"แรมโบ้"ฉะ"พิธา"ยันปิดประชุมเป็นเรื่องของสภาพิจารณา

05 ม.ค. 2564 เวลา 12:41 น.93

"แรมโบ้"ซัด"พิธา"ปิดประชุมเป็นเรื่องของสภาพิจารณา ไม่ใช่เรื่องนายกฯ ยันนายกฯไม่เคยปัดความรับผิดชอบ และที่ผ่านมาทำงานอย่างหนักเพื่อหามาตรการต่างๆ ช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากโควิด  

 

วันที่ 5 ม.ค. 64 นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล แสดงความเห็นต่อสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่นายกฯไม่เคยมองเห็นความผิดพลาดตัวเอง รัฐบาลต้องการมีอำนาจแต่ไม่ต้องการรับผิดชอบ แก้ปัญหาผิดทิศผิดทาง ผิดซ้ำซาก และค้านปิดสภาฯ โดยยืนยันว่าที่ผ่านมารัฐบาลได้แก้ไขปัญหาสถานการณ์โควิด-19  มาถูกทางแล้ว ไม่เช่นนั้นการระบาดครั้งที่ผ่านมาจะไม่สามารถคลี่คลายลงได้ และการระบาดครั้งนี้นายกฯได้ใช้ประสบการณ์จากครั้งที่แล้วในการออกมาตรการต่างๆ และนายกฯยังเข้าใจสถานการณ์ทางเศรษฐกิจเป็นอย่างดีเพื่อให้ไม่กระทบกับผู้ประกอบการ ด้วยการที่ยังไม่ล็อกดาวน์ประเทศ  
นายสุภรณ์ กล่าวว่า นายกฯ และรัฐบาลไม่เคยปัดความรับผิดชอบ โดยนายกฯ ยังได้สั่งตรวจสอบขบวนการลักลอบแรงงานต่างด้าวเข้าเมืองแล้ว พร้อมให้ดำเนินการปราบปรามบ่อนการพนันอย่างเข้มงวด และให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบเรื่องนี้เพื่อให้เกิดผลสำเร็จ นอกจากนี้ยังยืนยันว่านายกฯมีความเป็นห่วงและให้ความสำคัญกับประชาชนทุกคน และผู้ประกอบการต่างๆ ไม่เคยทอดทิ้ง  
และการที่ยังต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้น เพราะเห็นว่าเป็นกฎหมายที่สามารถนำมาใช้ในการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ได้ในช่วงที่รอให้มีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติโรคติดต่อ ฉบับปรับปรุงแก้ไข ซึ่งเชื่อว่าประชาชนก็เห็นด้วยกับเรื่องนี้ หรือเว้นแต่ผู้ที่อยากจะทำผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อยากให้มีการชุมนุมเท่านั้น ที่อยากให้ยกเลิกในช่วงที่ประเทศเกิดวิกฤตโควิดเช่นนี้
ส่วนที่ นายพิธา ไม่เห็นด้วยกับการปิดประชุมสภาฯ นั้น การปิดสภา ไม่เกี่ยวข้องกับนายกฯ สภาก็หารือกันเองมิใช่หรือ นายกฯ ไม่ได้ไปสั่งการอะไร ตนเองมองว่านายพิธาคงยังไม่เข้าใจสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ในขณะนี้ สถานการณ์เช่นนี้ทุกฝ่ายจะต้องช่วยกันป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคให้มากที่สุด อยากให้นายพิธามองเห็นถึงสุขภาพของเพื่อนสมาชิกสภาฯ ด้วย มากกว่าจะมาคิดเรื่องของการเมือง
"ความเป็นฝ่ายค้าน ต้องค้านอย่างมีเหตุผล บนพื้นฐานตรรกะความเป็นจริง มิใช่นั่งเทียนแล้วพูดเดาอย่างไร้เหตุผล เพียงหวังการตีกินทางการเมืองโดยเอาความเดือดร้อนของประชาชนมาหากินทางการเมือง นักการเมืองสไตร์นี้จบเส้นทางการเมืองมาหลายรายแล้ว ตนจึงอยากเห็นนายพิธา จะเป็นตัวอย่างที่ดีในสายตาประชาชน แต่ถ้าเล่นการเมืองแบบเดิม โจมตีกล่าวหาใส่ร้ายป้ายสี ในที่สุดความเสื่อมศรัทธาจะตามมา พรรคก้าวไกล จะกลายเป็นพรรคก้าวถอยหลังลงคลองในสายตาประชาชนอย่างแน่นอน" นายสุภรณ์ ระบุ

แท็กที่เกี่ยวข้อง