16 เมษายน 2021

จับแม่มณีได้...แล้วไง! เงินฉันอยู่ไหนละ..ได้คืนมั้ย

13 Nov 2019 16:00 น.
อ่าน 12,041 ครั้ง

จับแม่มณีได้...แล้วไง! เงินฉันอยู่ไหนละ..ได้คืนมั้ย

คอลัมน์ ปฏิกิริยา : บิ๊กอ๊อต ปากพนัง

 

ในที่สุดจากหน่วยสืบสวนไล่ล่าของตำรวจ ก็พบเจ้าของเพจลงทุนออมเงิน “แม่มณี” นางสาววันทนีย์ ทิพย์ประเวช หรือ นาเดียร์ อายุ 28 ปี และจับกุมได้ที่ห้องเช่าแห่งหนึ่งใน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี หลังหลบหนีมากบดาน พร้อมสามี

 

ถึงตอนนี้ทุกคนที่หลวมตัว กลายเป็นเหยื่อ เป็นผู้เสียหาย คงมีคำถามในใจว่า แล้วเงินที่ฉันลงทุนออมไปล่ะจะได้คืนมั้ย จะเอาคืนยังไง เมื่อไรจะได้คืน บางคนถึงกับกู้เงินจากที่อื่นเพื่อมาลงทุนกับแม่มณี จากเจ้าหนี้เป็นลูกหนี้ทันที

 

ขณะที่รอคำตอบที่ไม่รู้เมื่อไร   ขบวนการแชร์ลูกโซ่ที่โกงผู้ลงทุนก็ผุดโผล่ออกมาราวกับดอกเห็ดในฤดูฝน ทั่วสารทิศ ชุมพร สุพรรณบุรี เชียงใหม่ อุดรธานี โคราช

 

เริ่มที่ภาคเหนือกันก่อน “แชร์ลูกปัด” เบี้ยวเงินสูญนับล้าน โดยกลุ่มผู้เสียหายจากการลงทุนแชร์ลูกปัดกว่า 50 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวไทยภูเขาเผ่าม้งที่อาศัยอยู่พื้นที่ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ นำเอกสารหลักฐาน และลูกปัดบรรจุถุง เข้าแจ้งความกับตำรวจที่ สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ หลังถูกชักชวนให้ร่วมลงทุนแพ็กลูกปัดให้กับร้านค้าหนึ่งทางโซเชียลมีเดีย อ้างให้ผลตอบแทนเงินลงทุน 1 โปร 700 บาท เมื่อนำลูกปัดไปแพ็กใส่ถุง จากนั้นเมื่อแพ็กเสร็จแล้วนำมาส่งให้จะได้รับผลตอนแทนโปรละ 300 บาท 

 

เบื้องต้นมีผู้หลงเชื่อและนำเงินร่วมลงทุนกว่า 100 ราย วงเงินลงทุนตั้งแต่หลักแสนจนถึงหลักล้านบาท โดยกลุ่มผู้เสียหายช่วงแรกได้รับผลตอบแทนจริงตามที่ตกลง จึงนำเงินไปลงทุนเพิ่มอีก แต่จู่ ๆ นางสาวฝน ผู้ชักชวนให้ลงทุนก็โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กกลุ่มรับงานว่า  “ตอนนี้ร้านมีปัญหา ไม่สามารถโอนค่าแรงให้ทุกคนได้นะคะ แอดต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ” 


 
คราวนี้ลงใต้บ้าง แชร์ “แม่นิว” ชวนเล่นหลายร้อยวง เบี้ยวเงินสูญนับสิบล้าน แชร์นี้ เกิดขึ้นที่ จ.ชุมพร หลังจากแม่นิว เปิดเฟซบุ๊ก ชวนเล่นแชร์หลายร้อยวง ให้ผลตอบแทนต่างๆกัน แต่แน่นอนสูงกว่าดอกเบี้ยธนาคาร ความแตกเมื่อกลุ่มผู้เสียหายวงแชร์ “แม่นิว” พบว่าเจ้าตัวหายจ้อยเข้ากลีบเมฆ โรงเรียนเฟซบุ๊ก ติดต่อไม่ได้ เงินก็ไม่ได้  ได้แต่แจ้งความไว้



 

มาที่ภาคกลาง จ.สุพรรณบุรี สาวบางปลาม้า นางสาววิจิตรา คล้ายอุบล อายุ 25 ปี เท้าแชร์แม่มิ้ง โดยใช้ชื่อเฟซกลุ่ม “บ้านน้องปริมพารวย” รายนี้ทำความเสียหายให้เหยื่อนับร้อยล้านเช่นกัน แต่ด้วยความหวาดกลัว ได้รีบมามอบตัวเองไม่ต้องเหนื่อยแรงตำรวจ และบอกว่าตอนนี้ไม่มีทรัพย์สินมีค่าแล้ว ข่าวระบุว่าที่แม่มิ้งเดินทางเข้ามามอบตัวกับตำรวจก็เพราะว่ากลัวลูกแชร์ตามมาทวงหนี้ด้วย และกลัวลูกแชร์มาก่อเหตุทำร้ายร่างกายด้วย เบื้องต้นแม่มิ้งจะไม่ขอยื่นประกันตัว เพราะถ้าหากประกันตัวไปก็จะถูกลูกแชร์ตามเช็กบิลอย่างแน่นอน   


 
กลับมาที่แชร์แม่มณีอีกครั้ง ฤทธิ์ของเท้าแชร์เจ้านี้แผ่ไปถึงโคราช มีเหยื่อถูกหลอกสูญเงินถึง 15 ล้านบาท ตัวแทนของกลุ่มผู้เสียหาย เปิดเผยว่าได้เข้าร่วมลงทุนในแชร์มณีตั้งแต่เดือนมีนาคมโดยทราบข่าวการตั้งวงแชร์แม่มณีจากสื่อออนไลน์ ต่อมากลุ่มแชร์แม่มณีได้จัดงานพบปะแนะนำวงแชร์ที่เขาใหญ่ จ.นครราชสีมาจึงได้เข้าไปร่วมรับฟังและตัดสินใจลงทุน โดยเริ่มลงทุนครั้งแรกในจำนวนเงินไม่มาก แต่เมื่อได้ผลตอบแทนจริงตามที่ระบุไว้จึงได้เพิ่มการลงทุนและได้ชักชวนญาติพี่น้องเพื่อนสนิทต่างๆร่วมลงทุนประมาณ 50 - 60 คน รวมจำนวนเงิน15 ล้านบาทจนกระทั่งเดือนตุลาคมที่ผ่านมาไม่ได้รับเงินและทราบว่าวงแชร์แตก 

 

เฉพาะคดีแชร์แม่มณี กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สรุปในเบื้องต้นว่า มีผู้ตกเป็นเหยื่อถึง 3,428 ราย วงเงินความเสียหาย 984.86 ล้านบาท

 

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของแชร์ลูกโซ่ธรรมดาที่ใช้วิธีการต้มตุ๋นชักชวนให้คนร่วมลงทุน โดยให้ผลตอบแทนสูงเป็นตัวล่อ เป็นพฤติกรรมที่ได้ยินได้ฟังกันบ่อยๆ และไม่เฉพาะคนระดับรากหญ้าที่ขาดความรู้ความเข้าใจในการลงทุนเท่านั้นที่ตกเป็นเหยื่อของแก๊งมิจฉาชีพ แม้แต่นักลงทุนในตลาดหุ้น ซึ่งถือเป็นผู้มีฐานะ มีความรู้ความเข้าใจการลงทุน ยังตกเป็นเหยื่อการหลอกต้มในตลาดหุ้นด้วยเหมือนกัน 

 

อย่างคดีแชร์ออนไลน์ “กองุทน Forex 3D” มีลักษณะคล้ายกับคดีแชร์ลูกโซ่อื่น แต่มีความซับซ้อนมากกว่าคดีแชร์แม่มณี พร้อมทั้งมีการโฆษณาในหลายช่องทางให้เห็นถึงการลงทุน โดยเหยื่อแชร์แม่มณี เป็นคนชั้นกลางและผู้มีรายน้อย ส่วนเหยื่อในตลาดหุ้น ไล่ขึ้นไปตั้งแต่คนชั้นกลางยันคนระดับเศรษฐี มีเงินลงทุนระดับสิบล้านบาท จนถึงระดับหมื่นล้านบาท 


 
คดีแชร์ลูกโซ่นี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ มีความเป็นห่วงประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อของแชร์ลูกโซ่ ก็ได้เสนอให้ ส.ส. ของพรรคพลังประชารัฐ ให้เสนอกฎหมายพ.ร.บ.แชร์ลูกโซ่ เข้าสภาเพื่อเป็นการ ช่วยเหลือประชาชนที่ตกเป็นผู้เสียหายและปกป้องพ่อแม่พี่น้องประชาชนไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ  โดยกระทรวงยุติธรรมเสนอตั้งหน่วยหลัก วันสต็อปเซอร์วิส ช่วยเหลือทวงเงินคืนผู้เสียหาย ตั้งกองทุนเยียวยาเหยื่อ เพิ่มบทลงโทษเท้าแชร์ 

 

ประเด็นที่อยากจะกล่าวถงคือ เมื่อจับผู้กระทำผิดได้แล้ว เหยื่อหรือผู้เสียหายมีโอกาสได้รับเงินคืนได้อย่างไร  จะจัดลำดับการคืนเงินอย่างไรให้ถูกต้องยุติธรรม เพราะตามที่เป็นข่าว บรรดาเท้าแชร์เล่นแร่แปรธาตุ ยักย้ายถ่ายเท กลายเป็นทรัพย์สินต่างๆ ปรากฏว่าทรัพย์สินที่ยึดได้มีนิดเดียว

 

ว่ากันตามคดีความ เรื่องนี้ต้องขอความเห็นอัยการ ดร.มาร์ค เจริญวงศ์ อัยการจังหวัด ประจำสำนักงานอัยการสูงสุด ผู้คร่ำหวอดทางกฎหมาย  ท่านกล่าวว่า 

 

“หนี้ของเอกชน ทวงได้ก็ด้วยการฟ้องฉ้อโกงประชาชนครับ ส่วนการจะตั้งกองทุนมาเยียวยาคนถูกโกงที่เป็นหนี้เพราะความโลภ น่าจะยากครับ เพราะหนี้ของเกษตรกรที่เกิดจากการกู้มาทำมาหากินโดยสุจริต แต่เกิดฝนแล้ง เป็นหนี้ที่ต้องค้างชำระ รัฐยังเยียวยาเขาได้ไม่ดีเท่าที่ควรเลย หากเอาเงินมาช่วยคนโลภ คนที่เป็นเหยื่อก็จะรู้สึกว่าถึงโดนโกงเดี๋ยวรัฐก็มีมาตรการเยียวยา ก็จะยิ่งขาดความระมัดระวัง เหมือนปัญหาเรื่องหนี้นอกระบบ หรือหนี้ของครูที่กู้สหกรณ์ ปัญหาก็ยังจะวนๆ อยู่แบบนั้น” ท่านอัยการกล่าวและว่า


 

คดีแชร์นี้ต่อให้ศาลพิพากษาให้ชนะคดี แต่ถ้ายอดหนี้สูงมาก ทำได้เต็มที่ก็แค่บังคับยึดทรัพย์ของผู้กระทำผิดขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้ แต่ดูจากปริมาณความเสียหายแล้วเชื่อว่ายอดหนี้มีสูงมากกว่าทรัพย์สินที่มีอยู่ 

 

ดังนั้นการที่เจ้าหนี้จะได้เงินคืนกันครบทุกคนคงเป็นเรื่องยาก แม้จะเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาแต่เมื่อทรัพย์สินไม่พอใช้หนี้ สุดท้ายคงทำได้แค่ฟ้องให้เป็นบุคคลล้มละลาย เพื่อที่หากว่าผู้กระทำผิดมีรายได้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะได้นำรายได้ของบุคคลล้มละลายทยอยคืนเจ้าหนี้ต่อไป ซึ่งแน่นอนว่าต้องใช้เวลาอีกยาวนานมากในการที่เจ้าหนี้จะได้รับเงินคืนครับ
 


ทั้งนี้ท่านอัยการได้ให้ข้อคิดเตือนใจว่า “อะไรที่ทำกำไรจนผิดสังเกต อย่าเข้าไปยุ่ง การกำหนดโทษสูงไม่ช่วย แต่อาจได้ผลในทางกลับกันครับ คือโกงให้ได้เงินเยอะขึ้นครับ” 

 

“ถ้าทำผิดแล้วต้องรับโทษหนักขึ้น ผู้กระทำผิดจะเลือกทำผิดให้มีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นด้วย เช่นถ้าใครมียาบ้า 5 เม็ด ต้องรับโทษประหารชีวิต คนทำผิดคิดว่าต้องรับโทษหนักอยู่แล้ว ถ้าจะทำทั้งทีก็จะมียาบ้าเป็นแสนเป็นล้านเม็ด เพราะต้องรับโทษหนักอยู่แล้ว” นี่คือความคิดของคนที่คิดทำชั่ว

 

เมื่อผมยิงคำถามว่า “ทำอย่างไรให้เหยื่อได้เงินคืนเยอะที่สุดและเร็วขึ้นครับ”


คำตอบคือ “ไม่มีทางอื่นครับ”


ส่วนคนโลภ สรุปต้องทำใจว่าโอกาสสูญเงินมีสูงกว่าได้คืน แต่ยังไงก็ควรแจ้งความไว้เผื่อได้คืนมาบ้าง และขอให้จำเป็นบทเรียนสักทีเถิด

Ads E-Book

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij

Add Line Friend