กลุ่มคนลุกฮือหลัง”ทรัมป์”ทวิตข้อความยุติปลดล็อกดาวน์

21 เม.ย. 2563 | 23:39 น.

หลังออกมาประกาศ”ยุติการกักกัน”ประชาชนออกมาประท้วงเรียกร้องปลดล็อกดาวน์

สำนักงานชินหัวรายงานเมื่อวันที่ 20 เม.ย. ว่า คำปราศรัยของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ขัดแย้งกับรัฐบาลส่วนปกครองรัฐหลายแห่งในสหรัฐฯ ส่งผลให้มีผู้คนออกมาสนับสนุนทรัมป์ โดยเข้าร่วมการชุมนุมหลายร้อยแห่งที่จัดขึ้นทั่วประเทศเพื่อ “ยุติการกักกัน” ในวันเสาร์และวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

ผู้ว่าการรัฐหลายแห่งได้ออกมาโต้ตอบถ้อยคำของทรัมป์ในวันอาทิตย์ ด้วยความกังขาต่อการกระทำของประธานาธิบดีผู้นี้ แม้จะไม่มีรายงานเกิดเหตุความรุนแรงในการประท้วงใดๆ ก็ตาม

ทวีตของประธานาธิบดีสังกัดพรรครีพับลิกันผู้นี้ ขัดแย้งกับคำแนะนำของทีมแพทย์ของเขา ทั้งยังเป็นปฏิปักษ์กับเป้าหมายของผู้ว่าการรัฐหลายแห่งที่สังกัดพรรคเดโมแครตด้วย

“ปลดปล่อยมินนิโซตา!” ทรัมป์ทวีต “ปลดปล่อยมิชิแกน!” ข้อความจากอีกโพสต์หนึ่ง “ปลดปล่อยเวอร์จิเนีย! และปกป้องสิทธิพื้นฐานตามข้อบัญญัติที่ 2 อันใหญ่ยิ่งของคุณ ที่ถูกยึดไปแล้ว”

ทั้งสามรัฐที่ทรัมป์ทวีตถึงล้วนปกครองโดยผู้ว่าการรัฐสังกัดพรรคเดโมแครต ส่วนสิทธิตามข้อบัญญัติที่ 2 (Second Amendment) นั้นหมายถึงสิทธิอันชอบธรรมที่จะครอบครองอาวุธได้ไม่ต่างจากเจ้าหน้าที่รัฐ

เจย์ อินส์ลี ผู้ว่าการรัฐวอชิงตัน อีกหนึ่งคนที่สังกัดพรรคเดโมแครต ได้กล่าวว่า “ถ้อยคำโผงผางอย่างบ้าคลั่งและการเรียกร้องให้ผู้คนลุกขึ้นมาปลดปล่อยรัฐต่างๆ เช่นนี้ อาจนำไปสู่ความรุนแรง”

ทวีตดังกล่าวถือเป็น “อันตรายเพราะมันสามารถส่งอิทธิพลให้ผู้คนมองข้ามสิ่งต่างๆ ที่สามารถช่วยชีวิตพวกเขาได้” อินส์ลีให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอบีซี นิวส์ (ABC News) เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

เมื่อวันอาทิตย์ มีผู้ชุมนุมประมาณ 200 คนมารวมตัวกันที่หน่วยงานรัฐบาลในเดนเวอร์ เมืองเอกของรัฐโคโลราโด พวกเขาเรียกร้องให้รัฐบาลอนุญาตให้ธุรกิจเปิดทำการและยกเลิกข้อกำหนดการรักษาระยะห่างทางสังคม เพื่อให้ชาวอเมริกันหลายล้านคนกลับมาทำงานได้ดังเดิม

นางพยาบาลผู้ทำงานต้านโควิด-19 ในแนวหน้าที่โรงพยาบาลเดนเวอให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอ็นบีซี นิวส์ (NBC News) ว่าเธอรู้สึกว่าการประท้วงดังกล่าวเหมือน “การตบหน้า” จากการได้เห็นได้ฟังข้อความที่ไม่แยแสคำแนะนำของเหล่าผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขเช่นนี้

จาเรด โพลิส ผู้ว่าการรัฐโคโลราโดคนใหม่จากพรรคเดโมแครต ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินและสั่งปิดกิจการในรัฐ ก่อนที่ทำเนียบขาวจะดำเนินขั้นตอนดังกล่าวอย่างเป็นทางการ เช่นเดียวกับผู้นำรัฐอื่นๆ โดยโพลิสกล่าวไว้เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าเขากำลังแสวงหาวิธีที่จะกลับมาเปิดกิจการอีกครั้งในโคโลราโด ให้เร็วกว่าที่แผนเดิมที่วางไว้

ขณะเดียวกัน กลุ่มขวาจัดพกปืนกำลังระดมผู้สนับสนุนทรัมป์อย่างหนักแน่น เพื่อร่วมกันเดินขบวนต่อต้านรัฐบาลท้องถิ่นโดยไม่คำนึงสถิติชาวอเมริกันที่ติดเชื้อเพิ่มขึ้นจาก 600,000 รายกลายเป็น 750,000 ราย ซึ่งรวมถึงผู้เสียชีวิต 25,000 – 40,000 รายในช่วงเวลาเพียง 5 วัน ระหว่าง 14 เม.ย. – 19 เม.ย.

ทรัมป์ยังสนับสนุนให้ประชาชนประท้วงต่อต้านรัฐบาลท้องถิ่นและบอกกับสื่อว่า “พวกเขามีสิทธิ์ที่จะประท้วง”

การประท้วงสนับสนุนทรัมป์จำนวนมากโดยเฉพาะในพื้นที่อนุรักษ์นิยมและชนบท มีส่วนเชื่อมโยงกับกลุ่มขวาจัดผู้สนับสนุนสิทธิการพกปืน และกลุ่มที่ได้ผลประโยชน์พิเศษอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับประธานาธิบดี

อย่างไรก็ตาม ผลการสำรวจความคิดเห็นที่เผยแพร่ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาระบุว่า ผู้ประท้วงทั้งหมดที่ออกมารวมตัวกันหลายแห่งทั่วประเทศ เป็นเพียงประชากรส่วนน้อยที่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการระบาดใหญ่

ผลสำรวจล่าสุดของควินนิพิเเอค (Quinnipiac) เผยว่า เกือบร้อยละ 70 ของพรรครีพับลิกันระบุว่าพวกเขาให้การสนับสนุนคำสั่งการเก็บตัวอยู่ที่บ้าน เช่นเดียวกับร้อยละ 95 ของพรรคเดโมแครต