27 ตุลาคม 2020
- WWW.SETTRADE.COM -  SET  -  -  -         Value  -  Mil.Baht         SET50  -  -  -         Value  -  Mil.Baht         SET100  -  -  -         Value  -  Mil.Baht         sSET  -  -  -         Value  -  Mil.Baht         SETCLMV  -  -  -         Value  -  Mil.Baht         SETHD  -  -  -         Value  -  Mil.Baht         SETTHSI  -  -  -         Value  -  Mil.Baht         SETWB  -  -  -         Value  -  Mil.Baht         mai  -  -  -         Value  -  Mil.Baht             AGRO  -  -  -       AGRI  -  -  -       FOOD  -  -  -           CONSUMP  -  -  -       FASHION  -  -  -       HOME  -  -  -       PERSON  -  -  -           FINCIAL  -  -  -       BANK  -  -  -       FIN  -  -  -       INSUR  -  -  -           INDUS  -  -  -       AUTO  -  -  -       IMM  -  -  -       PAPER  -  -  -       PETRO  -  -  -       PKG  -  -  -       STEEL  -  -  -           PROPCON  -  -  -       CONMAT  -  -  -       PROP  -  -  -       PF&REIT  -  -  -       CONS  -  -  -           RESOURC  -  -  -       ENERG  -  -  -       MINE  -  -  -           SERVICE  -  -  -       COMM  -  -  -       HELTH  -  -  -       MEDIA  -  -  -       PROF  -  -  -       TOURISM  -  -  -       TRANS  -  -  -           TECH  -  -  -       ETRON  -  -  -       ICT  -  -  -       TFEX       SET50 Index Futures       S50V20  -  -  -        S50X20  -  -  -        S50Z20  -  -  -        S50H21  -  -  -        S50M21  -  -  -        S50U21  -  -  -      Sector Index Futures       BANKZ20  -  -  -        COMMZ20  -  -  -        ENERGZ20  -  -  -        FOODZ20  -  -  -        ICTZ20  -  -  -      Single Stock Futures       AAVZ20  -  -  -        ADVANCZ20  -  -  -        AEONTSZ20  -  -  -        AMATAZ20X  -  -  -        AOTZ20  -  -  -        APZ20  -  -  -        BAZ20  -  -  -        BANPUZ20  -  -  -        BAYZ20  -  -  -        BBLZ20  -  -  -        BCHZ20  -  -  -        BCPZ20  -  -  -        BCPGZ20X  -  -  -        BDMSZ20  -  -  -        BEAUTYZ20  -  -  -        BECZ20  -  -  -        BEMZ20  -  -  -        BGRIMZ20  -  -  -        BHZ20  -  -  -        BJCZ20  -  -  -        BLAZ20  -  -  -        BLANDZ20  -  -  -        BPPZ20  -  -  -        BTSZ20X  -  -  -        CBGZ20  -  -  -        CENTELZ20  -  -  -        CHGZ20  -  -  -        CKZ20  -  -  -        CKPZ20  -  -  -        COM7Z20X  -  -  -        CPALLZ20  -  -  -        CPFZ20  -  -  -        CPNZ20  -  -  -        DELTAZ20  -  -  -        DTACZ20  -  -  -        EAZ20  -  -  -        EASTWZ20  -  -  -        EGCOZ20  -  -  -        EPGZ20  -  -  -        ERWZ20  -  -  -        ESSOZ20  -  -  -        GFPTZ20  -  -  -        GLOBALZ20X  -  -  -        GPSCZ20  -  -  -        GULFZ20Y  -  -  -        GUNKULZ20  -  -  -        HANAZ20  -  -  -        HMPROZ20  -  -  -        ICHIZ20  -  -  -        INTUCHZ20  -  -  -        IRPCZ20  -  -  -        ITDZ20  -  -  -        IVLZ20  -  -  -        JASZ20  -  -  -        JMTZ20  -  -  -        KBANKZ20  -  -  -        KCEZ20  -  -  -        KKPZ20  -  -  -        KTBZ20  -  -  -        KTCZ20  -  -  -        LHZ20  -  -  -        LPNZ20  -  -  -        MZ20  -  -  -        MAJORZ20  -  -  -        MBKZ20  -  -  -        MEGAZ20  -  -  -        MINTZ20X  -  -  -        MTCZ20  -  -  -        ORIZ20  -  -  -        OSPZ20  -  -  -        PLANBZ20  -  -  -        PRMZ20  -  -  -        PSHZ20  -  -  -        PSLZ20  -  -  -        PTGZ20  -  -  -        PTTZ20  -  -  -        PTTEPZ20  -  -  -        PTTGCZ20  -  -  -        QHZ20  -  -  -        RATCHZ20  -  -  -        ROBINSZ20X  -  -  -        RSZ20  -  -  -        SZ20  -  -  -        SAMARTZ20  -  -  -        SAWADZ20  -  -  -        SCBZ20X  -  -  -        SCCZ20  -  -  -        SGPZ20  -  -  -        SIRIZ20  -  -  -        SPALIZ20  -  -  -        SPCGZ20  -  -  -        SPRCZ20  -  -  -        STAZ20  -  -  -        STECZ20  -  -  -        STPIZ20  -  -  -        SUPERZ20  -  -  -        TASCOZ20  -  -  -        TCAPZ20  -  -  -        THAIZ20  -  -  -        THANIZ20X  -  -  -        THCOMZ20  -  -  -        THGZ20  -  -  -        TISCOZ20  -  -  -        TKNZ20  -  -  -        TMBZ20  -  -  -        TOAZ20  -  -  -        TOPZ20  -  -  -        TPIPLZ20  -  -  -        TPIPPZ20  -  -  -        TQMZ20  -  -  -        TRUEZ20  -  -  -        TTAZ20  -  -  -        TTCLZ20  -  -  -        TTWZ20  -  -  -        TUZ20  -  -  -        TVOZ20  -  -  -        UNIQZ20  -  -  -        VGIZ20  -  -  -        VNGZ20  -  -  -        VNTZ20  -  -  -        WHAZ20  -  -  -        WHAUPZ20  -  -  -      GF10 Futures       GF10V20  28,310  +10  814        GF10Z20  28,360  -20  1,069        GF10G21  28,440  -  331      GF50 Futures       GFV20  28,280  -  35        GFZ20  28,340  +30  14        GFG21  28,480  +150  21      Gold Online Futures       GOZ20  1,908.00  +0.10  11,402        GOH21  1,917.30  +2.60  1,544      GOLD-D       GDZ20  1,907.90  +1.60  1      USD Futures       USDV20  -  -  -        USDX20  -  -  -        USDZ20  -  -  -        USDH21  -  -  -      BB3 Futures       BB3Z20  -  -  -        BB3H21  -  -  -      TGB5 Futures       TGB5Z20  -  -  -        TGB5H21  -  -  -      RSS3 Futures       RSS3V20  -  -  -        RSS3X20  -  -  -        RSS3Z20  -  -  -        RSS3F21  -  -  -        RSS3G21  -  -  -        RSS3H21  -  -  -        RSS3J21  -  -  -      RSS3D Futures       RSS3DV20  -  -  -        RSS3DX20  -  -  -        RSS3DZ20  -  -  -        RSS3DF21  -  -  -        RSS3DG21  -  -  -        RSS3DH21  -  -  -        RSS3DJ21  -  -  -      Index Options       Most Active Call Volume     Most Active Put Volume         

"หัวเว่ย"เดือด โต้สหรัฐป่วนซัพพลายเชน หวังฮุบตลาด

19 May 2020 05:30 น.

ผู้บริหารของ “หัวเว่ย” ออกมายอมรับว่า มาตรการล่าสุดของสหรัฐฯ ส่งผลกระทบรุนแรงต่อธุรกิจของบริษัทเต็มๆ แบบไม่อาจหลีกเลี่ยง


 

นายริชาร์ด หยู ประธานเจ้าหน้าที่บริหารประจำกลุ่มธุรกิจ หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสิเนส กรุ๊ป เปิดเผยผ่านทางบัญชี “วีแชท” ซึ่งเป็นแอปส่งข้อความของจีนว่า การที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกากดดันให้บริษัททั่วโลกร่วมแบนการส่งออก “ชิป” หรือ “เซมิคอนดัคเตอร์” ให้กับบริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยีส์ โดยหวังสกัดหัวเว่ยฯ ออกจากห่วงโซ่อุปทานนั้น มีจุดประสงค์เดียวก็คือ เพื่อให้สหรัฐฯครองอำนาจด้านเทคโนโลยีของโลกต่อไปแต่เพียงผู้เดียว ไม่ได้มีเหตุผลด้านความมั่นคงอย่างที่อ้างไว้

ริชาร์ด หยู ประธานเจ้าหน้าที่บริหารประจำกลุ่มธุรกิจ หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสิเนส กรุ๊ป

"เหตุผลด้านความมั่นคงทางไซเบอร์เป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้น สหรัฐฯกีดกันหัวเว่ยเพราะกลัวว่าบริษัทจากจีนจะเข้ามาครองอำนาจทางเทคโนโลยีแทนบริษัทสหรัฐฯ”

 

ความพยายามล่าสุดของรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งกระทำผ่านทางกระทรวงพาณิชย์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (15 พ.ค.) มีเป้าหมายเพื่อจำกัดการจำหน่ายชิปของบรรดาบริษัทผู้ผลิตนานาชาติให้กับหัวเว่ย ซึ่งการไม่สามารถเข้าถึงแหล่งผลิตชิปซึ่งเป็นชิ้นส่วนสำคัญในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายอย่างรวมทั้งอุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคมที่หัวเว่ยเป็นผู้ผลิตนั้น จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อธุรกิจของหัวเว่ย และหากคิดเป็นความสูญเสียด้านรายได้ก็แตะระดับหลายพันล้านดอลลาร์ เนื่องจากบริษัทต้องพึ่งพาซัพพลายเออร์จากต่างประเทศอยู่มาก และไม่อาจหาทางเลือกใหม่ได้ในระยะเวลาสั้นๆ

 

“การตัดสินใจของสหรัฐฯในครั้งนี้ เป็นการกระทำโดยพลการฝ่ายเดียว และเป็นอันตรายคุกคามต่อทั้งอุตสาหกรรมทั่วโลก ส่งผลกระทบต่อการขยายธุรกิจ การซ่อมบำรุง และการปฏิบัติงานของเครือข่ายการสื่อสารโทรคมนาคมมูลค่าหลายแสนล้านดอลลาร์ที่หัวเว่ยได้ปูพรมติดตั้งไปแล้วในมากกว่า 170 ประเทศทั่วโลก” ผู้บริหารของหัวเว่ยระบุ และยอมรับว่า แรงบีบจากสหรัฐฯในครั้งนี้ส่งผลต่อธุรกิจของหัวเว่ยอย่าง “ไม่อาจหลีกเลี่ยง”  





ทีเอสเอ็มซี (TSMC) ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ป้อนให้กับหัวเว่ย เป็นบริษัทไต้หวัน

“เซมิคอนดัคเตอร์” กล่องดวงใจหัวเว่ย ในเงื้อมมือสหรัฐ

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (15 พ.ค.) กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ประกาศกฎเกณฑ์ใหม่ โดยมีเป้าหมายที่จะสกัดกั้นการส่งมอบเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกให้กับบริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยีส์ ยักษ์ใหญ่ด้านอุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคมของจีน เป็นการเพิ่มแรงกดดันต่อหัวเว่ยซึ่งถูกสหรัฐฯขึ้นบัญชีดำอยู่แล้วโดยสหรัฐฯอ้างว่าหัวเว่ยเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ

 

ทั้งนี้ ภายใต้กฎเกณฑ์ดังกล่าว กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯระบุว่า บริษัทต่างชาติที่ใช้อุปกรณ์ผลิตชิปของสหรัฐฯจะต้องขอใบอนุญาตจากสหรัฐฯ ก่อนที่จะทำการขายชิปหรือเซมิคอนดัคเตอร์ที่ผลิตได้นั้นให้กับหัวเว่ย และนั่นหมายความว่า สหรัฐฯอาจพิจารณาไม่อนุญาตก็ได้ ซึ่งเท่ากับว่า หัวเว่ยจะได้ใช้ชิปแบบไหนอย่างไร จะมีสหรัฐเป็นผู้กุมชะตา และตัดสินใจว่าจะอนุญาตให้หรือไม่ให้ใช้

  

รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ถือว่า หัวเว่ยซึ่งเป็นผู้นำเครือข่ายสื่อสารไร้สาย 5G นั้น เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ โดยเชื่อว่าอุปกรณ์ของหัวเว่ยอาจถูกใช้เพื่อทำการจารกรรมข้อมูลทางไซเบอร์  แต่หัวเว่ยก็ปฏิเสธข้อกล่าวหานั้นมาโดยตลอด

 

แรงบีบล่าสุดของสหรัฐฯนี้ เป็นเรื่องใหญ่สำหรับหัวเว่ย เนื่องจากชิปเป็นส่วนประกอบสำคัญอย่างมากในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของบริษัท ตั้งแต่สถานีฐาน (station base) ที่ต้องใช้ในเครือข่าย5G ไปจนถึงโทรศัพท์สมาร์ทโฟน แม้ว่าหน่วยงานที่ออกแบบชิปหรือเซมิคอนดัคเตอร์ที่หัวเว่ยจำเป็นต้องใช้นั้นจะเป็นบริษัทที่ชื่อ “ไฮซิลิคอน” (HiSilicon) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของหัวเว่ยเอง แต่การผลิตชิปเหล่านั้น เกิดขึ้นที่โรงงานของบริษัทไต้หวันที่ชื่อ ทีเอสเอ็มซี (TSMC) และทีเอสเอ็มซีก็ใช้อุปกรณ์ผลิตชิปของบริษัทอเมริกัน นั่นหมายความว่า บริษัทต้องขออนุญาตสหรัฐก่อนที่จะขายชิปที่ผลิตได้ให้กับหัวเว่ย

 

นอกจากนี้ ในแผนกผลิตสมาร์ทโฟนของหัวเว่ย แทบจะทุกรุ่นยังใช้ชิปยี่ห้อ “คิริน” (Kirin) ซึ่งมากกว่า 98% ผลิตโดยบริษัททีเอสเอ็มซี เห็นอย่างนี้ก็พอจะมองออกแล้วว่า ผลกระทบจากแรงบีบของสหรัฐฯครั้งล่าสุดนี้ หนักหน่วงแค่ไหน

 

สื่อต่างประเทศระบุว่า แผนกผลิตสินค้าสำหรับคอนซูมเมอร์ทั่วไป ซึ่งรวมถึงสมาร์ทโฟนนั้น ทำรายได้ให้กับหัวเว่ยเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่ง (กว่า 50%) ของรายได้ทั้งหมดในปีที่ผ่านมา (2562) และทำยอดขายราว 467,300 ล้านหยวน หรือกว่า 66,930 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นเงินไทยราว 2.15 ล้านล้านบาท

อ่านเพิ่มเติม สหรัฐเปิดศึกจีน เล่นงาน "หัวเว่ย" อีกรอบ

 

สร้างเครือข่ายซัพพลายเออร์ในประเทศไม่ทัน

ทางออกของหัวเว่ยคือ บริษัทต้องพยายามกระจายซัพพลายเชนออกไป และลดการพึ่งพาซัพพลายเออร์จากต่างประเทศ ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่หัวเว่ยพยายามทำตลอดช่วงปีที่ผ่านมา แต่ก็ยังทำได้ไม่มากนัก

 

นายทิม แดงส์ ผู้บริหารของหัวเว่ยในสหรัฐอเมริกา เปิดเผยกับสำนักข่าวบลูมเบิร์กเมื่อเดือนมี.ค.ที่ผ่านมาว่า หัวเว่ยได้จำหน่ายสถานีฐานที่ไม่ได้ใช้เทคโนโลยีของสหรัฐฯเลย จำนวน 50,000 ชุด แต่จำนวนดังกล่าวก็เป็นสัดส่วนเพียง 8% ของสถานีฐานที่บริษัททำยอดขายไปแล้วทั่วโลก อุปกรณ์ดังกล่าวมีความสำคัญสำหรับเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบ 5G

 

และแม้ว่าหัวเว่ยจะพยายามมอบหมายให้โรงงานผลิตในจีนดูแลการผลิตชิป “คิริน” สำหรับใช้ในโทรศัพท์สมาร์ทโฟนของหัวเว่ยให้มากขึ้น เช่น ชิปคิรินรุ่น 710A ผลิตโดยบริษัท เอสเอ็มไอซี (SMIC) ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของจีน แต่นั่นก็ยังไม่เพียงพอที่จะแก้ไขปัญหาให้กับหัวเว่ย เพราะชิปที่ผลิตได้ส่วนใหญ่ก็ใช้กับสมาร์ทโฟนรุ่นราคาประหยัดของหัวเว่ยที่วางจำหน่ายภายใต้แบรนด์ “อาเนอร์” (Honor) เท่านั้น ส่วนชิปที่มีความเหนือชั้นด้านเทคโนโลยีมากกว่า หัวเว่ยก็ยังคงต้องพึ่งพาบริษัททีเอสเอ็มซีในไต้หวันเป็นหลัก เช่น ชิปคิริน990 ที่ขนาดเล็กกว่าแต่ทำงานได้ไวกว่า หัวเว่ยมอบหมายให้ทีเอสเอ็มซีเป็นผู้ผลิตมา 2 ปีกว่าแล้ว

 

หากเกิดปัญหาที่ทำให้ทีเอสเอ็มซีไม่สามารถส่งมอบชิปให้กับหัวเว่ย (ภายใต้กฎเกณฑ์ใหม่ของสหรัฐฯ) นักวิเคราะห์เชื่อว่า ผู้ผลิตของจีนเองอย่างเอสเอ็มไอซี จะยังไม่สามารถผลิตชิปที่ต้องใช้เทคโนโลยีสูงในปริมาณมากเท่าที่ทีเอสเอ็มซีทำได้ และนั่นก็จะกลายเป็นปัญหาใหญ่สำหรับหัวเว่ย

 

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (18 พ.ค.) นิคเคอิ เอเชียน รีวิว รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวที่ไม่ประสงค์ออกนามว่า บริษัท ทีเอสเอ็มซี ของไต้หวัน ได้ระงับการรับคำสั่งซื้อชิปล็อตใหม่จากหัวเว่ยแล้ว  ขณะที่โฆษกของบริษัทออกมาเปิดเผยเพียงว่า นั่นเป็นข่าวลือ และบริษัทก็ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับคำสั่งซื้อของลูกค้า

 

นีล ชาห์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของบริษัท เคานเตอร์พอยท์ รีเสิร์ช ให้ความเห็นว่า หัวเว่ยอาจจำเป็นต้องหันไปพึ่งพาโรงงานผลิตชิปของซัมซุง แต่นั่นก็อาจเป็นทางเลือกสุดท้าย โดยหัวเว่ยน่าจะมองหาทางออกและความช่วยเหลือจากบริษัทผู้ผลิตชิปภายในประเทศจีนก่อน เพราะซัมซุงมีสินค้าที่เป็นคู่แข่งกับหัวเว่ยโดยตรง และการที่ซัมซุงเป็นบริษัทเกาหลีใต้ ก็อาจจะตีความได้ว่าโดยทางเทคนิคแล้วก็น่าจะเป็นพันธมิตรอยู่ฝ่ายเดียวกับสหรัฐอเมริกา  ดังนั้น ในระยะสั้นถึงระยะกลาง หัวเว่ยจะยังได้รับแรงกดดันอย่างหนักจากเรื่องนี้เพราะยังไม่สามารถหาแหล่งผลิตที่ไม่ใช้เทคโนโลยีของสหรัฐฯมาทดแทนได้ทัน
 



รัฐบาลของประธานาธิบดีทรัมป์ถือว่า หัวเว่ยเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ

ยกระดับความตึงเครียดระหว่างประเทศ

โฆษกกระทรวงพาณิชย์จีนได้ออกมาคัดค้านมาตรการควบคุมการส่งออกครั้งล่าสุดของสหรัฐฯแล้ว โดยโฆษกจีนระบุว่า ที่ผ่านมาสหรัฐฯได้ใช้อำนาจรัฐในการคุกคามและจำกัดสิทธิบริษัทต่างชาติ โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติและการควบคุมการส่งออก มาโดยตลอด ซึ่งการกระทำดังกล่าว ถือเป็นการละเมิดหลักการตลาดและการแข่งขันที่เป็นธรรม เพิกเฉยต่อกฎพื้นฐานทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศ ทั้งยังเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อความมั่นคงของอุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก

 

“ จีนเรียกร้องให้สหรัฐฯยุติการกระทำดังกล่าวทันที ส่วนจีนจะดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของบริษัทจีน” แถลงการณ์ของกระทรวงพาณิชย์จีนระบุ

 

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า โฆษกกระทรวงพาณิชย์ได้ออกมาคัดค้านมาตรการควบคุมการส่งออกครั้งล่าสุดของสหรัฐฯ ที่มุ่งเป้าเจาะจงไปยังบริษัทหัวเว่ย โดยระบุว่า "การกระทำดังกล่าวนอกจากจะทำลายผลประโยชน์ ทั้งของบริษัทจีนและบริษัทสหรัฐฯแล้ว ยังทำลายผลประโยชน์ของอีกหลายบริษัทในประเทศอื่น ๆ ด้วย"

 

ด้านหนังสือพิมพ์โกลบอล ไทมส์ซึ่ งเป็นหนังสือพิมพ์แท็บลอยด์ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนรายงานเมื่อวันศุกร์ว่า จีนกำลังวางแผนที่จะดำเนินมาตรการตอบโต้สหรัฐฯเช่นเดียวกัน ซึ่งรวมถึงการประกาศรายชื่อบริษัทของสหรัฐฯ ในบัญชี "องค์กรที่ไม่มีความน่าเชื่อถือ" พร้อมทั้งจะพิจารณามาตรการตอบโต้อื่น ๆ ที่จะมุ่งเป้าไปที่บริษัทอเมริกัน อาทิ การสอบสวน การกำหนดข้อจำกัดต่าง ๆ เพื่อใช้กับบริษัทของสหรัฐฯ เช่น บริษัท แอปเปิล อิงค์ หรือการระงับคำสั่งซื้อเครื่องบินจากบริษัท โบอิ้ง ผู้ผลิตอากาศยานรายใหญ่ของสหรัฐฯ เป็นต้น

 

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

Why new U.S. rules on selling chips to Huawei could be a ‘big blow’ for the Chinese tech giant

US government wants to stifle Huawei, says Huawei consumer devices chief

 


ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij