่งปีประมาณ 9 หมื่นล้านบาท รวมทั้งปีมีกำไรสะสมรวม 1.5 แสนล้านบาท ซึ่งจะเป็นกันชนอีกระดับจากปีก่อนที่มีกำไรทั้งระบบ 2 แสนล้านบาท ขณะเดียว กันธปท.มีการทดสอบภาวะวิกฤติเป็นระยะและสินทรัพย์สภาพคล่องของธนาคารสูง 4.8 ล้านล้านบาท สามารถรองรับกระแสเงินสดที่อาจไหลออกในภาวะวิกฤติ (Liquidity Coverage Ratio: LCR) ที่ 183.4%


นายสมประวิณ มันประเสริฐ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่และผู้บริหารสายงานวิจัยและหัวหน้าทีมวิจัยเศรษฐกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด กล่าวว่า ระบบการเงินของประเทศไทยมีเสถียรภาพมาก ดูจากเครื่องชี้ต่างๆ ที่สะท้อน ไม่ว่าการสำรองต่อหนี้เอ็นพีแอล เงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง หรือเงินสำรองด้านสภาพคล่อง ระบบธนาคารสามารถรองรับแรงกระแทกที่สามารถจะเกิดขึ้นได้ดีพอสมควร แต่ความไม่แน่นอนก็ยังมีอยู่มาก

 

แบงก์ไทยอึด เงินกองทุนรับหนี้เสียได้ 21%

 

“ทุกฝ่ายไม่ได้วางใจ โดยไม่ทำอะไรเลย จะเห็นว่าทุกคนเฝ้าระวังถ้าเปรียบเสมือนร่างกาย เราได้สร้างภูมิคุ้มกันมาแล้วจุดหนึ่ง แม้วันนี้เกิดโรคโควิด ซึ่งยังไม่รู้ว่าเชื้อโรคจะกลายพันธุ์รุนแรงมากขึ้นหรือไม่ ดังนั้นมาตรการในอนาคต จึงมีความจำเป็น ทั้งเรื่องมาตรการด้านเศรษฐกิจโดยเฉพาะมาตรการทางการเงิน ก็มีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ระบบการเงิน ซึ่งในวันนี้ได้มีการทำอยู่และทำมาถูกทางจึงไม่ควรจะตกใจจนเกินไป”

 

นางสาวธัญญลักษณ์ วัชระชัยสุรพล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทยจำกัดกล่าวว่า โจทย์ภาคการเงินในระยะข้างหน้า ยังต้องติดตามคุณภาพเอ็นพีแอล ซึ่งสิ้นปีน่า จะอยู่ที่ระดับ 3.5% มูลหนี้ 5.8 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่ 5.09 แสนล้านบาท คิดเป็น 3.09% ซึ่งปีนี้และปีหน้ามาตรการของธปท.ที่ผ่อนปรนเกณฑ์การจัดชั้นหนี้ มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รวมทั้งการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ และรัฐบาลคงจะออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ประสบปัญหาต่อเนื่อง จะทำให้น้ำหนักการเพิ่มขึ้นของเอ็นพีแอลจะถูกลดทอนลงจะไม่ไหลเป็นเอ็นพีแอล

 

แบงก์ไทยอึด เงินกองทุนรับหนี้เสียได้ 21%

 

 “สถานะระบบแบงก์ไทยอยากให้สบายใจในความแข็งแกร่งในหลายมิติ ทั้งเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงหรือกันสำรองต่อค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ, LCR โดยเฉพาะเงินกองทุนชั้นที่ 1 เทียบสินทรัพย์เสี่ยงอยู่ที่ระดับ 15.8% ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่ 9.5% และสูงกว่าเมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้ว (สหรัฐ สิงคโปร์ ) และมาเลเซียและรอบนี้สถาบันการเงินยังทำหน้าที่ร่วมกับทางการต่อไปได้”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ออมสินให้ประมงพาณิชย์ไทย กู้สูงสุด 10 ล้านบาท

เปิดชื่อหุ้นเด็ด ช่วงโค้งท้ายปี

บอนด์ “วอลเล็ต สบม.” เหลือเพียง 1,000 ล้านบาทเท่านั้น

5 หุ้นเด็ด รับอานิสงส์โควิด

 

หน้า 1 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 40 ฉบับที่ 3,605 วันที่ 30 สิงหาคม - 2 กันยายน พ.ศ. 2563

Ads E-Book

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij

Add Line Friend