25 กุมภาพันธ์ 2020
- WWW.SETTRADE.COM -  SET  -  -  -         Value  -  Mil.Baht         SET50  -  -  -         Value  -  Mil.Baht         SET100  -  -  -         Value  -  Mil.Baht         sSET  -  -  -         Value  -  Mil.Baht         SETCLMV  -  -  -         Value  -  Mil.Baht         SETHD  -  -  -         Value  -  Mil.Baht         SETTHSI  -  -  -         Value  -  Mil.Baht         SETWB  -  -  -         Value  -  Mil.Baht         mai  -  -  -         Value  -  Mil.Baht             AGRO  -  -  -       AGRI  -  -  -       FOOD  -  -  -           CONSUMP  -  -  -       FASHION  -  -  -       HOME  -  -  -       PERSON  -  -  -           FINCIAL  -  -  -       BANK  -  -  -       FIN  -  -  -       INSUR  -  -  -           INDUS  -  -  -       AUTO  -  -  -       IMM  -  -  -       PAPER  -  -  -       PETRO  -  -  -       PKG  -  -  -       STEEL  -  -  -           PROPCON  -  -  -       CONMAT  -  -  -       PROP  -  -  -       PF&REIT  -  -  -       CONS  -  -  -           RESOURC  -  -  -       ENERG  -  -  -       MINE  -  -  -           SERVICE  -  -  -       COMM  -  -  -       HELTH  -  -  -       MEDIA  -  -  -       PROF  -  -  -       TOURISM  -  -  -       TRANS  -  -  -           TECH  -  -  -       ETRON  -  -  -       ICT  -  -  -       TFEX       SET50 Index Futures       S50G20  -  -  -        S50H20  -  -  -        S50J20  -  -  -        S50M20  -  -  -        S50U20  -  -  -        S50Z20  -  -  -      Sector Index Futures       BANKH20  -  -  -        COMMH20  -  -  -        ENERGH20  -  -  -        FOODH20  -  -  -        ICTH20  -  -  -      Single Stock Futures       AAVH20  -  -  -        ADVANCH20  -  -  -        AEONTSH20  -  -  -        AMATAH20  -  -  -        AOTH20  -  -  -        APH20  -  -  -        BAH20  -  -  -        BANPUH20  -  -  -        BAYH20  -  -  -        BBLH20  -  -  -        BCHH20  -  -  -        BCPH20  -  -  -        BCPGH20  -  -  -        BDMSH20  -  -  -        BEAUTYH20  -  -  -        BECH20  -  -  -        BEMH20  -  -  -        BGRIMH20  -  -  -        BHH20  -  -  -        BJCH20  -  -  -        BLAH20  -  -  -        BLANDH20  -  -  -        BTSH20  -  -  -        CBGH20  -  -  -        CENTELH20  -  -  -        CHGH20  -  -  -        CKH20  -  -  -        CKPH20  -  -  -        COM7H20  -  -  -        CPALLH20  -  -  -        CPFH20  -  -  -        CPNH20  -  -  -        DELTAH20  -  -  -        DTACH20  -  -  -        EAH20  -  -  -        EGCOH20  -  -  -        EPGH20  -  -  -        ERWH20  -  -  -        ESSOH20  -  -  -        GFPTH20  -  -  -        GLOBALH20  -  -  -        GPSCH20X  -  -  -        GULFH20  -  -  -        GUNKULH20X  -  -  -        HANAH20  -  -  -        HMPROH20  -  -  -        ICHIH20  -  -  -        INTUCHH20  -  -  -        IRPCH20  -  -  -        ITDH20  -  -  -        IVLH20  -  -  -        JASH20  -  -  -        KBANKH20  -  -  -        KCEH20  -  -  -        KKPH20  -  -  -        KTBH20  -  -  -        KTCH20  -  -  -        LHH20  -  -  -        LPNH20  -  -  -        MAJORH20  -  -  -        MEGAH20  -  -  -        MINTH20  -  -  -        MTCH20  -  -  -        ORIH20  -  -  -        PLANBH20  -  -  -        PRMH20  -  -  -        PSHH20  -  -  -        PSLH20  -  -  -        PTGH20  -  -  -        PTTH20  -  -  -        PTTEPH20  -  -  -        PTTGCH20  -  -  -        QHH20  -  -  -        RATCHH20  -  -  -        ROBINSH20X  -  -  -        RSH20  -  -  -        SH20  -  -  -        SAMARTH20  -  -  -        SAWADH20X  -  -  -        SCBH20X  -  -  -        SCCH20  -  -  -        SGPH20  -  -  -        SIRIH20  -  -  -        SPALIH20  -  -  -        SPCGH20  -  -  -        SPRCH20  -  -  -        STAH20  -  -  -        STECH20  -  -  -        STPIH20  -  -  -        SUPERH20  -  -  -        TASCOH20  -  -  -        TCAPH20X  -  -  -        THAIH20  -  -  -        THANIH20  -  -  -        THCOMH20  -  -  -        TISCOH20  -  -  -        TKNH20  -  -  -        TMBH20X  -  -  -        TOPH20  -  -  -        TPIPLH20  -  -  -        TRUEH20  -  -  -        TTAH20  -  -  -        TTCLH20  -  -  -        TTWH20  -  -  -        TUH20  -  -  -        TVOH20  -  -  -        UNIQH20  -  -  -        VGIH20  -  -  -        VNGH20  -  -  -        WHAH20  -  -  -      GF10 Futures       GF10G20  24,900  -490  3,739        GF10J20  25,060  -460  6,400        GF10M20  25,140  -440  1,995      GF50 Futures       GFG20  24,920  -470  234        GFJ20  25,050  -470  108        GFM20  25,130  -340  96      Gold Online Futures       GOH20  1,657.70  -30.10  36,589      GOLD-D       GDH20  1,660.00  -30.00  30      USD Futures       USDG20  -  -  -        USDH20  -  -  -        USDJ20  -  -  -        USDM20  -  -  -      BB3 Futures       BB3H20  -  -  -        BB3M20  -  -  -      TGB5 Futures       TGB5H20  -  -  -        TGB5M20  -  -  -      RSS3 Futures       RSS3G20  -  -  -        RSS3H20  -  -  -        RSS3J20  -  -  -        RSS3K20  -  -  -        RSS3M20  -  -  -        RSS3N20  -  -  -        RSS3Q20  -  -  -      RSS3D Futures       RSS3DG20  -  -  -        RSS3DH20  -  -  -        RSS3DJ20  -  -  -        RSS3DK20  -  -  -        RSS3DM20  -  -  -        RSS3DN20  -  -  -        RSS3DQ20  -  -  -      Index Options       Most Active Call Volume     Most Active Put Volume         

คาดกนง.ตรึงดอกเบี้ย 1.25% หนุนศก.โต

18 Dec 2019
อ่าน 675 ครั้ง
นายแบงก์ฟันธง กนง.คงดอกเบี้ย 1.25% ส่งท้ายปี 62  ประธานสมาคมแบงก์ลั่น พร้อมสนองนโยบายกนง. ด้าน “กรุงศรี” ห่วงดอกเบี้ยลด เป็นต้นทุนตํ่า หนุนคนเก็งกำไร แนะผสานนโยบายการเงิน การคลังสร้างฐานอุปสงค์ในประเทศ   

ในรอบปี 2562 คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายไปแล้ว 2 ครั้ง คือเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม กนง.มีมติไม่เป็นเอกฉันท์ 5 ต่อ 2 เสียงให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายจากระดับ 1.75% สู่ระดับ 1.50%  ลดลง 0.25% ซึ่งเป็นการลดดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 4 ปีจากนั้นในการประชุมครั้งที่ 7 เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน กนง.มติไม่เป็นเอกฉันท์ด้วย 5 ต่อ 2 เสียงเช่นเคยให้ลดดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 0.25% ทำให้ล่าสุดดอกเบี้ยนโยบายของไทยอยู่ที่ระดับ 1.25% ต่อปี ซึ่งเป็นอัตราตํ่าที่สุดในรอบ 10 ปี

การประชุมครั้งสุดท้ายของปีที่จะมีขึ้นในวันพุธที่ 18 ธันวาคมนี้ จึงเป็นที่จับตาท่าทีของบอร์ดกนง.จะส่งสัญญาณหรือตัดสินใจอย่างไร  หลังจากที่ก่อนหน้าธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)ส่งสัญญาณว่า จะยังไม่มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปีหน้า หากไม่มีแรงกดดันเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น ขณะที่วงเงินการเงินตลาดทุนต่างมองว่า การประชุมกนง.ครั้งสุดท้ายของปีน่าจะคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.25% เพื่อรอดูผลหลังจากได้ปรับลดดอกเบี้ยลงมาแล้ว 2 ครั้งในช่วงที่ผ่านมา ส่วนแนวโน้มปีหน้า อาจจะเห็นกนง. ตัดสินใจลดดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 1 ครั้ง หากภาพรวมเศรษฐกิจยังชะลอตัวมากกว่าที่ประเมินไว้

นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทยเปิดเผยว่า ส่วนตัวยังไม่แน่ใจว่า กนง.จะพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ เพราะที่ผ่านมาอัตราดอกเบี้ยนโยบายได้ปรับลดไปแล้วและอยู่ในระดับตํ่าแล้ว ซึ่งธนาคารพาณิชย์เองก็ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงตาม เพราะธนาคารพร้อมที่จะปรับอัตราดอกเบี้ยตามทิศทางของดอกเบี้ยนโยบายอยู่แล้ว แต่ก็พยายามรักษาส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย(NIM) ไว้ ส่วนทิศทางผลการดำเนินงานปีหน้า ต้องรอสิ้นปีนี้ก่อน เพราะตอนนี้ผลการดำเนินงานยังไม่นิ่ง อีกทั้งปีหน้ายังมีจุดเปลี่ยนเรื่องกฎเกณฑ์ต่างๆ ทั้งเรื่องมาตรฐานบัญชี TFRS9 และแนวโน้มรายได้ค่าธรรมเนียมที่จะปรับลด

ปรีดี ดาวฉาย

ส่วนความต้องการสินเชื่อในส่วนของธนาคารกสิกรไทยคาดว่าสิ้นปีนี้น่าจะจบได้ที่อัตรา 5% จากเป้าทั้งปีที่คาดว่าจะเติบโต 5-7% ส่วนปีหน้าประมาณการไว้ที่ 4-6% ส่วนประเด็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพีแอล)ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเชื่อว่า ทุกคนปรับตัวอยู่ในจุดหนึ่งและใช้เวลาในการแก้ไข หากภาวะเศรษฐกิจไม่แย่จนเกินไป ซึ่งธนาคารจะดูแลเอ็นพีแอลปีหน้า ทั้งปีไม่เกิน 4% โดยกำหนดกรอบระหว่าง  3.6-4% ขึ้นกับสถานการณ์ด้วย ส่วนการพิจารณาสินเชื่อนั้น หากกลุ่มธุรกิจไหนที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจอาจมีการพิจารณาในกรอบกว้างๆ เช่น การส่งออกสินค้าบางประเภท แต่ไม่ถึงกับห้ามปล่อยสินเชื่อกลุ่มนั้นกลุ่มนี้



 

นายสมประวิณ มันประเสริฐ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ระบุว่ากนง.มีโอกาส จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในรอบนี้ เพราะรอประเมินผลหลังจากได้ปรับลดดอกเบี้ยไปแล้วก่อนหน้า 2 ครั้ง ส่วนการดำเนินนโยบายการเงินปี 2563 มีความเป็นไปได้ที่กนง.จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 1 ครั้ง อัตรา 0.25% ในไตรมาสแรกปีหน้า สาเหตุจากสภาพเศรษฐกิจที่จะเติบโตตํ่ากว่าที่คาด โดยเฉพาะปัจจัยที่เกิดจากความเชื่อมโยงจากเศรษฐกิจต่างประเทศกับในประเทศ

ขณะที่แรงขับเคลื่อนภายในประเทศยังเหลือไม่มาก แม้กระทั่งความคาดหวังจากการลงทุนโครงการภาครัฐ ก็อาจจะเลื่อนหรือดีเลย์ออกไปในครึ่งปีหลังของปีหน้า ซึ่งยังมีความไม่แน่นอนสูง รวมถึงภาคการท่องเที่ยวที่ยังมีความไม่แน่นอนกับจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่กลับมา ซึ่งอาจจะเห็นการเติบโตดี แต่เนื่องจากเป็นปัจจัยต่างประเทศที่เคยมีประสบการณ์มาแล้วว่าไม่สามารถกำหนดได้ ดังนั้นจึงต้องสร้างฐานของอุปสงค์จากภายในประเทศเป็นสำคัญ เพื่อให้นโยบายการเงินผ่อนคลายมากขึ้น

นโยบายการเงินอาจจะผ่อนคลายโดยใช้อัตราดอกเบี้ยหรือเรื่องอื่น เช่น ผ่อนคลายการเข้าถึงสินเชื่อ หรือนโยบายที่เฉพาะเจาะจง เช่นต่างประเทศเขาดูเฉพาะกลุ่มมากขึ้นเพราะการปรับลดอัตราดอกเบี้ยจะเป็นการช่วยคนที่มีปัญหา จริงๆ กับคนที่ไม่มีปัญหาและเก็งกำไร เพราะฉะนั้นวิธีการจึงควรจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยควบคู่ไปกับเกณฑ์ในการกำกับเข้าถึงสินเชื่อของคนเฉพาะกลุ่มที่มีปัญหา ไม่เช่นนั้นอัตราดอกเบี้ยที่ถูกก็จะเป็นต้นทุนที่ถูกกับคนเก็งกำไร



 

กรณีถ้ากนง.ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง อาจจะช่วยให้ความรู้สึกดีขึ้น(Sentiment)ในระยะสั้น เพราะสะท้อนให้เห็นว่า ฝ่ายกำกับนโยบายการเงินเข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจอย่างจริงจังมากกว่าการประคอง โดยสภาวะเศรษฐกิจในขณะนี้ต้องการนโยบายการเงินเข้ามาช่วยลดต้นทุนในการเข้าถึงทรัพยากรและการลงทุน เพื่อให้เกิดรายได้ในอนาคตและนโยบายการคลังจะช่วยให้เกิดการหมุนเวียนของเงินสู่ระบบเศรษฐกิจและเห็นผลกระตุ้นทันทีเมื่อ Sentiment มา นักลงทุนสามารถมีต้นทุนที่ถูกลงไม่ว่าจะขยายกิจการหรือหมุนเงินมากขึ้น

ทั้งนี้หากมองไปเศรษฐกิจนอกประเทศก็เห็นสัญญาณเสถียรภาพของเศรษฐกิจของประเทศหลักค่อนข้างนิ่งแม้จะไม่ผงกหัวขึ้น แต่ไม่ปรับลดลงต่อ เช่น สหรัฐฯ ส่วนยุโรปก็นิ่งโดยหวังว่านโยบายที่อัดฉีดมาของประเทศที่พัฒนาแล้วจะช่วยกระตุ้นทั้งเศรษฐกิจเขาและเศรษฐกิจโลกในปีหน้า

หน้า 19-20 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับที่ 3,532 วันที่ 19-21 ธันวาคม 2562

                      


ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij