8 มีนาคม 2021

27 ต.ค. เปิดศึกแย่งซื้อข้าวหอมมะลิ

25 Oct 2020 11:54 น.
อ่าน 63,694 ครั้ง

27 ต.ค. เปิดศึกแย่งซื้อข้าวหอมมะลิ

อีสานทัวร์ลง  “โรงสี-พ่อค้า” วิ่งล่อง สำรวจผลผลิตข้าวหอมมะลิ “เกรียงศักดิ์” เผย 27 ต.ค. ผลผลิตจะทยอยออกสู่ตลาด ประเมินผลผลิตดีกว่าปีก่อน ล่าสุดหอบเครื่องวัดความชื้นแจกชาวนา แนะข้าวล้มจมน้ำควรผึ่งแดดก่อนขาย


เกรียงศักดิ์ ตาปนานนท์

 

นายเกรียงศักดิ์ ตาปนานนท์ นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ได้มาสำรวจข้าวในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงวันที่ 23-26 ตุลาคม 63  เป็นรอบที่ 2 ซึ่งจากการได้ดูในหลายพื้นที่ ทั้งพื้นปลูกข้าวหอมมะลิ และข้าวเหนียว สภาวะอากาศ  อากาศเริ่มเย็นลง ฝนน้อย แดดดี ข้าว กข15เริ่มเก็บเกี่ยว คาดว่า หลังวันที่ 27 ตุลาคม การเก็บเกี่ยวหนาตามากขึ้นในหลายพื้นที่  ซึ่งในปีนี้การเก็บเกี่ยวล่าช้า เนื่องจากอากาศปิดในช่วงพายุเข้ามาในช่วงเดือนตุลาคม ทำให้ข้าวสุกช้าลง ทั้ง กข15 และข้าวหอมมะลิ105 บ้างพื้นที่ในนามีน้ำขัง อาจมีอุปสรรคในการเก็บเกี่ยวบ้าง ซึ่งจะส่งผลด้านคุณภาพ และความชื้น (ข้าวล้มจมน้ำควรนำไปผึ่งแดดก่อนจึงนำมาขายแต่ต้องระวังไม่ให้เหม็นอับเหม็นเปรี้ยว)

 

27 ต.ค. เปิดศึกแย่งซื้อข้าวหอมมะลิ

 

ส่วน “ข้าวเหนียว” ในขณะนี้เริ่มมีการเก็บเกี่ยวส่วนใหญ่ จะเป็น พันธุ์ กข22 มีพันธุ์ที่เรียกกันติดปากคือเปลือกขาว และเปลือกแดง(พันธุ์ อีเตี้ยเล้าแตกโรงสีไม่นิยม ปลูกน้อยลง)และยังมีข้าวเหนียวอีกหลายพันธุ์ที่ชาวนาปลูก ส่วน กข6 ต้นสูง และต้นเตี้ย  จะเริ่มเก็บเกี่ยว ประมาณกลางเดือน พฤศจิกายน โดยร่วมผลผลิต ดีกว่าปีที่ผ่านมา ทั้งข้าวหอมมะลิ และข้าวเหนียว

 

27 ต.ค. เปิดศึกแย่งซื้อข้าวหอมมะลิ

 

นายเกรียงศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับการมาในครั้งนี้ยังได้นำเครื่องวัดความชื้นมามอบให้ ท่านกำนันสมจิตร ทองเชิด กำนันตำบลผไทรินทร์ อำเภอหนองหงส์ จังหวัดบุรีรัมย์ ตามที่ได้รับปากท่านไว้  สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2563 ผมได้ขับรถเที่ยวดูทุ่งข้าวหอมมะลิภาคอีสาน โดย สหกรณ์การเกษตรเพื่อลูกค้า ธ.ก.ส.บุรีรัมย์ ที่อยู่ในพื้น ประสานงานให้ผมได้พบกับท่านกำนันและผู้ใหญ่บ้าน จึงได้มีโอกาสพบปะพูดคุยกับท่านกำนันสมจิตร ทองเชิด กำนันตำบล ผไทรินทร์ อำเภอหนองหงส์ จังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมผู้ใหญ่บ้านอีกหลายท่าน ถึงภาพรวมการเพาะปลูกข้าวหอมมะลิ  ต่างมีความเห็นตรงกันว่าผลผลิตดีกว่าปีที่ผ่านม

 



27 ต.ค. เปิดศึกแย่งซื้อข้าวหอมมะลิ

จากการที่ได้มีการพูดคุยถึงการตากข้าวเปลือกของเกษตรกร (ลูกบ้าน) ผมถามว่าทำไมถึงทราบว่าข้าวที่ตากแห้งใช้ได้แล้วและจึงเก็บนำไปขึ้นยุ้ง  ท่านตอบว่าใช้ประสบการณ์ ดูแดด ตากสองแดด ตากสามแดด สรุปได้ว่าอาศัยการสังเกตุและประสบการณ์ ผมจึงแนะนำเล็กๆ น้อยๆ ว่าการตาก ต้องระวัง 1)ข้าวแห้งมากเกินไปก็ทำให้สูญเสียน้ำหนัก ข้าวซีดขาดมัน 2)ถ้าตากหนาเกินไป อาจไม่แห้งหรือแห้งไม่สม่ำเสมอก็จะทำให้เสื่อมคุณภาพเร็วเมล็ดข้าวจะเป็นฟันหนู(สีเหลือง) และ3)ถ้าตากไม่ดี โดนฝน โดนน้ำค้าง ข้าวจะป่นมีเมล็ดหักมากกว่าที่ควรจะเป็น

 

27 ต.ค. เปิดศึกแย่งซื้อข้าวหอมมะลิ

 

“ผมเลยบอกว่าเอาอย่างนี้ จะซื้อเครื่องวัดความชื้นมาให้ (ท่านปรบมือดีใจกันทุกคน) ใช้ตรวจสอบความชื้น มอบให้เป็นส่วนกลาง เพื่อเป็นประโยชน์ต่อชุมชน ผมประทับใจคำพูดของท่านกำนัน ท่านกล่าวว่า ชาวนาได้ประโยชน์ตากข้าวได้ดี โรงสีได้ข้าวคุณภาพดี  ดีด้วยกัน” โดย มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ สหกรณ์การเกษตรเพื่อลูกค้า ธ.ก.ส.บุรีรัมย์ ที่อยู่ในพื้น สอนวิธีการใช้เครื่องวัดความชื้น ที่ถูกต้อง หวังเป็นอย่างยิ่ง “ว่าจะเป็นการช่วยลดการสูญเสีย ด้านน้ำหนักและคุณภาพของข้าวเปลือก ไม่มากก็น้อย”


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เช็กด่วน “พยากรณ์อากาศ” 25-26 ต.ค. 63 พื้นที่อากาศหนาวเย็น-มีฝนตก

โรงสี อีสาน ผวาพายุพัดถล่มนาข้าวหอมมะลิ เสียหาย

นับถอยหลัง 40 ชม. แจ้งเกิด “พายุโมลาเบ​"

โหมโรง “ข้าวหอมมะลิ” ก่อนซื้อขายจริง

Ads E-Book

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij

Add Line Friend