เปิดประวัติ“พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุวิมล”ว่าที่ผบช.ก.“โรโบคอปสายบุญ”

29 ส.ค. 2563 เวลา 4:52 น.28.9k

“บิ๊กต่อ-พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุวิมล”ว่าที่ ผบช.ก. ประวัติไม่ธรรมดาเลยทีเดียว เป็นทั้งนักบู๊-นักบุญ

   

 
เคาะออกมาเรียบร้อยแล้ว สำหรับตำแหน่ง “ผู้บัญชาการสอบสวนกลาง” หรือ ผบช.ก. เป็นไปตามคาด เมื่อที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม เป็นประธาน เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ที่ผ่านมา ได้เลื่อนให้  “บิ๊กต่อ-พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุวิมล” จากรองผบช.ก. ให้ขึ้นเป็น ผบช.ก.คนใหม่ ในการแต่งตั้งโยกย้าย ประจำปี 2563 


ชื่อของ “บิ๊กต่อ” นั้น ได้รับเสียงชื่นชมในโลกโซเชียล หลังงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อปรากฏภาพนายตำรวจใหญ่ท่านนี้แต่งกายเต็มยศก้มกราบหญิงชราที่มาเฝ้ารับเสด็จฯ อยู่ริมถนน


 นอกจากนั้น ในปฏิบัติการปิดล้อม “เทอมินอล 21 โคราช” เมื่อเย็นวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 ข้ามคืนจนถึงเช้าวันที่ 9 กุมภาพันธ์ เพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่ถูกจับเป็นตัวประกัน ออกมาจากห้าง และจัดการกับ “จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา” ทหารค่ายสุรธรรมพิทักษ์ คนร้ายมือกราดยิง จนประสบความสำเร็จ 


ขุมกำลังแบ็คอัพที่ร่วมปฏิบัติการครั้งนี้ หนึ่งในนั้นคือ “บิ๊กต่อ-พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล” รองผบช.ก. ผู้อยู่เบื้องหลังปฏิบัติการ  ที่ได้นำกำลังตำรวจหน่วยคอมมานโด ไปปฏิบัติการร่วมที่ จ.นครราชสีมา ร่วมกับหน่วยหนุมาน ของ กองปราบฯ ตำรวจหน่วยนเรศวร 261 ตชด. และ ทหาร 

                                                   พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุวิมล

 

เปิดประวัติ “บิ๊กต่อ”


“บิ๊กต่อ-พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล” เกิดเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2507 ที่จังหวัดเพชรบุรี ปัจจุบันอายุ 56 ปี มีพี่น้อง 5 คน เป็นบุตรคนสุดท้องของนายนิพนธ์ และ นางสมนึก สุขวิมล สมรสกับ นิภาพรรณ มีบุตรสาว 2 คน 

 

เริ่มเรียนชั้นประถมศึกษา ที่โรงเรียนพันธะศึกษา เขตดุสิต กรุงเทพฯ ก่อนจะไปเรียนต่อชั้นมัธยม ที่โรงเรียนโยธินบูรณะ และเรียนระดับปริญญาตรีที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยเป็นสิงห์แดง รุ่นที่ 38 


หลังเรียนจบก็ได้เข้าทำงานเป็นพนักงาน บริษัท น้ำมันคาลเท็กซ์ ทำอยู่ได้ 7 ปี ก็ตัดสินใจลาออก เพื่อเดินตามความฝันตัวเองที่มีมาตั้งแต่เด็ก ๆ คือ การรับราชการตำรวจ 


โดยได้เข้าอบรมหลักสูตรการฝึกอบรมผู้มีวุฒิทางด้านนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ เพื่อบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร (กอต.) รุ่นที่ 4 จนได้สวมเครื่องแบบตำรวจอย่างที่ตั้งใจไว้

 

 “บิ๊กต่อ” เริ่มต้นชีวิตเป็นตำรวจตั้งแต่ปี 2540 ดำรงตำแหน่งเป็นรองสารวัตร อยู่ที่ กองกำกับการสายตรวจปฏิบัติการพิเศษ 191 เป็นเวลา 2 ปี 


โดยในปี 2543 ขณะติดยศร้อยตำรวจโท ได้ไปเรียนที่ โรงเรียนสืบสวนที่วิทยาลัยการตำรวจ เรียนจบสอบได้ที่ 3 ตามกติกาผู้ที่สอบได้ที่ 1 และ 2 จะไปอยู่กองปราบ แต่เนื่องจากเวลานั้นคนที่ได้ที่ 1 อยู่กองปราบอยู่แล้ว ขณะที่คนที่ได้ที่ 2 เป็นครูอยู่ที่ศูนย์ฝึกอบรม ไม่มา จึงได้ย้ายจาก 191 มาเป็น รองสารวัตร อยู่ในสังกัดกองปราบปราม เป็นหัวหน้าชุดสืบสวน อยู่งานแผนก 3 กอง 2 รถวิทยุ ใช้ชีวิตเป็นตำรวจอยู่ที่กองปราบฯ เป็นเวลา 17 ปี

                            เปิดประวัติ“พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุวิมล”ว่าที่ผบช.ก.“โรโบคอปสายบุญ”


จากนั้นขึ้นเป็น สารวัตร ที่ตำรวจท่องเที่ยว อยู่สถานี 3 กองกำกับการ 1 ดูแลรถวิทยุฝั่งธน 
ต่อมาได้ย้ายจากสายตำรวจท่องเที่ยว มาดำรงตำแหน่ง สารวัตรกองร้อยที่ 3 คุมเรื่องการปราบจลาจล ทำอยู่ได้ไม่นาน เมื่อมีการเปลี่ยน ผบ.ตร. คนใหม่ ได้รับการสับเปลี่ยนตำแหน่งให้มาคุมรถสายตรวจกองร้อยที่ 5 กระทั่งได้ขึ้นเป็น รองผู้กำกับการปฏิบัติการพิเศษ 


หลังจากเข้าเรียนโรงเรียนผู้กำกับ เป็น รองผู้กำกับ ก็ได้รักษาการผู้กำกับกองปฏิบัติการพิเศษ จนครบวาระของการเป็นผู้กำกับ 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จัดทัพตำรวจ "พล.ต.อ.สุวัฒน์”ผบ.ตร.- “พล.ต.ต.ต่อศักดิ์”ผบช.ก.

ก.ตร.เคาะโผตำรวจ“พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล”ขึ้นเป็นผบช.ก. 

คุมถวายความปลอดภัย


กระทั่งได้ขึ้นเป็น รองผู้การที่กองปราบปราม ดูแลกองกำกับการหน่วยปฏิบัติการพิเศษ มีหน้าที่ดูแลความปลอดภัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขณะนั้นดำรงพระอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ ขณะนั้นดำรงพระอิสริยยศ เป็นพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าทีปังกรฯ และทำหน้าที่ชุดอารักขาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรฯ  โดยรับหน้าที่สำคัญมาตั้งแต่วันนั้น

 

ต่อมาในวันที่ 27 มกราคม 2562 ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ( สตช.) เปลี่ยนชื่อกองบังคับการถวายความปลอดภัยและปฏิบัติการพิเศษ เป็น กองบังคับการตำรวจมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ 904 

 

และเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2562 มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล  จากผู้บังคับการถวายความปลอดภัยและปฏิบัติการพิเศษ ดำรงตำแหน่ง  ผู้บังคับการมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ 904

                                          เปิดประวัติ“พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุวิมล”ว่าที่ผบช.ก.“โรโบคอปสายบุญ”


ต่อมาเดือนกันยายน 2562 พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ ได้เลื่อนตำแหน่งเป็น รองผบช.ก. 


ก่อนที่ในการแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจระดับสูง ประจำปี 2563 นี้ ที่ประชุม ก.ตร. ได้คัดเลือกแต่งตั้งให้ พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ เลื่อนขึ้นเป็น ผบช.ก.


“บิ๊กต่อ-โรโบคอปสายบุญ”


 
ระหว่างปฏิบัติราชการตำรวจ พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ ได้รับฉายาต่าง ๆ มากมาย ที่น่าสนใจ อาทิ เป็นเจ้าของฉายา "มือปราบสายธรรมะ"

 

นอกจากนั้น เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2562 สมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย ได้ร่วมกับสำนักวิจัยซูเปอร์โพล ตัวแทนจากสื่อต่างๆ ร่วมกันคัดเลือกและพิจารณาตั้งฉายาตำรวจประจำปี 2562 จำนวน 12 นาย โดยหนึ่งในนั้น มีชื่อของ พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผบช.ก. ได้รับฉายา “โรโบคอปสายบุญ”

 

ด้วยเหตุผลที่ว่า พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ภาพลักษณ์นักบู๊และนักบุญ เดินทางสายบุญและสายบู๊คู่ขนาน เป็นรุ่นพี่ที่สีกากีรุ่นน้องให้ความเคารพ กำกับดูแลหน่วยคอมมานโด จบหลักสูตร FBI USA ปราบปรามมือปืนรับจ้าง จับกุมผู้มีอิทธิพลจนนับไม่ถ้วน 

 

ล่าสุดยังผลิตแก้วเยติขาย เพื่อนำเงินที่ได้ไปจัดซื้อเครื่องช่วยหายใจ มอบให้กับโรงพยาบาล เป็นอุปกรณ์ที่สำคัญที่สุดในการช่วยเหลือชีวิตผู้ป่วย โดยมอบให้โรงพยาบาลทั่วทุกภาค ถืออุดมคติที่ว่า “ธรรมที่แทรกซึมเข้าในจิตใจผู้ใดย่อมนำความร่มเย็นเป็นสุขสู่สังคมบ้านเมือง” 


นี่จึงเป็นที่มาของฉายา “โรโบคอปสายบุญ”
 

                                      เปิดประวัติ“พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุวิมล”ว่าที่ผบช.ก.“โรโบคอปสายบุญ”

 

“คอมมานโด”มีแต่พี่กับน้อง
ไม่มีนายไม่มีลูกน้อง

 

เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563  พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้โพสต์เฟซบุ๊ก Torsak Sukvimol ระบุว่า ... ในคอมมานโด มีแต่พี่กับน้อง ไม่มีนายไม่มีลูกน้อง ไม่มีเจ้านายไม่มีไพร่ไม่มีทาส 

 

ท่อนซุงชื่อว่าคอมมานโด พี่ช่วยแบกน้องช่วยหามถึงที่หมายไวและเบาแรง ถ้าเป็นนายชี้นิ้วสั่งลูกน้องแบกถึงที่หมายยากทุลักทุเล ถ้าเป็นเจ้าขึ้นเหยียบท่อนซุงทาสไพร่แบกอาจไม่ถึงที่หมายทาสไพร่หมดแรงตายก่อน


- พี่น้องคุยกันง่ายด้วยใจรักกัน 


- นายลูกน้องคุยกันยากเพราะคุยกันด้วยระเบียบคำสั่งไม่มีใจต่อกัน 


- เจ้ากับทาสไพร่ คุยกันไม่ได้เพราะต่างศักดิ์ งานที่ทำให้คือกลัวต้องโทษต้องทัณฑ์ ไม่มีใจให้กัน พี่หนักน้องช่วยแบ่ง น้องล้มพี่พยุง พี่ไม่ไหวพักก่อนได้ น้องเต็มใจแบกไปต่อ น้องไม่ไหวก็พักก่อนได้ พี่เต็มใจแบกไปต่อ น้องผิดพี่ช่วยสอน พี่ผิดน้องช่วยเตือน นี่คือพี่น้อง แต่ถ้าน้องล้มพี่ถอยห่าง พี่เซน้องโดดหนี น้องพลาดพี่ซ้ำ นี่ไม่เรียก ว่าพี่ว่าน้อง ท่อนซุงชื่อว่าคอมมานโดก็คงจมดินอยู่กับที่ ไม่ก้าวไปใหน " คอมมานโดมีแต่พี่กับน้อง "

                  ++++++++++

 

อำนาจหน้าที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง


     
(ก) เป็นฝ่ายอํานวยการด้านยุทธศาสตร์ให้สํานักงานตํารวจแห่งชาติในการวางแผน ควบคุม ตรวจสอบ ให้คําแนะนําและเสนอแนะการปฏิบัติงานตามอํานาจหน้าที่ของกองบัญชาการตํารวจสอบสวนกลางและหน่วยงานในสังกัด

 

(ข) ถวายความปลอดภัยสําหรับองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท ผู้สําเร็จราชการแทนพระองค์ พระบรมวงศานุวงศ์ ผู้แทนพระองค์ และพระราชอาคันตุกะ

 

(ค) ปฏิบัติงานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และกฎหมายอื่นอันเกี่ยวกับความผิดทางอาญาทั่วราชอาณาจักรหรือตามที่ได้รับมอบหมาย รวมทั้งปฏิบัติงานทะเบียนตามอํานาจหน้าที่ที่กฎหมายกําหนด

 

(ง) ดําเนินการเกี่ยวกับการรักษาความสงบเรียบร้อย การให้ความปลอดภัย แก่บุคคลสําคัญและประชาชน การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม และการกระทําความผิดที่เป็นภัยกับความมั่นคงของประเทศ 

 

(จ) ช่วยเหลือ อํานวยความสะดวก และให้ความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว 

 

(ฉ) ควบคุม จัดการจราจร ช่วยเหลืออํานวยความสะดวก และให้บริการบนทางหลวงและทางพิเศษต่างๆ 

 

(ช) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย