28 มกราคม 2020
- WWW.SETTRADE.COM -  SET  -  -  -         Value  -  Mil.Baht         SET50  -  -  -         Value  -  Mil.Baht         SET100  -  -  -         Value  -  Mil.Baht         sSET  -  -  -         Value  -  Mil.Baht         SETCLMV  -  -  -         Value  -  Mil.Baht         SETHD  -  -  -         Value  -  Mil.Baht         SETTHSI  -  -  -         Value  -  Mil.Baht         SETWB  -  -  -         Value  -  Mil.Baht         mai  -  -  -         Value  -  Mil.Baht             AGRO  -  -  -       AGRI  -  -  -       FOOD  -  -  -           CONSUMP  -  -  -       FASHION  -  -  -       HOME  -  -  -       PERSON  -  -  -           FINCIAL  -  -  -       BANK  -  -  -       FIN  -  -  -       INSUR  -  -  -           INDUS  -  -  -       AUTO  -  -  -       IMM  -  -  -       PAPER  -  -  -       PETRO  -  -  -       PKG  -  -  -       STEEL  -  -  -           PROPCON  -  -  -       CONMAT  -  -  -       PROP  -  -  -       PF&REIT  -  -  -       CONS  -  -  -           RESOURC  -  -  -       ENERG  -  -  -       MINE  -  -  -           SERVICE  -  -  -       COMM  -  -  -       HELTH  -  -  -       MEDIA  -  -  -       PROF  -  -  -       TOURISM  -  -  -       TRANS  -  -  -           TECH  -  -  -       ETRON  -  -  -       ICT  -  -  -       TFEX       SET50 Index Futures       S50F20  -  -  -        S50G20  -  -  -        S50H20  -  -  -        S50M20  -  -  -        S50U20  -  -  -        S50Z20  -  -  -      Sector Index Futures       BANKH20  -  -  -        COMMH20  -  -  -        ENERGH20  -  -  -        FOODH20  -  -  -        ICTH20  -  -  -      Single Stock Futures       AAVH20  -  -  -        ADVANCH20  -  -  -        AEONTSH20  -  -  -        AMATAH20  -  -  -        AOTH20  -  -  -        APH20  -  -  -        BAH20  -  -  -        BANPUH20  -  -  -        BAYH20  -  -  -        BBLH20  -  -  -        BCHH20  -  -  -        BCPH20  -  -  -        BCPGH20  -  -  -        BDMSH20  -  -  -        BEAUTYH20  -  -  -        BECH20  -  -  -        BEMH20  -  -  -        BGRIMH20  -  -  -        BHH20  -  -  -        BJCH20  -  -  -        BLAH20  -  -  -        BLANDH20  -  -  -        BTSH20  -  -  -        CBGH20  -  -  -        CENTELH20  -  -  -        CHGH20  -  -  -        CKH20  -  -  -        CKPH20  -  -  -        COM7H20  -  -  -        CPALLH20  -  -  -        CPFH20  -  -  -        CPNH20  -  -  -        DELTAH20  -  -  -        DTACH20  -  -  -        EAH20  -  -  -        EGCOH20  -  -  -        EPGH20  -  -  -        ERWH20  -  -  -        ESSOH20  -  -  -        GFPTH20  -  -  -        GLOBALH20  -  -  -        GPSCH20X  -  -  -        GULFH20  -  -  -        GUNKULH20X  -  -  -        HANAH20  -  -  -        HMPROH20  -  -  -        ICHIH20  -  -  -        INTUCHH20  -  -  -        IRPCH20  -  -  -        ITDH20  -  -  -        IVLH20  -  -  -        JASH20  -  -  -        KBANKH20  -  -  -        KCEH20  -  -  -        KKPH20  -  -  -        KTBH20  -  -  -        KTCH20  -  -  -        LHH20  -  -  -        LPNH20  -  -  -        MAJORH20  -  -  -        MEGAH20  -  -  -        MINTH20  -  -  -        MTCH20  -  -  -        ORIH20  -  -  -        PLANBH20  -  -  -        PRMH20  -  -  -        PSHH20  -  -  -        PSLH20  -  -  -        PTGH20  -  -  -        PTTH20  -  -  -        PTTEPH20  -  -  -        PTTGCH20  -  -  -        QHH20  -  -  -        RATCHH20  -  -  -        ROBINSH20  -  -  -        RSH20  -  -  -        SH20  -  -  -        SAMARTH20  -  -  -        SAWADH20X  -  -  -        SCBH20  -  -  -        SCCH20  -  -  -        SGPH20  -  -  -        SIRIH20  -  -  -        SPALIH20  -  -  -        SPCGH20  -  -  -        SPRCH20  -  -  -        STAH20  -  -  -        STECH20  -  -  -        STPIH20  -  -  -        SUPERH20  -  -  -        TASCOH20  -  -  -        TCAPH20X  -  -  -        THAIH20  -  -  -        THANIH20  -  -  -        THCOMH20  -  -  -        TISCOH20  -  -  -        TKNH20  -  -  -        TMBH20X  -  -  -        TOPH20  -  -  -        TPIPLH20  -  -  -        TRUEH20  -  -  -        TTAH20  -  -  -        TTCLH20  -  -  -        TTWH20  -  -  -        TUH20  -  -  -        TVOH20  -  -  -        UNIQH20  -  -  -        VGIH20  -  -  -        VNGH20  -  -  -        WHAH20  -  -  -      GF10 Futures       GF10G20  23,180  -10  2,717        GF10J20  23,250  -  438        GF10M20  23,330  +10  291      GF50 Futures       GFG20  23,180  -  100        GFJ20  23,250  +20  62        GFM20  23,320  +40  5      Gold Online Futures       GOH20  1,590.60  -0.50  15,649      GOLD-D       GDH20  1,589.00  +8.70  1      USD Futures       USDF20  -  -  -        USDG20  -  -  -        USDH20  -  -  -        USDM20  -  -  -      BB3 Futures       BB3H20  -  -  -        BB3M20  -  -  -      TGB5 Futures       TGB5H20  -  -  -        TGB5M20  -  -  -      RSS3 Futures       RSS3F20  -  -  -        RSS3G20  -  -  -        RSS3H20  -  -  -        RSS3J20  -  -  -        RSS3K20  -  -  -        RSS3M20  -  -  -        RSS3N20  -  -  -      RSS3D Futures       RSS3DF20  -  -  -        RSS3DG20  -  -  -        RSS3DH20  -  -  -        RSS3DJ20  -  -  -        RSS3DK20  -  -  -        RSS3DM20  -  -  -        RSS3DN20  -  -  -      Index Options       Most Active Call Volume     Most Active Put Volume         

3 ประเทศสนช้อปยางพาราไทย

29 Nov 2019
อ่าน 3893 ครั้ง
อลังการไทยเปิดบ้านผ่านงาน  “ไทยแลนด์ รับเบอร์ เอ็กซ์โปร์” ขายยางทั่วโลก  เผยมี 3 ชาติเข้าร่วมงานช้อปปิ้งยางไทย “ จีน-อังกฤษ-การ์ต้า”  รัฐหวังดัน กยท. ก้าวสู่การเป็นองค์กรชั้นนำระดับสากลในการบริหารจัดการยางพาราทั้งระบบ ด้าน "จุรินทร์" โชว์ผลงาน 3 เดือนกว่าขายยาง 3.4 หมื่นล้าน

วันที่ 29 พ.ย. 62 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน “Thailand Rubber Expo” โดยได้กล่าวถึงยุทธศาสตร์เกษตรและสหกรณ์ ระยะ 20 ปี และแผนบริหารจัดการยางพาราทั้งระบบ พ.ศ.2560-2564 ว่า มียุทธศาสตร์สำคัญในการสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและยกระดับมาตรฐานสินค้า(ยางพารา) รวมทั้งเพิ่มความสามารถในการแข่งขันภาคการเกษตรด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ควบคู่ไปกับบริหารจัดการทรัพยากรการเกษตรและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้สูงขึ้นและสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นหน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐ ในการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกร และสถาบันเกษตรกรมีความเข้มแข็งและมีความเป็นอยู่ที่ดี มั่นคงและยั่งยืน

แม้ว่าในอดีตอุตสาหกรรมยางพาราของไทยมีความเติบโตตามทิศทางราคายางและความต้องการใช้ยางทั่วโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ปัจจุบันอุตสาหกรรมยางของไทยกำลังเผชิญกับความท้าท้ายจากภาวะเศรษฐกิจโลกผันผวน ประเทศที่เป็นตลาดหลักยางพาราที่ไทยต้องพึ่งพาเพื่อการส่งออก เช่น สหรัฐอเมริกาและยุโรปมีการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ หรือประเทศคู่มิตรอย่างจีนที่ต้องการเป็นศูนย์กลางสินค้ายางพาราระดับโลกตามแผนพัฒนาของจีน มีการลงทุนปลูกยางในประเทศอื่นเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา สปป.ลาว พม่า และเวียดนาม) ซึ่งจะทำให้จีนสามารถเพิ่มผลผลิตยางพาราเพื่อใช้ภายในประเทศมากขึ้นและอาจส่งผลกระทบต่อการนำเข้าของไทยได้

รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมยางพาราของไทยอย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ โดยเน้นการพัฒนาและผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยางแบบครบวงจร มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางยางพาราในภูมิภาค เพื่อรักษาระดับผู้ผลิตและผู้ส่งออกยางอันดับหนึ่งของโลก รวมทั้ง การส่งเสริมให้ผู้ผลิตยางพาราและผลิตภัณฑ์ยางพาราพัฒนาศักยภาพผลิตภัณฑ์ เพื่อเข้าสู่ระบบห่วงโซ่อุปทานของโลก พร้อมยกระดับและพัฒนาคุณภาพมาตรฐานสินค้ายางพาราไทย ให้เกิดความเชื่อมั่นต่อผู้ซื้อในต่างประเทศอย่างที่เป็นมาโดยตลอด

           


อย่างไรก็ตาม การเพิ่มความต้องการของยางพาราในตลาดโลก รัฐบาลไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะตลาดส่งออกหลักเท่านั้น แต่ยังคงดำเนินงานเชิงรุกเพื่อแสวงหาและขยายไปยังตลาดใหม่ที่มีศักยภาพอื่นๆ เช่น อินเดีย ตุรกี เยอรมนี รวมทั้งการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์ยาง อันเป็นมาตรการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางในการสร้างเสถียรภาพราคายางให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางของประเทศไทย

             

อุตสาหกรรมยางของไทยมีจุดแข็งเนื่องจากมีหน่วยงานกำกับและดูแลส่งเสริมอุตสาหกรรมยางอย่างครบวงจร เช่น กรมวิชาการเกษตร การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมทั้งกระทรวงพาณิชย์ และเอกชนในหลายภาคส่วนในการร่วมกันพัฒนาและผลักดันสินค้ายางพาราของไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้เป็นอย่างดี

           

สำหรับการจัดงาน “Thailand Rubber Expo ” ในครั้งนี้ มีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยการยางแห่งประเทศไทยเป็นแม่งานหลัก ในฐานะหน่วยงานที่ใกล้ชิดและเข้าใจถึงความต้องการของเกษตรกรโดยตรง จัดขึ้นเพื่อเป็นหนึ่งในกลไกและเวทีสำคัญในการแสดงศักยภาพของอุตสาหกรรมยางพาราไทยตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ รวมทั้ั้งนำไปสู่ความร่วมมือ การสร้างเครือข่าย การเจรจาการค้าการลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศเพิ่มขึ้นในอนาคต พร้อมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจและสังคมให้กับพี่น้้องเกษตรกรชาวสวนยางไทยต่อไป



 

ด้านนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) จัดงาน "Thailand Rubber Expo" ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 1 ธันวาคม 2562 เพื่อเป็นเวทีในการเจรจาธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการด้านยางพาราทั้งในและต่างประเทศ อีกทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์จากยางพาราของเกษตรกร สถาบันเกษตรกรชาวสวนยางไทย และผู้ประกอบกิจการ รวมทั้งเป็นการแสดงศักยภาพความเป็นผู้นำของไทยในฐานะผู้ผลิตยางคุณภาพและธุรกิจการส่งออกยางพารารายใหญ่ของโลก โดยใช้รูปแบบการบูรณาการทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับวงการยางพาราของไทย เพื่อให้สาธารณชนได้มีโอกาสได้รับความรู้และเข้าใจประโยชน์ของยางพารามากขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การต่อยอดและพัฒนานวัตกรรมการแปรรูปยางพาราต่อไป

สำหรับกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย นิทรรศการนวัตกรรมและงานวิจัยยางพารา แบ่งออกเป็น 6 โซน ได้แก่ โซนจับคู่ธุรกิจ/นัดหมายเจรจาการค้า โซนออกร้านจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ยางพาราและสินค้าอื่น โซนนิทรรศการนวัตกรรมและงานวิจัยยางพารา โซนเสวนาและจัดกิจกรรมพิเศษต่าง ๆ ในงาน โซนให้บริการจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ตลอดจนนิทรรศการให้ความรู้จากของหน่วยงานต่าง ๆ ร่วมบูรณาการ อาทิ สมาคมยางพาราไทย สมาคมน้ำยางข้นไทย สมาคมไม้ยางพารา นิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ Rubber City อีกทั้งยังจะได้จับจ่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ยางพาราและสินค้าอื่นที่เกี่ยวข้อง กว่า 250 ร้านค้า

ยางพาราเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ ในแต่ละปีประเทศไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกยางพาราธรรมชาติอันดับหนึ่งของโลก ผลผลิตต่อปีเฉลี่ย 4.9 ล้านตัน สร้างรายได้เข้าประเทศปีละกว่า 1.5 แสนล้านบาท มีเกษตรกรอยู่ในวงจรการผลิตกว่า 1.7 ล้านครัวเรือน ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลการบริหารจัดการยางพาราของประเทศทั้งระบบอย่างครบวงจร บริหารจัดการเกี่ยวกับการเงินของกองทุนพัฒนายางพารา รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนให้ประเทศเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยางพารา โดยการส่งเสริมสนับสนุนและจัดให้มีการศึกษา วิเคราะห์วิจัย พัฒนาเผยแพร่ข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวกับยางพารา ส่งเสริม สนับสนุนและให้ความช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง สถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง และผู้ประกอบกิจการยาง ทั้งด้านวิชาการ การเงิน การผลิต การแปรรูป การอุตสาหกรรม การตลาด การประกอบธุรกิจ และการดำเนินการที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงดำเนินการให้ระดับราคายางพารามีเสถียรภาพด้วย

อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรฯ พยายามผลักดันให้ กยท. ก้าวสู่การเป็น “องค์กรชั้นนำระดับสากลในการบริหารจัดการยางพาราทั้งระบบ” จึงต้องมีการบูรณาการจากหลายภาคส่วนร่วมกัน เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ที่ดีขึ้นและคุณภาพชีวิตที่มั่นคง พร้อมทั้งสร้างความเข้มแข็งให้กับสถาบันเกษตรกร และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบกิจการยาง นอกจากนี้ ยังเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิต การค้า และนวัตกรรมด้านอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า เรื่องยางพาราจะมีอยู่ 2-3 ประเด็นที่จะต้องมีการเร่งรัดดำเนินการ เรื่องที่ 1. คือโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง ซึ่งขณะนี้ได้มีการ โอนเงินส่วนต่างงวดแรกแล้ว แต่ยังดำเนินการไม่เสร็จสิ้น ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 ดำเนินการจนถึงวันนี้โอนเงินส่วนต่างไปได้ประมาณครึ่งหนึ่งของจำนวนเกษตรกรทั้งหมด ที่โครงการประกันรายได้ยางล่าช้าเพราะยังมีการตรวจสอบสวน โดยการยางแห่งประเทศไทยร่วมกับคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นในแต่ละพื้นที่ ซึ่งก็ทำให้เกิดความล่าช้า เพราะกำลังการยางมีไม่เพียงพอกว่าจะประชุมคณะกรรมการตรวจสวนยางเสร็จก็ใช้เวลา

ล่าสุดจึงได้เชิญรัฐมนตรีเกษตรฯ และสำนักงบประมาณ การยางแห่งประเทศไทย และ ธ.ก.ส. มาหารือร่วมกันได้ข้อสรุปแล้วว่าการยางจะไปปรับระเบียบในการตรวจสวนโดยให้เจ้าของสวนเป็นผู้ยื่น ว่ามีจำนวนกี่ไร่และทำยางชนิดใด แล้วให้กำนันหรือผู้ใหญ่บ้านคนใดคนหนึ่งทำการรับรองและจากนั้นก็ส่งให้การยาง แล้วการยางก็ส่งให้กับ ธ.ก.ส.ก็สามารถโอนเงินส่วนต่างได้ทันที ตรงนี้ก็คาดว่าถ้าจากนี้ไปจะทำให้การโอนเงินมีความรวดเร็วขึ้น รวมทั้งผู้ที่ถือบัตรสีชมพูก็สามารถได้รับเงินส่วนต่างด้วยได้ เพราะได้หารือร่วมกับสำนักงบเรียบร้อยแล้วนี่คือเรื่องประกันรายได้

เรื่องที่ 2.  เรื่องการแปรรูปยางพาราหรือการเพิ่มการใช้ยางพาราในประเทศมีอยู่ 2 ส่วน ส่วนที่หนึ่งก็คือการใช้ยางจากภาคเอกชนซึ่งจะมีคนมาลงทุนเพิ่มเติมขึ้น เมื่อสักครู่มีนักลงทุนจีนแจ้งให้ทราบว่าจะมีการมาลงทุนในอีอีซีเพิ่มขึ้นในการทำโรงงานผลิตยางจำนวนมากที่จะมาลงทุนล็อตถัดไป อันนี้ถือเป็นข่าวดี รวมทั้งสหกรณ์ ภาคเอกชนต่างๆที่ได้มีการคิดค้นนวัตกรรมในการใช้ยางพาราเป็นวัตถุดิบในการที่จะผลิตสินค้าตั้งต้น เหมือนงานเอ็กซ์โปยางวันนี้ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีเกษตร มาเยี่ยมชมและมาเปิดงานก็เห็นความหลากหลายของนวัตกรรมและสินค้าหลากหลายที่ใช้นวัตกรรมมากขึ้น และการใช้ยางในประเทศให้เพิ่มขึ้น อีกส่วนหนึ่งโดยส่วนราชการตรงนี้คณะรัฐมนตรีเคยมีมติไปก่อนหน้านี้แล้วว่าให้ส่วนราชการเพิ่มการใช้ยางในการทำถนน ทำฝาย ทำวัตถุดิบ ทำสินค้า ที่ใช้เพื่อการจราจรรวมทั้งอื่น ๆ ด้วย ซึ่งตรงนี้ยังมีความคืบหน้าไม่มากนัก

"ผมจึงมอบหมายให้ทางท่านรัฐมนตรีเกษตรและการยางได้รวบรวมข้อมูลทั้งหมด ว่าตามที่คณะรัฐมนตรีได้สั่งการไปนั้นขณะนี้แต่ละส่วนราชการ ได้ดำเนินการไปถึงไหนอย่างไรมีการผลิตภัณฑ์อะไร ใช้ยางไปมากน้อยแค่ไหนและจะรายงานให้คณะรัฐมนตรีได้รับทราบ หรือพิจารณาสั่งการอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไป เพื่อเพิ่มการใช้อย่างในประเทศ " นายจุรินทร์ กล่าว

เรื่องที่ 3. ารส่งออกยางอันนี้เป็นเรื่องที่มีการเร่งรัด ตนได้นำคณะเอกชนและการยางแห่งประเทศไทยไปเปิดตลาดในหลายพื้นที่ที่ประสบความสำเร็จชัดเจนมีการลงนามในบันทึกความเข้าใจที่จะซื้ออย่างจากประเทศไทยเช่นอินเดีย 100,000 ตัน มูลค่า ประมาณ 9,000 ล้านบาทและที่ตุรกีล็อตใหญ่สุด คือหมอนยางพารา 20 ล้านใบ โดยการยางฯ 10 ล้านใบ ภาคเอกชน 10 ล้านใบ รวมเป็นมูลค่าทั้งหมด 12,000 ล้านบาท และล่าสุดการยางขายให้กับจีนและฮ่องกงรวม 260,000 ตันเป็นเงิน 13,000 ล้านบาท ทั้งหมดนี้ รวมกัน 3-4 ประเทศราว 34,000 ล้านบาท ซึ่งขั้นตอนที่จะต้องดำเนินการต่อไปก็คือ จะต้องมีการเร่งรัดการส่งมอบเพราะทันทีที่มีการส่งมอบตัวเลขการส่งออกก็จะเพิ่มขึ้น ซึ่งขณะนี้ตนได้ขอให้กระทรวงพาณิชย์ประสานงานกับภาคเอกชนให้เร่งส่งมอบโดยเร็วตั้งแต่เดือนธันวาเป็นต้นไป และให้เร่งส่งมอบสัญญาที่ได้ไปเซ็นเพื่อเพิ่มตัวเลขการส่งออกและจะได้มีผลในการที่จะนำเงินเข้าประเทศมาช่วยเกษตรกรต่อไป

นายจุรินทร์ กล่าวว่า  สำหรับตลาดใหม่นอกจาก 30 ประเทศที่ตนจะเดินทางไปเปิดตลาดแล้ว ตะวันออกกลางกับแอฟริกาใต้ ก็จะเป็นเป้าหมาย ได้มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ไปดำเนินการแล้วและสอดคล้องกับท่านนายกรัฐมนตรีได้มีดำริว่าอยากให้ไปเปิดตลาดที่แอฟริกาใต้ ก็จะไปทริปเดียวกันกับตะวันออกกลาง ซึ่งขณะนี้กำลังพิจารณาอยู่ว่าระหว่างบาห์เรนกับกาตาร์ ตรงไหนที่พร้อมกว่ามีความเหมาะสมกว่า มีลูกค้าที่จะเซ็นสัญญาซื้อขายกับเราได้และถัดไปก็จะต่อไปที่แอฟริกา จะเป็นทริปเดียวกันหวังว่าจะเพิ่มยอดส่งออกเรื่องยางพาราได้อีกไม่น้อยทีเดียว และทันทีที่มีการส่งมอบเปิด เงินก็เข้าประเทศลงเรือผ่านด่านศุลกากรเป็นขั้นตอนกระบวนการตัวเลขการส่งออกก็จะเพิ่มขึ้น สำหรับประกันรายได้ตอนนี้ช้ามาพอสมควร อย่างไรก็ตามสำหรับจีน 60,000 ตัน กับ ฮ่องกง 200,000 ตัน ที่เซ็นไปและขณะนี้การยางก็กำลังเจรจากับจีนเพิ่มเติมอยู่และจะมีข่าวดีเร็ว ๆ นี้

ด้านแหล่งข่าวกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เผยว่า มี 3 ชาติ ได้แก่ จีน อังกฤษ และกาตาร์ สนใจที่เข้าร่วมงาน คาดว่าจะเกิดการดีลขายยางเกิดขึ้นในระหว่างงานนี้ด้วย


ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij